
อภิสิทธิ์เสนอเปิดประชุม2สภาแจงหลังม็อบสลาย
นายกรัฐมนตรีเสนอเปิดประชุมรัฐสภาชี้แจงสถานการณ์การเมืองหลังม็อบเสื้อแดงสลาย เบื้องเต้นพรรคร่วมฯและวิปส.ว.เห็นชอบเตรียมหารือสามวิปต่อไป สถาบันพระปกเกล้าฯถอดใจพับกก.ปฏิรูปการเมือง สธ.พร้อมใช้งบสปสช.จ่ายค่ารักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม โฆษก กห.เผยมติ กอฉ.สั
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมาย จากนายกรัฐมนตรีให้สอบถามความคิดเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ว. จะเห็นควรเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ตลอดถึงได้ร่วมกันพิจารณาในการหาทางออกกับปัญหาของบ้านเมืองต่อไปหรือไม่ ตามที่ที่มีข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายนั้น
“ขณะนี้ผมได้ประสานงานทางตัวแทนของพรรคร่วมทุกพรรค และวิปของทางสมาชิกวุฒิสภา ทุกฝ่ายมีความเห็นด้วยที่จะดำเนินการตามความคิดของนายกรัฐมนตรี ที่จะขอเปิดการประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องชี้แจงต่อสภาฯ ก็สามารถที่จะยื่นขอต่อประธานรัฐสภา เพื่อที่จะดำเนินการในการที่จะเปิดประชุมรัฐสภาต่อไป” นายชินวรณ์ กล่าวและว่า
ขณะนี้ ได้ประสานงานทางด้านประธานรัฐสภา และประธานรัฐสภา ก็เห็นว่า มีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อที่จะได้อภิปรายกันในสภาต่อไป ส่วนกำหนดวันในการประชุมนั้น ประธานรัฐสภา จะได้กำหนดวันในการประชุมต่อไป
นายชินวรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้ จะมีการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล วิปของพรรคร่วมรัฐบาล ในวันที่ 20 เมษายน เพื่อได้ชี้แจงแนวความคิดของนายกรัฐมนตรี ที่จะขอเปิดการประชุมร่วมรัฐสภา ต่อพรรคร่วมรัฐบาล และหลังจากนั้น ก็จะได้ประชุมร่วมกับวิปทั้งสามฝ่าย เพื่อจะได้วางกรอบในการที่จะอภิปราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการใช้สภาในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองต่อไป
สถาบันพระปกเกล้าฯถอดใจพับกก.ปฏิรูปการเมือง
นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอิสระเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง กล่าวถึงความคืบหน้าดำเนินการปฏิรูปการเมืองว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ตอบกลับว่าจะให้ดำเนินการต่อหรือไม่ เพราะขณะนี้ฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องการใช้กลไกทางการเมืองเข้าดำเนินการ ถ้าเป็นเช่นนั้นการปฏิรูปการเมืองส่วนของคนกลางคงยุติไปก่อน
ส่วนกระบวนการหาคำตอบเพื่อสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองเพื่อลดความขัดแย้งทางสถาบันพระปกเกล้าก็ยังเดินหน้าต่อ เนื่องจากมองว่าปรากฏการณ์ความขัดแย้งและการก่อจลาจลครั้งล่าสุดนี้ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งของคนสองฝ่ายเพื่อออกแบบแนวทางลดความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง รวมทั้งจะต้องออก พ.ร.บ.ว่าด้วยการชุมนุมมาควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจจะเลยเถิดในอนาคต
สธ.พร้อมใช้งบสปสช.จ่ายค่ารักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุม ว่า ขณะนี้คงมียอดผู้ป่วย 135 รายเท่าเดิม ซึ่งค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั้ง 12 แห่ง ที่รับผู้ป่วยไว้ดูแล ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยาบาล หัวเฉียว โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วชิระพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์ สถาบันประสาทวิทยา และโรงพยาบาลเดชา กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลทั้งหมด โดยใช้งบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ทั้งนี้ ในวันนี้ (16 เมษายน 2552) ได้ทำหนังสือขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐในสังกัด นอกสังกัด และโรงพยาบาลเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ/หน่วยกู้ภัย ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุมครั้งนี้อย่างดี ทำให้ผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัย
นายวิทยา กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชวิถี 1 ราย ที่ได้มีการประสานจากส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านผ่านทางญาติของผู้ป่วย เพื่อขอย้ายไปยังโรงพยาบาลพระราม 9 ได้แก่ นายวิเชียร ขีดกลาง ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้ง 2 ข้างนั้น ตนได้เดินทางไปเยี่ยมอาการตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถีได้ให้การดูแลอย่างดีจนอาการพ้นขีดอันตราย และสามารถย้ายออกจากห้องไอซียูได้แล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งการย้ายโรงพยาบาลครั้งนี้ เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ป่วยและญาติเอง และแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถี พิจารณาแล้วเห็นว่าจะไม่เป็นอันตรายกับผู้ป่วย
