
ชาวบ้านเขาแดงค้าน "นายทุน" รุกที่สาธารณะ-อุทยานเล็งฟัน
ประจวบคีรีขันธ์-ชาวบ้านค้านนายทุนพานายช่างที่ดินรังวัดที่สาธารณะกว่า 500 ไร่ แฉบางแปลงชื่อ ส.ค.1 ซ้ำซ้อนชาวบ้านในพื้นที่ ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ยืนยันแนวเขตรุกล้ำอุทยานพร้อมคัดค้านทันที
นายบัญชา เสือเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาแดง นายนคร สายฟ้า กำนัน ต.เขาแดง และชาวบ้านเดินทางไปชายทะเลหมู่ 2 ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา หลังทราบว่านายทุนจาก จ.ชลบุรี พานายช่างรังวัดที่ดินจากสำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาชี้แนวเขต และลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดิน โดยมีนายนพวงษ์ พฤษชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นายจรัส คำแพง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ไปชี้แนวเขตอุทยานด้วย เนื่องจากที่ดินที่จะรังวัดเพื่อออกโฉนดมีบางส่วนติดอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ทั้งนี้ ที่ดินที่จะดำเนินการวังวัดชี้แนวเขต และลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินเพื่อออกโฉนด มีทั้งสิ้น 16 แปลง เนื้อที่กว่า 500 ไร่ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท หากซื้อขายต่อเพื่อนำไปปลูกสร้างเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ท มูลค่าที่ดินก็จะขยับขึ้นไปอีก 2-3 เท่าตัว โดยพบว่านายทุนได้ดำเนินการเบื้องต้นโดยการปักไม้ไผ่ผูกถุงพสาสติกเป็นแนวเขตแล้ว ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินตะกาดน้ำทะเลท่วมถึง และหน้าที่ดินติดกับชายทะเลสามร้อยยอดที่สวยงามเกือบทั้งหมด
โดยพบว่าขั้นตอนการชี้แนวเขตมีชาวบ้านบางส่วนได้มายืนยันชื่อใน ส.ค.1 ที่พบว่ามีการซ้ำซ้อนกับ ส.ค.1 ที่นายทุนนำมายื่นขอออกโฉนด โดย ส.ค.1 ที่ซ้ำซ้อนมิได้อยู่ในจุดที่จะทำการออกโฉนด คล้ายการนำมาสวมสิทธิ์ อีกทั้งการรังวัดที่ยังพบว่านายทุนไม่สามารถชี้แนวเขตของตัวเองที่ถูกต้องได้ เพราะชี้ไปจุดใดก็พบว่าเป็นจุดที่ดินของอุทยานบ้าง เป็นจุดที่เป็นที่ดินของชาวบ้านบ้าง สุดท้ายการชี้แนวเขตต้องยุติ โดยระบุว่าวันที่ 19 เมษายน 2554 นายทุนจะพาเจ้าหน้าที่ที่ดินมาชี้แนวเขตเพื่อรังวัดที่ดินใหม่อีกครั้ง หากยังไม่สามารถออกโฉนดได้ก็จะร้องเรียนไปยังกรมที่ดิน
อย่างไรก็ตามในส่วนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ได้ยืนยันแนวเขตที่ดินของอุทยานกับสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า ที่ดินที่นายทุนขอออกโฉนดนั้น มีการทับซ้อนกับที่ดินของอุทยานแน่นอน โดยขอให้มีการตรวจสอบให้ถูกต้องอีกครั้งจากภาพถ่ายทางอากาศ หรือเทียบเคียงกับ ส.ค.1 ของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง โดยอุทยานมีความจำเป็นต้องคัดค้านหากพบว่ามีการรุกล้ำที่ดินของอุทยาน ส่วนที่ดินแปลงอื่นยังพบว่าเป็นที่ดินตะกาด หรือที่ดินที่น้ำทะเลท่วมถึง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยปกติจะเป็นที่สาธารณประโยชน์ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิใดๆได้



