ข่าว

มาร์คชี้นำตัวแม้วกลับปัญหาก็ยังไม่จบ

มาร์คชี้นำตัวแม้วกลับปัญหาก็ยังไม่จบ

16 เม.ย. 2552

"นายกฯอภิสิทธิ์"เผยทูตทั่วโลกไม่สนใจถามเรื่องถอนพาสปอร์ต“ทักษิณ” เผยอีก 2 วันมีคำตอบจัดประชุมอาเซียนบวก 3 รอบใหม่ ลั่นประชุมครั้งใหม่ต้องเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ ชี้ลากตัว“ทักษิณ”กลับปัญหาก็ยังจบไม่ปัญหา แต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือการเมือง โฆษก"ภู

(16เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมกับตัวแทนของทูตประเทศต่าง ๆ ว่า  ในที่ประชุมมีการสอบถามเรื่องสถานการณ์ทั้งหมด โดยเฉพาะมาตรการที่รัฐบาลใช้ที่พัทยา จ.ชลบุรี  รวมทั้งที่กทม.ว่าเป็นอย่างไร และเหตุการณ์ที่ลุกลามจะควบคุมให้กลับมาอยู่ในภาวะปัจจุบัน จะต้องมีการทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงความห่วงใยบ้าง

 เมื่อถามว่าทางทูตได้สอบถามถึงการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการสอบถามกรณีผู้เสียชีวิต 2 รายที่พบศพบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามเท่าที่ตนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าคนทั้ง 2 ยังมีชีวิตอยู่ในคืนวันที่ 13 เม.ย. แต่ตนกำลังให้รายงานมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าบุคคลทั้ง 2 มีชีวิตอยู่ในคืนวันที่ 13 เม.ย.จริง ทุกคนก็คงจำได้ว่าตั้งแต่ช่วงดึกจนถึงเช้าวันที่ 13 เม.ย. ไม่ได้มีการดำเนินการอะไรเพิ่มเติม นอกจากขยับกำลังต่างๆ เข้ามา จากนั้นพอเช้าก็ยุติการชุมนุม จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คนทั้ง 2 จะเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

 เมื่อถามว่าตกลงจะมีการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีการประเมินดูว่าขณะนี้มีการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ในเรื่องใดบ้าง และจะหมดความจำเป็นเมื่อไหร่ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าถ้ายกเลิกพ.ร.ก.แล้วกลุ่มเสื้อแดงจะกลับมาเคลื่อนไหวอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าหลังการยกเลิก พ.ร.ก.แล้ว การชุมนุมทางการเมือง การแสดงความคิดเห็นโดยสงบ ปราศจากอาวุธสามารถทำได้ แต่การไปยุยงปลุกปั่นให้ใครทำผิดกฎหมาย จะทำไม่ได้ ความจริงการชุมนุมหลังการประกาศพ.ร.ก.แล้วถือว่าทำผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลถือว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีเจตนาที่จะสร้างความวุ่นวาย จึงจะเจาะจงเฉพาะบุคคลที่แสดงออกชัดเจนในการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 เมื่อถามต่อว่าได้ให้ความมั่นใจกับทูตประเทศต่าง ๆ อย่างไรบ้างว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่ และให้ความมั่นใจเรื่องการลงทุนอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจไม่ได้พูดกันมาก แต่พูดกันเรื่องการท่องเที่ยวบ้าง ซึ่งตนได้ชี้แจงว่ารัฐบาลได้เดินหน้าไปมากในเรื่องของการสร้างความสงบเรียบร้อยให้กลับคืนมาโดยเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังมีงานการเมือง ด้านกฎหมายที่ต้องทำต่อเนื่องกันไป อย่างไรก็ตามสำหรับความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ตนคิดว่าบรรดาทูตคงมีความรู้สึกห่วงใจ และกังวลใจไม่ต่างไปจากคนไทย อย่างไรก็ตามในการพูดคุยก็มีการตั้งคำถามถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นที่พัทยา โดยระบุว่ามาตรการดูแลการชุมนุมเข้มน้อยไป ก็ถือเป็นมุมมองที่เราเข้าใจ ซึ่งเราคงต้องทบทวนมาตรการการดูแลผู้ชุมนุมในระหว่างที่มีบุคคลสำคัญเดินทางมาร่วมประชุมใหม่
 
 เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดงจะลงไปเคลื่อนไหวใต้ดิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ต้องการให้คนไทย ไม่ว่าจะใต้ดินหรือบนดินทำร้ายประเทศ ตนเชื่อว่าคนที่มาชุมนุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ไม่ได้คิดร้าย และตนก็ยังยืนยันในคำพูดเดิมว่าอยากจะเชิญให้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยว่าจะแก้ไขปัญหาทางการเมืองกันอย่างไร ส่วนคนที่ทำผิดกฎหมายหรือตั้งใจที่จะใช้วิธีที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะอยู่บนดินหรือใต้ดินก็ไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแล ซึ่งเมื่อสถานการณ์หรือเงื่อนไขของวิธีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป รัฐบาลก็ต้องปรับวิธีการแก้ปัญหาด้วย ส่วนจะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่นั้น ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องดูแลให้ได้

