ข่าว

เด้ง3เสือโรงพักนครปฐมเซ่นเด็กเข้าผับ

เด้ง3เสือโรงพักนครปฐมเซ่นเด็กเข้าผับ

21 เม.ย. 2554

ผู้การนครปฐมเต้นเซ็นคำสั่งเด้ง 3 เสือโรงพัก รองผกก.ป.-สว.สสและสวป. สภ.ช่วยราชการภูธร ขณะที่ผกก.โพธิ์แก้วถูกเด้งช่วยราชการภาค 7 เป็นเวลา 30 วันหลังปส.ร่วมปปท.บุกตรวจค้นผับชื่อดังย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐมเปิดให้บริการเกินเวลาพร้อมรวบตัวเยาวชนได้กว่า 300 คนแถมพ

เมื่อเวลา 03.30 น.พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 และเจ้าหน้าที่ปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ปปท)ได้นำกำลังเข้าร่วมกันตรวจค้นร้านฟูลมูนผับ สถานบันเทิงชื่อดังย่าน ต.อ้อมใหญ่ จ.นครปฐมหลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาใช้บริการ

 บริเวณดังกล่าวเข้าหน้าที่ต้องนำกำลังเข้าไปทางด้านหลังร้านเพราะประตูด้านหน้าถูกปิด และเมื่อเข้าไปในผับดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาใช้บริการมากกว่า 300 คน ซึ่งในขณะที่กำลังเข้าจับกุม ถูกเจ้าหน้าที่และพนักงานของร้านไหวตัวทันนำเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปหลบซ่อนอยู่บริเวณหลังร้าน นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณหลังร้านได้มีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนันถั่วหยิบกันอย่างผิดกฎหมาย โดยพบนักพนักจำนวนกว่า 17 คน กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน จึงได้ทำการเข้าจับกุมและตรวจยึดอุปกรณ์การเล่น พร้อมด้วยเงินสดจำนวนหนึ่ง, อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ,เครื่องกระสุนปืนและโพยจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 20 นาย คนละ 500 บาท ต่อวัน จึงได้เก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

 พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ร้านดังกล่าวเปิดให้บริการกับนักเที่ยวราตรีที่เป็นเยาวชนมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี แล้วและมีการร้องเรียนมายังนายกรัฐมนตรีและสายตรงมายังกองบัญชากรตำรวจปราบปรามยาเสพติด จึงได้เข้าทำการตรวจค้นพบเยาวชนที่เข้ามาใช้บริการนั้นมีอายุต่ำสุดแค่ 14 ปี เท่านั้นเอง โดยเยาวชนที่เข้ามาใช้บริการจะต้องเสียค่าเข้าคนละ 100 บาท เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า”เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและปล่อยให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาให้บริการ” นอกจากนี้ยังจะได้มีการตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายสุราและใบอนุญาตเปิดสถานประกอบการว่าถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนโพยเงินส่วยที่ตรวจยึดมาได้นั้นจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อดีงย่าน ต.อ้อมใหญ่ จ.นครปฐม ในครั้งนี้นั้น เป็นการขยายผลมาจากการสอบสวนเยาวชนจำนวน 3 คน ที่ก่อคดีเต้นเปลือยอกที่ถนนสีลมว่ามีสถานบันเทิงแห่งนี้ที่เปิดให้บริการแก่เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และถ้าเยาวชนหรือนักท่องราตรีคนใดกล้าเต้นโชว์เปลือยจะได้เที่ยวและดื่มสุราฟรี จึงได้มีเยาวชนและวัยรุ่นเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก และ 1 ในเยาวชนกว่า 300 คน ที่เข้ามาใช้บริการนั้นคาดว่าจะมีเยาวชนที่เต้นเปลือยอกที่ถนนสีลม อยู่ด้วย

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ. 7 กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบว่าผกก.ในพื้นที่มีส่วนรู้เห็นทั้งในเรื่องของการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและปล่อยให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาใช้บริการ และเรื่องการเปิดให้มีการเล่นการพนันกันอย่างผิดกฎหมายนั้น ก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนเรื่องโพยการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 20 นาย วันละ 500 บาท ต่อวันนั้น ก็ต้องเป็นเรื่องของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ถ้ายืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีการรับเงินจริงก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เบื้องต้นตนได้มีคำสั่งให้พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.โพธิ์แก้ว มาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นเวลา 30 วันตั้งแต่วันนี้(20 เม.ย.) เป็นต้นไป แล้วมีคำสั่งให้พ.ต.อ.กฤษณะ แจ่มสว่าง รองผบก.จว.นครปฐม เข้ารักษาการผกก.สภ.โพธิ์แก้วแทน ส่วน 5 ส.นั้นถ้าสืบทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

 พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีกับนางสาวนันทวรรณ หนุ่มวิสัย ซึ่งเป็นผู้จัดการของสถานบันเทิงแห่งนี้แล้ว และไม่มีนักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นเจ้าของแต่อย่างใด แต่ขณะนี้ยังหาเจ้าของร้านไม่พบ ทราบว่าคงหลบหนีไปแล้ว ส่วนเรื่องโพยรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 20 นายนั้น คงมีการเข้าใจผิดกันเพราะอาจจะเป็นการดูเรื่องความปลอดภัยของสถานบริการมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานบันเทิงแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นสนง.สรรพากรพื้นที่นครปฐมเขต 2 และมีหุ้นส่วนเป็นข้าราชการระดับนายตำรวจและกก.ตร.

ผบ.ตร.สั่งเข้มเรื่องการจับกุมสถานบริการ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีกรณีมีหญิงสาวเปลือยอกและเต้นด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมบริเวณถนนสีลมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ออกมาระบุเคยไปเต้นเปลือยอกที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เพื่อแลกกับการได้ดื่มสุรา ก่อนที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบและพบว่า มีเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงดังกล่าวจำนวนมาก รวมทั้งยังมีสถานบริการหลายแห่งปล่อยให้มีการเสพและจำหน่ายยาเสพติด ประกอบกับขณะนี้มีการเปิดให้เล่นการพนัน ตู้ม้า ตู้เกมส์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการมอมเมาเยาวชน

ทาง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. จึงมีคำสั่งตร.ที่ 0007.22/1596 เรื่องกำชับการกวดขัน จับกุมสถานบริการและแหล่งอบายมุขที่กระทำผิดกฎหมาย ลงวันที่ 20 เมษายน รองผบ.ตร.และที่ปรึกษา(สบ10) ที่รับผิดชอบหน้างานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ผู้ช่วยผบ.ตร. ด้านปป. รองเจรตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ผบช.ภ.1-9 ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผบช.ก. ผบช.ส. ผบช.ปส.และ หัวหน้าจเรตำรวจ โดยมีรายละเอียดว่า ให้เข้มงวดกับการจัดระเบียบสังคมและแหล่งอบายมุขที่ผิดกฎหมาย โดยเน้นดำเนินการกับสถานที่ที่เป็นแหล่งเพาะอาชญากรรม อันได้แก่ บ่อนการพนัน โต๊ะสนุกเกอร์ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตและแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น

นอกจากนี้ให้ผู้บังบัญชาของหน่วยระดับ บช. บก. สน.และสภ. ต้องให้ความสำคัญ รวมทั้งกวดขัน ควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาและหน่วยที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งให้พิจารณาลงโทษอย่างจริงจัง ทั้งทางวินัยและทางอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดหรือปล่อยปละละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทุกราย

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของตำรวจต้องมีการปรบเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด โดยเนย้ำป้องกันปราบปรามการเข้าไปมีส่วนร่วมของข้าราชการตำรวจ ซึ่งตนเป็นห่วงและยอมไม่ได้ต้องจัดการเสียก่อน ซึ่งช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่มุ่งเน้นปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พบมีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจนจับกุมได้ถึง 5 ราย ในหลายพื้นที่ทั้ง บช.ภ.8 ภ.4

ผบ.ตร. กล่าวว่า จากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบูรณาการกำลังกันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันปราบปราม ซึ่งในส่วนของตำรวจนั้นเดิม มีชุดทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศประมาณ 9,000 นาย ซึ่งชุดนี้จะทำทุกอย่างตั้งแต่ปราบปรามยาเสพติดไปถึงการปราบจลาจล ทำให้กำลังตรงนี้อ่อนล้า การปฏิบัติงานจึงไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร แต่จากนี้รัฐบาลปรับโครงสร้างใหม่ โดยดึงเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด มาร่วมกับตำรวจด้วย เป็นชุดปราบปรามยาเสพติดของแต่ละอำเภอ โดยเบื้องต้นจะให้ ผู้กำกับสถานีตำรวจ เป็นหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดของอำเภอ ทั้งนี้จะมีการแถลงความชัดเจนเรื่องโครงสร้างชุดปฏิบัติงานในที่ 22 เมษายน นี้ อย่างไรก็ตามตนมองว่าการทำงานให้ได้ผลต้องมุ่งเน้นการป้องกัน โดยตำรวจจะผลักดันโครงการครูแดร์ ซึ่งให้ความรู้เรื่องการป้องกันยาเสพติดในโรงเรียน ให้ดำเนินการจริงจังซึ่งโครงการนี้จะขับเคลื่อนได้ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้วย

