
เปิดนโยบายหาเสียงทักษิณคิด เพื่อไทยทำ
เปิดนโยบายหาเสียง เพื่อไทย ฟื้น "แลนด์บริดจ์ - ท่าเรือปากบารา ฝัน บริษัทน้ำมันย้ายฐานจากสิงคโปร์มาไทย กำหนดระยอง เป็น "ฮัพ" ที่อยู่อาศัยคนแก่ต่างชาติ ตั้งกองทุนเถ้าแก่น้อยให้นศ.จบใหม่กู้ทำธุรกิจ
(20เม.ย.) แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงนโยบายหาเสียงของพรรคที่จะเปิดตัวในวันที่ 23 เม.ย. ที่จะถึงนี้ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะวีดีโอลิงก์เพื่อคิกออฟเปิดตัวนโยบายพรรคด้วยตัวเอง โดยจะใช้สโลแกนว่า “ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ทั้งนี้นโยบายที่จะเปิดตัวในวันดังกล่าวนั้น มี อาทิ "โครงการแลนด์บริดจ์ - ท่าเรือปากบารา” จ.สตูล ซึ่งเป็นโครงการเมกกะโปรเจคต์ โดยพรรคเพื่อไทยจะนำผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่ บริษัท “ดูไบเวิลด์” เคยทำไว้เมื่อครั้งสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ มาช่วยในการดำเนินโครงการ ซึ่งตั้งเป้าให้เป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันและปิโตรเคมีจากฟากตะวันออกกลางไปยังทวีปยุโรปแทนการใช้ท่าเรือของสิงคโปร์ เพราะจะทำให้สามารถย่นระยะเวลาเดินทางของเรือได้ถึง 1-3 วัน และเป็นการทำให้สามารถประหยัดต้นทุนลงได้อีกด้วย สำหรับเงินลงทุนนั้น เบื้องต้นคาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่จะสามารถสร้างมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศได้ถึง 1.1 ล้านล้านบาทต่อปี ทั้งนี้เชื่อว่าบริษัทน้ำมันทั่วโลกที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์จะย้ายมาตั้งฐานที่ท่าเรือปากบาราแทน
กำหนดระยองเป็น"ฮัพ"ที่อยู่อาศัยคนแก่ต่างชาติ
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย เลือก 1 ใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกของไทยให้เป็นฮัพที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ โดยเบื้องต้นพรรคเล็งเป้าหมายไว้ที่จ.ระยอง เนื่องจาก จ.ชลบุรี นั้น ถูกกำหนดให้เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว ขณะที่หัวหินก็ถูกจับจองจากกลุ่มประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ทั้งนี้ที่ผ่านมาพรรคลงทุนบินไปศึกษาสถานที่จริงถึงประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำได้ดีกว่า “บ้านผู้เฒ่า” ของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นใช้อาคารรูปร่างคล้ายแฟลตเป็นที่พักของผู้สูงวัยโดยไม่มีคนดูแล แต่ประเทศไทยนั้นมีบุคลากรทั้งแพทย์และพยาบาลพร้อมรองรับให้ชาวต่างชาติเหล่านี้อยู่กันได้อย่างสุขสบาย
ตั้งกองทุนเถ้าแก่น้อยให้นศ.จบใหม่กู้ทำธุรกิจ
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมี นโยบายกองทุนเถ้าแก่น้อย ที่จะจัดหาเงินให้กับมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนแห่งละ 1 พันล้านบาทเพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาใหม่ได้กู้ยืมเพื่อนำไปลงทุนประกอบธุรกิจของตัวเอง ซึ่งนโยบายนี้คิดโดย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และเชิญผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารมาร่วมศึกษาโครงการว่าสามารถทำให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งมีผลดีผลเสียงอย่างไร โดยนโยบายนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า เมื่อนักศึกษาเรียนจบใหม่ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ตกงานก็มักจะไปศึกษาต่อน้อยคนที่จะมีเงินไปลงทุนประกอบธุรกิจเป็นของตัวเอง ดังนั้นจะให้นักศึกษาที่ต้องการประกอบธุรกิจไปเขียนโปรเจคท์เพื่อมาเสนอต่อคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยตั้งขึ้น และหากเห็นว่าโปรเจคท์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ก็จะอนุมัติให้กู้ยืมเงินได้ตั้งแต่ 5 หมื่นบาทไปจนถึง 1 แสนบาท