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรคพลังประชาชน ระบุว่าหากนายกฯลงพื้นที่อาจถูกคนเสื้อแดงยิง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาของนายวรวัจน์คืออะไร แต่อยากจะชวนในฐานะนักการเมืองด้วยกันว่ามาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมความไม่รุนแรงในการแข่งขันต่อสู้ทางการเมืองดีกว่า เมื่อถามว่าจะยังใช้ความสุภาพในการแก้ปัญหาต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็นำความสงบเรียบร้อยกลับคืนมาได้มาก โดยไม่ทิ้งเรื่องความสุภาพเลย เพราะคิดตรงกันข้ามว่าถ้ายิ่งใช้ความกร้าวเข้าหากัน ความสงบจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงทีผ่านมารัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แต่ตอนนี้ก็ต้องกลับไปดูที่ต้นเหตุ ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของตนตั้งแต่แรก เพียงแต่นึกว่าถ้าสามารถจัดการประชุมอาเซียนบวก 3 บวก 6 ผ่านไปได้ด้วยดี เศรษฐกิจก็จะเดินหน้าไปได้ และเราจะสามาถกลับมาดูเรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตามตนทราบดีว่ายังมีความไม่พอใจจากประชาชนต่อรัฐบาลและสภาพการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งตอบสนอง

 เมื่อถามว่าจะเร่งสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังเหตุการณ์สงบลงตนไม่เคยคิดเลยว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายใด ในทางตรงกันข้ามตนยังต้องการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันทำบ้านเมืองให้สงบให้เร็วที่สุด โดยการมาพูดคุยกัน ข้อเรียกร้องที่เป็นเหตุผล หรือสิ่งที่ยังอยู่ในใจ สามารถนำมาพูดคุยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดทางการเมือง หรือความคลางแคลงใจในการดำเนินคดีต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นสองมาตรฐาน ตนยินดีพูดคุยกันทั้งหมด ถือเป็นความตั้งใจของตนที่จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองให้เกิดความมั่นใจว่ามีความยุติธรรม

 เมื่อถามว่าจะมีการจัดประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาได้อีกเมื่อไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังปรึกษาหารือกันอยู่ อีก 2 วันจะได้ข้อยุติ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับประเทศต่าง ๆ และอีก 1-2 วันนี้เลขาธิการอาเซียนจะมาพบกับตน เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าจัดประชุมอีกครั้งจะไม่ล้มเหลว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคงปล่อยให้ล้มเหลวไม่ได้ ตนจะต้องทบทวนและแก้ไขจุดที่เป็นข้อบกพร่องให้ได้ เมื่อถามว่าจากนี้ไปจะต้องจัดทัพเรื่องความมั่นคงใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าให้เรื่องเรียบร้อยไปก่อน และจะมาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่ง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การชี้แจงสถานการณ์ต่าง ๆ เอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ฟังนั้น บรรดาทูตไม่ได้สอบถามถึงกรณีที่ทางการไทยถอนหนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่าความคืบหน้าในการตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณหลังถอนพาสปอร์ตแล้วจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งหน่วยงานสากลต่าง ๆที่เกี่ยวข้องไปแล้ว นอกจากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ได้พูดคุยกับทางต่างประเทศ และบรรดาทูตอย่างชัดเจนว่าเรามีความเป็นห่วงเวลาที่อดีตนายกฯไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องนี้ทางมิตรประเทศก็จะต้องช่วยกันดูแล ส่วนกระแสข่าวที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปประเทศแอฟริกานั้น ยังไม่มีรายงานเข้ามา อย่างไรก็ตามตลอดทั้งวันนี้ก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณค่อนข้างมาก

 เมื่อถามว่าการถอนพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณมีประโยชน์ต่อการตามตัวอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่ามีเอกสารเดินทางที่ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าทุกประเทศที่เป็นมิตรกับเราจะปฏิบัติตามหลักการอยู่แล้ว คงไม่ยอมให้ใครมาใช้พื้นที่หรือสถานที่ของตัวเองไปก่อปัญหาด้านความมั่นคงให้ประเทศอื่น

 เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ารัฐบาลไทยจะนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในไทยได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ ตนก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะไปพบตัวหรือดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณได้ในประเทศไหน ขึ้นอยู่กับประเทศนั้น ๆ ว่ามีกระบวนการในการส่งตัวอย่างไร เมื่อถามว่าหากนำตัวกลับมาได้ปัญหาจะจบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าววว่า ตนไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องที่จบปัญหาหรือไม่จบปัญหา เพราะเรื่องนี้เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น การจบปัญหาที่ถาวรคือจะต้องหาทางออกทางการเมืองร่วมกันมากกว่า

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มี 3 ประเทศเช่นกัมพูชา ดูไบ และนิการากัวให้หนังสือเดินทางพ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ยังไม่มีที่ไหนยืนยัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงข่าว นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าอิดโรย แต่ยังยิ้มแย้มว่า “ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ก็ได้นอนบ้าง” เมื่อถามว่าจะกลับไปนอนบ้านตามปกติหรือยัง นายกรัฐมนตรี หันกลับมาถามอย่างอารมณ์ดีว่า “จะรู้ไปทำไม” จากนั้นได้ขึ้นรถประจำตำแหน่งกลับไปพร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทันที

บัวแก้วอ้างสืบยาก"ทักษิณ"ถือพาสปอร์ตประเทศไหน

นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงให้ทุกประเทศได้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกประเทศ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าหลายประเทศให้หนังสือทางการทูตแก่พ.ต.ท.ทักษิณนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีประเทศใดบ้าง รวมไปถึงนิการากัว และดูไบ ซึ่งยอมรับว่าการตรวจสอบค่อนข้างยาก เนื่องจากหลายประเทศไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย และเป็นประเทศเล็ก จึงต้องใช้เวลา

 นายวีระศักดิ์ ยังกล่าวถึงการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างหาที่อยู่อย่างชัดเจนว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ จากนั้นก็จะเป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมกับตำรวจสากล ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ในการดำเนินการติดตามหาตัวโดยเป็นหน้าที่ของอัยการที่จะดำเนินการในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน
 
"สุเทพ"เผยรัฐเตรียมเดินหน้าสร้างความสมานฉันท์ต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเชิญทูตกว่า 70 ประเทศมาชี้แจงสถานการณ์จลาจลในประเทศไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเหตุการณ์ความไม่สงบนี้ ทั้งนายสุเทพ ยังคงมีท่าทีที่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมีท่าทีที่ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้สื่อข่าวว่าโดยระบุว่าได้นอนเต็ม 6 ชั่วโมงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์โดยกล่าวเพียงว่า ไม่ขอพูดถึงเรื่องใดๆแต่ขอเดินหน้าทำงาน และสร้างความปรองดองภายในประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากแต่ก็ต้องทำ

โฆษก"ภูมิใจไทยอัดกลับ"จตุพร"ใจปลาซิวหนีความรับผิดชอบ

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ออกมาระบุ นายเนวิน ชิดชอบ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเผารถเมล์เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนขอชี้แจงว่าหากติดตามการชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาล การปราศรัยของผู้นำการชุมนุมทั้งนายจุตพร หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นตลอดว่ามีการปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมกระทำการเลยขอบเขตเสรีภาพการชุมนุม มีการยุยงสั่งการให้ละเมิดกฎหมายอาญา
 
 “ทั้งหมดเป็นการแสดงว่าคนร่างใหญ่ แต่นายจตุพรใจปลาซิว ขี้ขลาด ไม่รับผิดชอบ ป้ายสีคนอื่น และภายในวันพรุ่งนี้หรือมะรือนี้ นายเนวินซึ่งถูกกล่าวหาจะดำเนินคดีกับนายจตุพรให้ถึงที่สุด และจะเอาความจริงมาเผยว่านายจตุพรไม่มีคุณค่าพอที่จะเป็นแกนนำในการชุมนุมแต่อย่างใด”นายศุภชัย กล่าว

"เทพไท"ท้า “จตุพร”เอาหลักฐานมาโชว์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีนายจตุพรออกมาแถลงยืนยันมีคนเสียชีวิตในการสลายการชุมนุมจว่า  ถ้านายจตุพรมีข้อมูลจริงขอให้นำมาแสดงต่อสื่อมวลชน ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าหัวให้รางวัลค่าชี้เบาะแส หรือเป็นเพราะรู้ว่าไม่มีเบาะแสใดๆจึงกล้าตั้งรางวัลที่สูงถึง 5 แสนบาท

ส.ส.กทม.เพื่อไทย จี้ตร.นำตัวคนยึด"รถเมล์-รถแก๊ส"มาลงโทษ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้นำใบเเจ้งความที่ส.น.นางเลิ้ง เพื่อให้เป็นพยานและตั้งข้อสังเกตว่า การที่ยึดรถเมล์ของขสมก.อย่างง่ายดายนั้น เป็นข้อพิรุธ คล้ายผู้ดูแลรับผิดชอบปล่อยปละละเลย จนทำให้ถูกเผา และเกิดความรุนแรง ทำให้ผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลได้รับผลกระทบว่ามีการชุมนุมด้วยความรุนแรง ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง จึงอยากให้พนักงานสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่ยึดรถและเผาเพื่อจะมารับโทษตามกฏหมายและจะได้ทราบว่าเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้เป็นความผิดของใคร

 เเละ นายไพโรจน์ ยังได้เเสดงใบเเจ้งความที่ส.น. ดินแดง เกี่ยวกับการยึดรถแก๊ส มาตั้งข้อสังเกตุเช่นดียวกันว่าขอให้ตำรวจสอบสวนผู้ที่ยึดรถแก๊ส มารับโทษทางกฏหมายต่อไป