
นิการากัวปฏิเสธออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ
"จตุพร"ลั่นวันสลายการชุมนุมไม่ได้หนี แต่ออกไปดูสถานการณ์รอบทำเนียบฯแล้วเข้าพื้นที่ไม่ได้ ระบุตั้งรางวัล 5 แสนให้กับคนให้ข้อมูลหลักฐานเอาผิดทหารฆ่าผู้ชุมนุม ทีมยุทธศาสตร์ "เพื่อไทย"ถกกำหนดทิศทางเคลื่อนไหว ออกหมายจับแกนนำนปช.อีก27คนความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉ
(16เม.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 14.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะเเกนนำคนเสื้อเเดงที่โดนหมายจับของตำรวจนั้เเละหายตัวไปตั้งเเต่วันที่ 14 เม.ย.ได้ปรากฎตัวที่พรรคเพื่อไทยโดยนายจตุพรมีสีหน้าอิดโรยคล้ายไม่ได้นอนมาหลายวัน เเละยังใส่เสื้อเเดงขึ้นไปประชุมกับเเกนนำพรรคเพื่ไทยโดยนายจตุพรกล่าวสั้นๆว่าเวลา 14.40 น.จะลงไปเเถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายเเกนนำพรรคเพื่อไทย สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเช่นนายพายัพ ชินวัตร รวมทั้งนายจตุพรได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อเเดง
ต่อมาเวลา 14.50 น. นายจตุพรแถลงว่า หลายวันที่ผ่านมามีการให้ข่าวว่าตนหลบหนี ขอเรียนว่าวันที่ 14 เม.ย. หลังการปราศรัยในช่วงเช้าวันนั้น ตนได้ไปตระเวนตรวจสถานการณ์รอบทำเนียบฯ พบว่ามีทางออกเพียงจุดเดียวคือคลองผดุงกรุงเกษม ที่เหลือโดนปิดล้อมแบบปิดตาย เหตุที่ตนต้องออกไปประเมินสถานการณ์นั้น เพราะคนเสื้อแดงเหลืออยู่น้อย แต่การปิดล้อมที่มีทหาร กองโจรพันธมิตรฯและคนเสื้อน้ำเงินของนายเนวิน ชิดชอบ ที่ติดอาวุธทั้งหมดบีบเข้ามาแล้ว ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงตายไปหลายสิบคน ในวันนั้นแกนนำไม่ต้องการประชาชนเสียชีวิตไปมากกว่านี้เมื่อแกนนำประเมินสถานการณ์แล้วจึงตัดสินใจว่าควรยุติการชุมนุมไปก่อน
นายจตุพร กล่าวว่า ในวันนั้นแกนนำคนอื่นๆจึงมอบตัว ตนอยากจะกลับเข้าพื้นที่ แต่ก็กลับไม่ได้เพราะถูกปิดล้อมไว้หมด ฉะนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตนจะตอบโต้ทุกประเด็นจนกว่าจะถึงวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งตนจะไปประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้สภาโหวตให้ตนเข้ามอบตัว
ส่วนเหตุปะทะกันในพื้นที่ต่างๆนั้น ขอย้ำว่า คนเสื้อไม่เคยมีปัญหากับประชาชนโดยเฉพาะย่านนางเลิ้ง แต่พื้นที่นั้นคนเสื้อแดงโดนตีตาย 3 ศพ แต่ไม่พบศพเหล่านี้ที่สน.นางเลิ้งเลย รวมทั้งหลายศพที่ดินแดงก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย จึงอดทนไม่ได้แล้วมีถึงนำแก๊สมาขู่บ้าง ตนทราบว่าที่ผ่านมามีการใช้ปืนเอ็ม 16 และปืนอาก้า ซึ่งไม่ใช่อาวุธของคนเสื้อแดง
นายจตุพร กล่าวอีกว่า วันนี้คนเสื้อแดงกลายเป็นจำเลยจากการให้ข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ฉะนั้นตนขอตั้งรางวัลนำจับให้คนที่ชี้เบาะแสคดีฆ่าประชาชนย่านนางเลิ้ง 2 ราย คดีละ 5 แสนบาท รวมทั้งการให้เบาะแสคดียิงมัสยิดย่านซอยเพชรบุรี 5 - 7 อีก 5 แสนบาทเช่นกัน ขอให้คนเสื้อแดงช่วยกันตามหาศพและหลักฐานต่างๆ แล้วมาส่งให้ที่พรรคเพื่อไทย เพราะคนเสื้อแดงไม่มีเหตุผลที่ไปทะเลาะประชาชน แต่เรื่องทั้งหมดน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์
เมื่อถามว่ากรณีที่คนเสื้อแดงยึดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจะเผารถแก๊สสามคันการทำแบบนี้เหมือนเอาประชาชนผู้บริสุทธิ์มาเป็นตัวประกัน นายจตุพรกล่าวว่า การปิดอุนสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้นผิดแค่พ.ร.บ.จราจรแต่ไม่ต้องฆ่าประชาชน ส่วนกรณีรถแก๊สนั้นขอถามว่าสิ่งต่างๆที่พันธมิตรฯกระทำแกนนำพันธมิตรฯจะรับผิดชอบหรือไม่ เรื่องรถแก๊สนั้นแกนนำไม่รู้ว่าใครเอาไป และจะไม่รู้จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะตอนนั้นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่คนเสื้อแดงรู้สึกว่าโดนทหารยิง ก็ต้องมีการหาอะไรมากำบังบ้าง
ตนไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ หากคนเสื้อแดงทำผิดก็ว่ากันไปตามผิด จะได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนเสื้อแดงจะได้รับระบบสองมาตรฐานหรือความยุติธรรมที่จริง ส่วนท่าทีในอนาคตของคนเสื้อแดงและได้ประเมินหรือไม่การชุมนุมของนปช.แพ้หรือชนะ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่มีการประเมินแต่พูดได้คำเดียวว่ามีสิ่งทีคาดไม่ถึงคือ การใช้ทหารฆ่าประชาชน
ทีมยุทธศาสตร์"พท."ถกกำหนดทิศทางเคลื่อนไหว
เมื่อเวลา 14.00 น . ที่พรรคเพื่อไทย มีประชุมทีมยุทธศาสตร์เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองพร้อมกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคหลังกลุ่มเสื้อแดงประกาศสลายตัว มีแกนนำพรรค อาทิ นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.กทม. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย ร่วมประชุม
นายไพจิต กล่าวว่า พรรคประเมินว่าถึงแม้กลุ่มคนเสื้อแดงในกทม.จะสลายตัว แต่ในต่างจังหวัดยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังพร้อมที่จะเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยวิธีการของตัวเองตามระบอบประชาธิปไตยและอยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนมีหลายฝ่ายมองว่าพรรคติดลบนั้น เพราะรัฐบาลบิดเบือนข้อมูลต่างๆ ซึ่งพรรคจะรอวันที่สื่อพร้อม สภาฯพร้อม และช่วยกันเปิดเผยข้อมูลให้สังคมได้รับทราบซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานความจริงจะปรากฏ
ออกหมายจับแกนนำนปช.อีก27คนความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัย จำนวน 27 คน ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ระบุว่า เป็นบุคคลต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกกเฉิน ประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายอดิศร เพียงเกษ นายเหวง โตจิราการ นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง นายพีระ พริ้งกลาง นายณรงค์ศักดิ์ มณี นายณัฐพงศ์ อินทะนาง นายชิณวัฒน์ หาบุญพาด นายอริมันต์ พงศ์เรืองรอง พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ นายนิสิต สินธุไพร นายนพพร นามเชียงใต้ นายสำเริง ประจำเรือ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายธนกฤต หรือ วันชน ชะเอมน้อย นายสิงห์ทอง บัวชุม นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายศักดา นพสิทธิ์ นางศิริวรรณ นิมิตศิลปะ นายธรชัย ศักดิ์มังกร พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายวรชน เหมะ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ลงวันที่ 16 เม.ย. 2552
รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า ผู้ต้องสงสัยดังกล่าว เป็นกลุ่มผู้ที่พูดปราศัยบนเวทีหลังจากที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉินไปแล้ว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามหมายได้ครั้งละ 7 วัน รวมไม่เกิน30 วัน หากภายใน 30 วัน มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็สามารถปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ส่งชุดสืบสวนประกบตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดแล้ว และสามารถจับกุมได้ทันที โดยจะนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไปสอบสวนที่ ตชด.ภาค1 จังหวัดปทุมธานี
