
มาร์คเผยสุวิทย์เคลียร์กับกต.เข้าใจกันดีแล้ว
นายกฯอภิสิทธิ์เผยสุวิทย์เคลียร์กับกต.เข้าใจกันดี ยอมรับที่ผ่านมามีความแตกต่าง ยันรัฐบาลหนุนแนวทางปักปันเขตแดนให้เสร็จก่อน หวัง 25 พ.ค.คุยนอกรอบกับกัมพูชาที่ยูเนสโก ลั่นเจรจาให้จบก่อนถึงมิ.ย.
(20เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่ายไทย ขอถอนตัวจากการเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทยว่า นายสุวิทย์ยังทำหน้าที่ต่อ ตอนแรกเข้าใจว่านายสุวิทย์ไม่ค่อยแน่ใจว่าการจัดทีมที่จะไปเป็นอย่างไร และอาจมีความกังวลว่าแนวทางอาจจะตรงกันหรือไม่ ซึ่งตนได้โทรศัพท์คุยกับนายสุวิทย์ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ว่าให้คุยกับหลังการประชุมครม.วันนี้ บังเอิญเข้าใจว่าการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกอาจมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่บ้าง วันนี้พูดกันครบทุกท่าน ตอนนี้เห็นตรงกันทุกอย่างก็เดินหน้าได้
ส่วนที่นายสุวิทย์อยากให้ปักปันเขตแดนเสร็จก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนั้นเป็นแนวทางของเราอยู่แล้ว และที่มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมานั้นเพราะต้องเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ไม่อยากให้เกิดความสับสน โดยให้นายสุวิทย์เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งคณะประกอบด้วย กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม ที่จะร่วมในการเป็นคณะกรรมการด้วย
เมื่อถามว่าการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล เมื่อปี 2553 มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการนั้นทำหน้าที่พิจารณาไป แต่คณะที่เดินหน้าเป็นคณะผู้แทน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนจะมีการทำอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ตนไม่ได้อยู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เห็นบอกว่าอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่วันนี้มาพูดคุยกันระดับนโยบายก็ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนหลังจากนี้นายสุวิทย์จะถอดใจอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา ตนบอกกับนายสุวิทย์อยู่แล้วว่าใครทำงานมีปัญหาอะไรสามารถมาบอกตนได้ ถ้ามีปัญหา อุปสรรค ข้อข้องใจ มาบอกตนจะแก้ปัญหาให้ ซึ่งหลังการประชุมครม.ได้พูดคุยในส่วนที่อาจเห็นยังไม่ตรงกันอยู่กับกระทรวงต่างประเทศ
เมื่อถามถึงการทำงานของนายสุวิทย์กับกระทรวงต่างประเทศไม่ได้เดินไปด้วยกันจะมีเอกภาพได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ มันเป็นความเห็นที่มีความแตกต่างกันได้เป็นเรื่องปกติ คนเราทำงานต้องไปทำงานไม่ใช่งานง่าย มีความสลับซับซ้อน บางครั้งก็คิดไม่เหมือนกัน แต่ต้องหาข้อยุติร่วมกัน แต่ตอนนี้เข้าใจกันแล้ว เพราะได้คุยกันแล้ว โดยไม่ได้คุยเรื่องบุคคลหรือเรื่องการเมือง เป็นการคุยกันเรื่องสาระล้วนๆว่าที่ยังเข้าใจไม่ตรงกันคืออะไร แล้วตนสรุปประเด็นให้ว่าจะเดินอย่างไร
เมื่อถามว่าความเห็นที่แตกต่างระหว่างกระทรวงต่างประเทศและนายสุวิทย์คืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องบอก ขอให้เป็นเรื่องรัฐบาลไทยไปดำเนินการ มันเป็นเรื่องเทคนิคเราอาจเข้าใจบางเรื่องไม่ตรงกัน แต่ว่าตนบอกว่าเวลามีความเข้าใจไม่ตรงกัน อย่าไปเก็บไว้ในใจไปคิดอะไรมาก พูดกันตรงไปตรงมา ตรงไหนไม่สบายใจเห็นไม่ตรงกัน เราจะได้ทราบ พอพูดกันออกมาสุดท้ายก็เห็นตรงกันเท่านั้นเอง
ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าถ้ายังเป็นรัฐมนตรีต้องทำหน้าที่ นายสุวิทย์กลัวไม่ได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ถึงไม่ลาออก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามนายสุวิทย์ ทั้งนี้โดยหลักถ้าเป็นรัฐมนตรีอยู่ต้องทำหน้าที่อยู่แล้ว เมื่อถามว่าสรุปแนวทางที่รัฐบาลมอบหมายให้ดำเนินการคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยึดจุดยืนอย่างที่ตนได้เรียนให้ทราบ บางทีบางเรื่องไม่จำเป็นต้องไปบอกให้ทุกคนรู้ รัฐบาลไทยไปเพื่อปกป้องประโยชน์ของประเทศแน่นอน ต้องการยืนยันว่าการเดินหน้าของมรดกโลก โดยที่จะมีการบริหารจัดการพื้นที่ โดยที่ยังไม่มีการจัดทำหลักเขตแดนไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่านายสุวิทย์อ้างว่ากระทรวงต่างประเทศมีแนวทางจะให้บริหารพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ร่วมกับ 