ข่าว

อัยการส่อถอนประกันแกนนำนปช.บางคน

อัยการส่อถอนประกันแกนนำนปช.บางคน

21 เม.ย. 2554

อัยการเลื่อนสั่งคดี “เมธี อมรวุฒิกุล” ปล้นปืน 21 มิ.ย.นี้ ขณะที่ถอนประกัน 9 แกนนำ นปช. อธิบดีอัยการคดีพิเศษระบุส่อถอนบางคน หลังเช็คคำปราศรัยเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน แกนนำ นปช. แฉทหารตบเท้าเตรียมปฏิวัติ ปูด ยุทธการ "ถอน ยุบ ยึด" ป้อง สถาบัน เป็นแค่ข้ออ้าง

 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 21 เม.ย.54 เวลา 10.00 น. นายเมธี อมรวุฒิกุล แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ารายงานตัวกับนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อฟังคำสั่งคดี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียน ไม่สามารถออกให้ได้ และพกพาอาวุธปืนไปในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กรณีถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนสงครามของทางการที่ยึดไปจากเจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์ปะทะกันของทหารกับกลุ่ม นปช. ที่สี่แยกคอกวัว เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.53 ขณะที่พนักงานอัยการยังพิจารณาสำนวนคดีไม่เสร็จ จึงต้องเลื่อนนัดสั่งคดีออกไปก่อน โดยนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

 ภายหลัง นายเมธี กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังคงอยู่ในความดูแลของดีเอสไอตามโครงการคุ้มครองพยานในคดีก่อการร้าย โดยยังต้องรอเบิกความในชั้นศาล ส่วนคดีอาวุธปืนก็ต้องนำพยานเข้าต่อสู้กันไป ส่วนจะเล่นการเมืองเต็มตัวหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้คงต้องสู้กับวิบากกรรมต่อไป โดยเฉพาะกรรมระหว่างตนกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย คงต้องต่อสู้กันไปอีกนาน

 ขณะที่นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ดีเอสไอ ยื่นเอกสารหลักฐานขอให้อัยการยื่นคำร้องศาลอาญาเพิกถอนการประกันตัว 9 แกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้าย ว่า หลังจากมอบหมายให้นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ตรวจดูเอกสารบันทึกถ้อยคำจากการถอดเทปคำปราศรัยของจำเลยเกือบครบทุกคนแล้ว เบื้องต้นพบว่าพฤติการณ์บางคนไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่บางคนค่อนข้างชัดเจน จึงอาจต้องพิจารณาขอถอนประกันจำเลยบางคน

 นปช.แฉทหารตบเท้าเตรียมปฏิวัติ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงข่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ที่มีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานความมั่นคงโดยเฉพาะทหาร โดยอ้างว่าเป็นการปกป้องสถาบันนั้น ตนได้รับข้อมูลจากนายพลคนหนึ่งที่ยังรับราชการอยู่ว่า เป็นการเช็คแถวเตรียมความพร้อมในการปฏิวัติ เชื่อได้ว่าจะเป็นการสกัดการเลือกตั้ง เพราะทุกกระแสทุกโพลล์ออกมาว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง และขอตั้งข้อสังเกตว่าทหารที่ออกมาตบเท้าทุกหน่วย ล้วนเป็นหน่วยทหารที่ใกล้ชิดกับนายทหารใหญ่ที่กุมอำนาจในขณะนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการโชว์ตัวว่าพร้อมที่จะทำรัฐประหาร เป็นการส่งสัญญาณว่าหน่วยงานไหนพร้อมบ้าง โดยข้อมูลดังกล่าวสังเกตได้ว่าเป็นการเชื่อมโยงสถานการณ์ในขณะนี้ โดยจะเริ่มจากการถอนประกันตัวแกนนำเสื้อแดงก่อน จากนั้น รอเวลายุบสภา และยึดอำนาจ โดยใช้ชื่อยุทธการ ว่า "ถอน ยุบ ยึด"

คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงการ์ดนปช.คนสนิท"กี้ร์ " 

 กรณีนายประจวบ สุดกระโทก อายุ 49 ปี คนสนิทนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับนายสมชาย ดีสวัสดิ์ หรือ ส.ดอกจิก อายุ 45 ปี ถูก 2 คนร้ายบุกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนั่งอยู่ในเต็นท์ที่พักของกลุ่ม นปช.พัทยา บริเวณปากซอยเขาตาโล หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 21 เม.ย. ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 เม.ย. พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รอง ผบช.ภ.2 ได้เดินทางมาที่ สภ.บางละมุง พร้อมกับเรียก พ.ต.ท.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. และร.ต.ท.ศุภวัฒน์ ลัทธปรีชา ร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาร่วมประชุมวางแผนคลี่คลายคดี พร้อมกับเชิญนายประจวบ สุดกระโทก มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

 พล.ต.ต.นิวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามนายประจวบ คนเจ็บ ให้การยืนยันว่าโดยส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องอะไรกับใคร จึงไม่ทราบสาเหตุว่าถูกคนร้ายบุกยิงด้วยเรื่องอะไร เพราะคนร้ายไม่ได้เจาะจงจะยิงใคร ซึ่งขณะนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าเร่งคลี่คลายคดี โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บางละมุง เร่งประสานไปยังเมืองพัทยา ร้านเซเว่น และหน้าอพาร์ทเม้นท์ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาทิศทางคนร้ายหลบหนีพร้อมติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นหลักไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องการเมือง ซึ่งอาจจะถูกฝ่ายตรงข้ามบุกมายิงเพื่อข่มขวัญ เพื่อไม่ให้จัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 23 เม.ย. หรือน่าจะมาจากเรื่องวัยรุ่นคึกคะนอง ขณะที่เรื่องความแค้นส่วนตัวก็ไม่ได้ตัดทิ้ง อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดี ให้เร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหามือปืนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป