
ต่ออายุพรบ.มั่นคง7เขตกทม.ถึง24 พ.ค.
ครม. เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถึง 24 พ.ค. 7 เขตพื้นที่เดิม ให้อำนาจ ตร. เพื่อเชื่อมต่อกับ ลต. ให้เกิดความเรียบร้อย แม้ยุบสภา ยัน ไม่ขัด กฎหมายลต. ด้าน เลขาฯสมช. ยอมรับผู้ก่อเหตุภาคใต้กระทำการรุนแรงขึ้น แต่ความถี่ในการก่อเหตุลดลง
(20เม.ย.) ที่รัฐสภา พล.ต.อ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ.10) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กองอำนวยการรักษษความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ขยายเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามมาตรา 15 ออกไปอีก 30 วันคือตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน – วันที่ 24 พฤษภาคม เป็นระยะเวลารวม 30 วัน ในพื้นทื่ 7 เขตเดิม คือ เขตปทุมวัน ราชเทวี วังทองหลาง ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย วัฒนา และเขตพระนคร ทั้งนี้ในที่ประชุมไม่ได้มีการสอบถามถึงสาเหตุและความจำเป็นที่ต้องต่ออายุ เพราะทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน ก็มีการรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กอ.รมน.โดยตำแหน่ง รับทราบตลอด ซึ่งสถานการณ์ต่างๆเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง และตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการรป้องปรามไม่ให้มีเหตุร้ายต่างๆเกิดขึ้น
ที่ปรึกษา สบ. 10 กล่าวว่า ในระหว่างนี้เมื่อพ.ร.บ.หมดอายุ ก็จะเป็นจุดเชื่อมต่อการยุบสภาและการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ดังนั้นแม้ว่ารัฐบาลจะยุบสภาไปแล้ว ตัวพ.ร.บ.ความมั่นคงที่ต่ออายุการใช้งานมานี้ก็ยังใช้ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ขัดกับกฎหมายเลือกตั้ง และจะเป็นการเสริมกัน อีกทั้งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะดำเนินการเปิดศูนย์การเลือกตั้งต่อเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ คือ ” ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.)” ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่เองก็ต้องการที่จะใช้กฎหมายปกติ แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องดำเนินการในส่วนนี้ ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.รส. พยายามที่จะดูแลในเรื่องนี้ และถ้าหมดความจำเป็นก็ไม่จำเป็นต้องประกาศใช้อีก และคิดว่าการต่ออายุครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย
พล.ต.อ.พงศ์พัศ กล่าวว่า กับการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ครั้งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์มีคดีต่างๆเกิดขึ้นมาก และมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในบางส่วนเป็นเหตุทำให้เราต้องต่ออายุ เพื่อใช้ควบคุมสถานการณ์เพื่อให้บรรยากาศนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งรวมไปถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ด้วย ส่วนจำนวนคนยังไม่แน่ชัด แต่ความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะน่าจะอยู่ในช่วงที่คนมุ่งไปสู่โหมดเลือกตั้ง ส่วนการขยายหรือไม่ขยายเวลา หรือสถานที่นั้น เจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาตลอด ส่วนในเรื่องร่างพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ที่เวลานี้อยู่ในการพิจารณาวาระ 2-3 และหากผ่านการพิจารณา ของวุฒิสภา อาจจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ โดยทางตำรวจจะส่งผู้แทนเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมาธิการด้วย หากทางสภาพิจารณาเสร็จทันก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เชื่อว่าน่าจะผ่านสภาในสมัยนี้ เพื่อจะได้ใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลการชุมนุม
ด้านนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า เรื่องการต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น เป็นการต่ออายุ 1 เดือน ส่วนจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ อยู่ที่ทางตำรวจเอง ซึ่งที่ประชุมครม.ไม่มีการพูดถึงเรื่องพื้นที่ ทุกอย่างเห็นชอบตามที่ สตช.เสนอมา