ส่วนกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากนั้น ขอยืนยันว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ได้ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และได้กำชับให้ทีมกู้ชีพฉุกเฉินทั้งของกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิในเครือข่าย ช่วยเหลือผู้ป่วยทุกรายอย่างเต็มที่โดยไม่แยกแยะฝ่าย ซึ่งได้รับความร่วมมือนำผู้ป่วยทุกรายส่งโรงพยาบาลทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานว่ามีรถกู้ชีพของบางมูลนิธิได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ชุมนุมด้วย เนื่องจากเป็นของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น ข้อเท็จจริงของผู้บาดเจ็บขอให้ตรวจสอบกับทีมกู้ชีพของกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิในเครือข่ายที่เข้าไปให้บริการในวันนั้น
ทางด้านนายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในวันนี้กรมสุขภาพจิตได้ประชุมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกรม เพื่อวางแผนเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุม รวมทั้งชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ในเบื้องต้นได้จัดทีมทั้งหมด 6 ทีม ประกอบด้วย จิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาล โดยจะประสานทำงานร่วมกับทีมสุขภาพจิตของโรงพยาบาล 12 แห่งที่มีผู้ป่วยอยู่ขณะนี้ รวมทั้งทีมสุขภาพจิตในชุมชน ออกเยี่ยมเยียนไต่ถามทุกข์สุขทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง เริ่มวันนี้เป็นต้นไป
นายแพทย์ชาตรี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันกรมสุขภาพจิตได้เปิดสายด่วน 1323 ในโรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต 17 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง และตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการเยียวยาทางจิตใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุม ซึ่งจะติดตามข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตอบสนองปัญหาได้ทันท่วงที
โฆษกกห.เผยมติ กอฉ.สั่งทหารบริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บหลังสภากาชาดร้องขอ
พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) มีมติให้การสนับสนุนตามคำร้องขอของสภากาชาดไทย ขอบริจาคโลหิตให้ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุมและการสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง
"พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จึงสั่งการให้ทหารไปบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 เม.ย. กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้บริจาคโลหิต ประมาณ 100 นาย และวันที่ 16 เม.ย.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้จัดทหาร 200 นาย บริจาคโลหิต รวมถึงประชาชนจำนวนหนึ่งได้ร่วมบริจาคโลหิตด้วย" โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวและว่า
หตุผลที่สภากาชาดไทย ร้องขอบริจาคโลหิต เพราะอยู่ในช่วงวันหยุดราชการทำให้โลหิตอาจมีไม่เพียงพอ ซึ่งการบริจาคโลหิตเน้นตามที่สภากาชาดร้องขอ เพราะมีผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุม และผู้ที่บาดเจ็บจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย
เมื่อถามว่า กอฉ.จะพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อไร พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณาว่ามีความเหมาะสมเวลาใด ซึ่งมีการประสานงานกับ กอฉ. ใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ประชาชนในภาคธุกิจเอกชนคงต้องการให้ยกเลิกโดยเร็ว แต่ต้องมีองค์ประกอบหลายเรื่อง ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์จะพัฒนาไปสู่ความสงบและไม่มีการหวาดระแวง ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาจากตรงนี้
"ทหารที่ออกปฏิบัติครั้งนี้เป็นเพียงการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าสามารถดูแลสถานการณ์ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดว่าจะมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่" โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว



