
ชำแหละค่าจ้างขั้นต่ำไม่พอเลี้ยงชีพ
ชำแหละค่าจ้างขั้นต่ำในกทม. 215 บาทไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ คสรท.แนะอัตราจริงควรอยู่ที่ 421 บาท เสนอออกกฎหมายปรับขึ้นเงินเดือนทุกปี แทนการรอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เอกชนมองปรับ 25% ภายใน 2 ปีทำได้ยาก
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวในการจัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ข้อเสนอแนะในการกำหนดนโยบายค่าจ้างที่เป็นธรรม" ว่า สถานการณ์แรงงานในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีค่าจ้างเพียง 215 บาท ซึ่งไม่พอต่อค่าครองชีพและไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อถีบตัวสูงขึ้นมาก ลูกจ้างหลายส่วนเดือดร้อนต้องทำงานนอกเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ทำให้มีปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยตามมา ทั้งนี้ คสรท.เคยสำรวจค่าจ้างขั้นต่ำควรจะอยู่ที่ 421 บาท จึงจะพอต่อค่าครองชีพของลูกจ้าง และสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ 2 คน
ทั้งนี้ เห็นว่ารัฐบาลควรทำโครงสร้างอัตราค่าจ้างที่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง โดยอาจออกกฎหมายให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนของแรงงานทุกปี เพราะปัจจุบันยังมีแรงงานหลายส่วนที่ไม่เคยได้รับการขึ้นค่าจ้างประจำปี ได้แต่รอการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำก็ควรเปลี่ยนเป็นค่าจ้างแรกเข้าแทน เพราะจะทำให้ลูกจ้างมีความเป็นอยู่ที่ดี
ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจการกำหนดอัตราค่าจ้าง ทำให้การประกาศแต่ละครั้งมีตัวเลขไม่แน่นอนและการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปีนั้น ไม่เชื่อว่าจะทำได้เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคม ขณะเดียวกันขบวนการแรงงานต้องชัดเจนกว่านี้ ตัวเลข 421 บาท ที่ทำการสำรวจไว้ยังไม่เคยมีการยืนยันที่แน่นอน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกนานในการพัฒนาให้ได้ตามตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้
นายอุดมศักดิ์ บุพนิมิตร ประธานสภาองค์การลูกจ้างองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราต้องพยายามผลักดันให้มีโครงสร้างอัตราค่าจ้างที่เป็นธรรม โดยมี 2 ช่องทางที่สามารถทำได้ คือ จัดทำเป็น พ.ร.บ.โครงสร้างค่าจ้างแห่งชาติ หรือแทรกในส่วนของมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.) เพื่อให้มีโครงสร้างอัตราค่าจ้างที่ตายตัว เป็นหลักประกันค่าจ้างให้แก่แรงงานที่จะเข้ามาทำงานในอนาคต