ตำรวจสากลยังไม่ขึ้นบัญชีหมายแดงทักษิณตามข้อหาใหม่
รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่ ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว และทางพล.ต.อ.พัชวาท วงศ์สุวรรณ ผ.บ.ตร.ได้สั่งการไปยังกองการต่างประเทศและมีกองกำกับการ.1 ซึ่งรับผิดชอบด้านตำรวจสากล (Interpol) ที่มีประไทยเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อให้ประเทศสมาชิก 187 ประเทศติดตามตัวและจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลบหนีหมายจับคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก โดยทางกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำขึ้นบัญชีหมายแดงหรือ Red Noticeใว้ในเว็บไซต์ของตำรวจสากล ( Interpol)เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 11เม.ย.52 ที่ผ่านมา
ส่วนกรณีที่ ถูกออกหมายจับล่าสุดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงใน ข้อหายุยง ส่งเสริมให้เกิดเหตุรุนแรง นำไปสู่ข้อหาการล้มล้างรัฐบาลนั้น ทางกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้จัดทำขึ้นบัญชีหมายแดงหรือ(Red Notice)แต่อย่างใด.
นิการากัวปฏิเสธออกพาสปอร์ตให้"ทักษิณ"
รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศเม็กซิโกได้รับหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูตนิการากัวประจำประเทศเม็กซิโก ใจความว่า สถานเอกอัครราชทูตนิการากัวประจำเม็กซิโก ขอตอบหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเม็กซิโก ที่ 31001/126/2552 ซึ่งขอความอนุเคราะห์ให้ตรวจสอบรายงานข่าวในสื่อประเทศไทยเกี่ยวกับข้อสันนิษฐานเรื่องการให้สัญชาติ และการถือหนังสือเดินทางนิการากัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น สถานเอกอัครราชทูตสาธารณารัฐนิการากัวประจำเม็กซิโก ขอเรียนสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเม็กซิโกว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ไม่มีมูล ลงวันที่ 15 เมษายน 2009
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า หากประเทศใดก็ตามออกหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องตระหนักให้ดี เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในไทยช่วงที่ผ่านมา หากประเทศใด ออกหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนหน้านี้ก็ควรจะพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าว ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทยได้
ชวนพลังเงียบแขวนธงชาติรณรงค์หยุดใช้ความรุนแรง
เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย ประกอบด้วย ตัวแทนสถาบันการศึกษา องค์กรภาคประชาชนสื่อมวลชน และตัวแทนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นและเทศบาล อาทิ ศ.น.พ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล นายวิจัย อัมราลิขิต สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายสุริยงค์ หุณฑสาร สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหาทางออกจากวิกฤตการเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
นายสุริยงค์ กล่าวเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศที่เป็นพลังเงียบ ไม่ยอมรับความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชน ร่วมกันรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง โดยแสดงออกด้วยการแขวนธงชาติหน้าบริษัทห้างร้าน หน่วยงาน และบ้านที่อยู่อาศัย หากเป็นไปได้ให้แขวนป้าย หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง ไว้หน้าหน่วยงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



