
รัฐหันพึ่งเงินกู้ในประเทศระตุ้นเศรษฐกิจรอบ2
เอสแอนด์พีลดเครดิตไทย กระทบต้นทุนเงินกู้ รัฐหันพึ่งเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก ใช้ลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ระบุสภาพคล่องในประเทศยังสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท "กรณ์"รับความวุ่นวายเพิ่มแรงกดดันในการดูแลเศรษฐกิจ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผลกระทบจากกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือด้านสกุลเงินบาทของไทย โดยมีแนวโน้มเชิงลบ แม้จะทำให้ต้นทุนการกู้เงินสูงขึ้นบ้าง แต่ขณะนี้สภาพคล่องในระบบการเงินของไทยมีอยู่สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ขณะที่เอกชนไทยยังไม่มีแผนกู้เงินมากนัก เพราะได้รับผลพวงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้น แผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 1.56 ล้านล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาว รัฐบาลจะต้องเน้นเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก
“เราคงจะเน้นเรื่องการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก เพราะสภาพคล่องมีอยู่สูง แต่การกู้เงินต่างประเทศก็ยังจำเป็น เนื่องจากต้องการสกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อนำมาซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศที่จำเป็นประมาณ 30% เพื่อใช้ในก่อสร้างโครงการต่างๆ แต่จะกู้จากต่างประเทศให้น้อยที่สุด” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ยอมรับว่า รัฐบาลมีปัญหามากขึ้นจากเหตุการณ์ไม่สงบในช่วงหลายวันที่ผ่านมา อาจทำให้ประชาชนจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเมืองไทยน้อยลง ทำให้รัฐบาลอาจยิ่งเก็บรายได้ได้น้อยลง รัฐจึงจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนมาใช้สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ในระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 1.56 ล้านล้านบาท และจะต้องเดินหน้าลงทุนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งนโยบายการคลังมีความสำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ส่วนนโยบายการเงินนั้น ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเหลือในอัตรา 1.25% ต่อปี แต่เมื่อเกิดปัญหารุนแรงในประเทศ จึงต้องจับตาดูว่า กนง.จะพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกหลังจากหยุดติดต่อกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองยุติ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยนายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอ๊ดคินซัน กล่าวว่า นักลงทุนยังวิตกต่อความวุ่นวายทางการเมืองที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แม้ว่าปัจจัยทางการเมืองจะสงบลง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นผลเสียจนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือเอสแอนด์พีลดอันดับเครดิตของประเทศไทย