7 ประเทศ ซึ่งนายสุวิทย์ไม่เห็นด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ คงเป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน เพราะไม่มีแนวทางของรัฐบาลที่จะทำเรื่องการบริหารร่วม 7 ประเทศ ยืนยันว่าไม่มี ส่วนเหตุผลที่แท้จริงของนายสุวิทย์ที่ต้องการลาออกจากหัวหน้าคณะฯคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามนายสุวิทย์ อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมามีกี่คน นายดฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะทำขึ้นมาให้เป็นทางการ กำลังรวบรวมอยู่ โดยความเป็นเอกภาพที่จะเดินจะเป็นแนวทางซึ่งทำต่อเนื่องจากที่ทำมา 2 ปี จุดที่ว่าขณะนี้สาเหตุของปัญหาความตรึงเครียด และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ เป็นเพราะมีความพยายามเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ ในขณะที่ยังไม่มีการจัดทำหลักเขตแดนให้เรียบร้อย ฉะนั้นยังเป็นจุดยืนนี้อยู่ แล้วจะเดินหน้าในแนวทางนี้ และเป็นแนวทางที่ตนได้คุยกับยูเนสโกเอาไว้แล้ว
เมื่อถามว่าประเด็นที่ในวันที่ 25 พ.ค. ยูเนสโกจัดให้ไทยหารือกับกัมพูชาจะพูดคุยคืออะไร และจะมีความชัดเจนจะมีการเลือนแผนบริหารจัดการพื้นที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าจะได้ความชัดเจนไป จะได้ไม่ต้องขัดแย้งกันในการประชุมจริงในเดือนมิ.ย. อันนี้เป็นการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา ฉะนั้นมันคงไม่ได้ไปทำให้กรรมการต่างรับทราบ คงต้องรอให้การพบปะในเดือนพ.ค.เรียบร้อยก่อน ส่วนรูปแบบการเดินทางไปจะเป็นคณะการเจรจาหรือไม่นั้นจะดูรูปแบบอีกครั้ง
เมื่อถามถึงบทบาทของมรดกโลกที่จะเข้ามาในการประชุมเดือนพ.คมีอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามที่จะให้ 2 ฝ่ายพูดคุยกันนอกรอบ ไม่เช่นนั้นจะเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อเข้าไปสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกแล้วไปขัดแย้งกัน อย่าลืมว่าคณะกรรมการมรดกโลกประชุมแต่ละปี มีวาระการประชุมจำนวนมาก เวลาที่มีเรื่องไหนที่ถกเถียงกันยาวนานไม่ลงตัว กระทบต่อการประชุมค่อนข้างมาก หากตกลงกันได้ก่อนในเดือนพ.ค. ก็เป็นเรื่องดี
เมื่อถามว่าคณะผู้แทนพิเศษของยูเนสโกระบุหรือไม่ว่ากัมพูชายอมรับเกี่ยวกับการเลื่อนแผนบริหารจัดการแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันว่าได้พูดคุยกับกัมพูชาไว้อย่างไร ซึ่งในเดือนพ.ค.นี้เราต้องไปทำให้ชัดเจน เมื่อถามว่าเป็นการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาจะผูกมัดคณะกรรมการมรดกโลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมที่เกิดขึ้นโดยการรับรู้ของยูเนสโกอยู่แล้ว ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร เพราะเราได้คุยกัน
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ต้องการจะให้เปลี่ยนตัวให้เป็นคนอื่น เพราะเห็นว่านายสุวิทย์เหมาะสมที่สุด และรู้งานดีอยู่แล้ว จึงคุยกัน และจะจัดระเบียบใหม่ให้เป้นเอกภาพ โดยมีนายสุวิทย์ เป็นหัวหน้าคณะเหมือนเดิม ซึ่งนายกฯจะแต่งตั้งคณะให้เป็นทางการอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องความขัดแย้งระหว่างนายสุวิทย์กับกระทรวงการต่างประเทศ แต่อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกัน นายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ ก็พร้อมที่จะทำให้มันชัดเจนทั้งหมด
เมื่อถามว่า ต่อไปนี้ นายสุวิทย์ พูดอะไร กระทรวงการต่างประเทศต้องฟังใช่หรือไม่ นายไตรรงค์ กล่าวว่า นายกษิต ยืนยันว่าปกติก็ฟังอยู่แล้ว ไม่เคยขัดแย้งกัน เพียงแต่ไม่ได้มานั่งคุยกันอย่างนี้ เมื่อคนมีอำนาจ 4 คนมานั่งคุยกันก็ถือว่าสุดยอดของประเทศ เมื่อจบวันนี้ก็ถือว่าจบ ตนไม่ขอยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่อาจไม่เข้าใจกัน เพราะจะทะเลาะกันเปล่า ๆ แค่นี้เรื่องก็ยาวแล้ว สื่อเอาไปวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหาย เอาเป็นว่าทุกฝ่ายสบายใจแล้ว นายสุวิทย์ก็สบายใจแล้ว พร้อมทำหน้าที่ต่อไปทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมด้วย แต่ต่อไปนี้เวลาไปพูดจากับใครต้องปรึกษาหารือกันก่อน และพูดไปทางเดียวกัน นายสุวิทย์ ก็พอใจ และต้องขอบคุณท่านที่รับเป็นหัวหน้าคณะเจรจาต่อไป