 สั่งเด้ง3เสือโรงพักนครปฐมเซ่นเด็กเข้าผับ

 เมื่อเวลา 19.00น. พล.ต.ต.พศิน นกสกุล  ผบก.จ.นครปฐม  กล่าวว่าได้มีคำสั่งให้ ให้ พ.ตท.จุมพล สิกเสน  รองผกก.ป. พร้อมด้ว พตต.เชิดชัย ป้อชำนิ  สว.สส.และ พตท.กอบโชค เล็กตระกูล สวป.ที่เข้าเวรในวันที่เกิดเหตุ มาช่วยราชการที่ภูธร จังหวัดนครปฐม โดยไม่มีกำหนด จนจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หนุนให้เคอร์ฟิวห้ามเด็กออกจากบ้านเวลากลางคืน 

 ที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวถึงกรณีการจับกุมเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนมากเข้าไปใช้บริการสถานบันเทิงย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม ว่า เบื้องต้นเยาวชนทั้ง 5 คนที่ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดจะถูกส่งตัวไปที่สถานพินิจฯภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนเยาวชนรายอื่นที่ตรวจสอบไม่พบการใช้ยาเสพติดได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด แต่จะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ให้เปิดให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนของไทยยังบกพร่อง ขาดการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วนตัวเห็นด้วยกับการใช้กฎหมายเคอร์ฟิวควบคุมไม่ให้เยาวชนออกจากบ้านในเวลาที่กำหนด เพราะถือเป็นการคุ้มครองสุขภาพเยาวชน แต่สังคมไทยกลับมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิของเด็ก

 นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า จากสถิติการกระทำความผิดของเยาวชนในปี 2554 พบว่า เยาวชนกระทำผิดในคดียาเสพติดเพิ่มมากขึ้น แซงหน้าความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงปิดภาคเรียนและวันหยุดยาวในเทศกาลต่างๆ จะพบปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงกระทำความผิดมากขึ้น ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาแข่งรถของแวนซ์บอยและสกอยเกิร์ล และปัญหาการตั้งครรภ์ ดังนั้น ตนเห็นว่าจำเป็นต้องมีการออกมาตรการควบคุมเยาวชนในช่วงปิดเทอมให้เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่มีแนวโน้มน่ากังวล จากการที่ผู้ปกครองแจ้งความจับลูกของตนเอง เพราะเห็นว่าการเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยพ่อแม่ก็มาเยี่ยมได้ ทำให้ศูนย์แรกรับเยาวชนชายบ้านเมตตาที่รองรับเยาวชนได้ 400 คน ต้องรับภาระควบคุมเยาวชนมากกว่า 600 คน สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นดัชนีชี้วัดความเสื่อมของสังคม

 อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวอีกว่า ในปี 2554 มีเยาวชนที่อยู่ในการคุมประพฤติถึง 35,280 ราย ซึ่งกรมพินิจฯพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการให้จัดการรายคดีหรือ Case manager ในโครงการศึกษาวิจัยพัฒนาระบบการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เข้ามาช่วยจำแนกวิเคราะห์และบำบัดคดีก่อนส่งเด็กคืนสู่ครอบครัวเป็นรายบุคคล โดยจะทดลองทำใน 3 พื้นที่นำร่องในเขตพื้นที่สถานพินิจฯกรุงเทพ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ซึ่งมีตัวเลขระบุว่าการป้องกันปัญหาในเด็กและเยาวชนจะใช้เงินเพียงส่วนเดียวในการแก้ไขปัญหา แต่หากปล่อยให้เด็กกระทำผิดและก้าวเข้าสู่วงการอาชญากรรมต้องใช้เงินฟื้นฟูมากถึง 15 ส่วน และจะทำให้การแก้ไขปัญหายากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในวันที่ 22 พ.ค. นี้

 นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับเครื่องมือและแบบทดสอบที่นักจัดการรายคดีจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะดูตั้งแต่ปัจจัยครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม และสังคม ในกรณีที่ครอบครัวเยาวชนมีความเสี่ยงต่ำแต่พบว่าในความเสี่ยงต่ำยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีผู้ใช้ยาเสพติดเพียงรายเดียวก็ถือว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งกรมพินิจฯจะประเมินร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นเป็นทุนที่รัฐบาลจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เมื่อเด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้จากสถิติของกรมพินิจฯในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 36,068 คดี ในปี 2540 เป็น 51,128 คดี ในปี 2550 หรือคิดเป็นร้อยละ 21.3 ซึ่งจำนวนนี้เป็นการกระทำผิดซ้ำร้อยละ 13