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้นั้น เลขาฯสมช. กล่าวว่า การก่อเหตุรุนแรงมากขึ้นจริง เพราะการก่อเหตุแต่ละครั้งมีผลเสียหายมากขึ้น ศักยภาพขเองเจ้าหน้าที่เองก็ปกติไม่ได้ด้อยลงจนไม่สามารถรับมือได้ ทุกคนทำงานเต็มที่ แต่พื้นที่และเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบนั้น กระจัดกระจายกว้างขวาง แต่เมื่อดูความถี่และสถิติแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าลดลง ทำงานได้ผลมากขึ้น ทั้งการสืบสวนสอบสวน และการดำเนินคดี
“ในเรื่องการข่าวของเจ้าหน้าที่ ถ้าเรารู้ทั้งหมดก็ดี แต่คงไม่ถึงขนาดนั้น เจ้าหน้าที่ก็ปรับปรุงมาตลอด การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียนั้น มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี ปัญหาเรื่องการค้าของเถื่อน ผู้ที่เสียประโยชน์นั้นมีการวิเคราะห์กันในส่วนนี้ของเจ้าหน้าที่พอสมควร ส่วนจะเป็นกระบวนการหลักในการสนับสนุนผู้ก่อเหตุหรือไม่นั้น คงตอบชัดไม่ได้ คงประกอบกันหลายทาง การที่หน่วยข่าวกรองของทาง จ.ยะลาให้จับตาดูรถกระบะบางยี่ห้อนั้น ตรงนี้ก็เป็นวิธีการของทางฝ่ายผู้ดำเนินการ เขาเตือนให้ระวัง ที่กล่าวถึงยี่ห้อรถก็เพราะเป็นข้อมูลทางด้านการข่าว" เลขาฯสมช. กล่าว
มาร์คชี้ครม.ยืดอายุพ.ร.บ.มั่นคงเพราะยังมีม็อบ
ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมกอ.รมน. ที่อาคารรัฐสภา 2 โดยภายหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงมติครม.ในเห็นชอบให้ขยายเวลาการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงออกไปอีก 1 เดือน ว่า เราต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และการประกาศในรอบนี้เป็นช่วงเวลาที่มีการยุบสภา เพราะฉะนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางสถานการณ์ ซึ่งเราก็ต้องมีการประเมินกันอีกครั้ง ส่วนเหตุผลในต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงคืออะไร
นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพิจารณาจากการที่มีกลุ่มมวลชนเคลื่อนไหวอยู่ ทั้งในส่วนที่อยู่บริเวณสะพานมัฆวาน ถนนพิษณุโลก และการที่กลุ่มนปช.ยังมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.ยังได้หยิบยกตัวอย่างว่าการมีความพร้อมในเรื่องของกำลังและแผนจะสามารถช่วยระงับเหตุได้อย่างกรณีเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีมวลชนแยกออกเป็น 2 กลุ่ม เจ้าหน้าที่ก็จะต้องเร่งเข้าไปคลี่คลายเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะ
เมื่อถามว่าหากมีการยุบสภาแล้วแต่ยังมีการเคลื่อนไหวก็จะคงประกาศ พ.ร.บ.มั่นคงฯต่อไปใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การประกาศใช้กฎหมายนี้มันผูกอยู่กับสถานการณ์ เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนการเลือกตั้งจะไปกระทบกับความสงบเรียบร้อยหรือไม่ต้องมาประเมินกันแต่ในภาพรวมที่ประชุม ครม.เห็นว่าน่าจะเป็นไปในทิศทางที่บวก
เมื่อต่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ เพราะในเดือนพ.ค.กลุ่มนปช.อาจมีกิจกรรมในเชิงสัญลักษณ์อีกหลายวัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราระมัดระวังอยู่แล้วเพราะเป็นโอกาสที่จะมีการจัดกิจกรรมครบรอบต่างๆ ส่วนสถานการณ์จะเป็นเหมือนวันที่ 10 เม.ย.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ผิดกฎหมายขณะนี้ก็กำลังดำเนินการทางคดี อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศของการเลือกตั้ง แต่กลับมีการประกาศต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงไม่เป็นการสวนทางกัน เพราะเราต้องการเลือกตั้งที่อยู่บนพื้นฐานความสงบซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เป็นรัฐบาลนี้อยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงตลอด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอยู่แล้ว และพ.ร.บ.นี้ก็ถือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเอาไว้ใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และที่คิดว่าเป็นการทำลายบรรยากาศการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาเราก็มีการเลือกตั้งหลายครั้งภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พื้นที่ภาคใต้ก็มีการเลือกตั้งผ่านมา 3 - 4 ครั้งแล้ว



