ข่าว

“ภท."เดินหน้าชูนโยบายป้องสถาบันฯ

“ภท."เดินหน้าชูนโยบายป้องสถาบันฯ

20 เม.ย. 2554

“ชวรัตน์”ลั่น"ภท."เดินหน้าชูนโยบายป้องสถาบันฯต่อ ถามกลับสื่อทำแบบนี้ผิดตรงไหน เตรียมส่งนโยบายพรรคให้กกต.ดูก่อน ด้าน"ปู่ชัย" โชว์เอกสารสำนักราชเลขาธิการ อนุญาต"ภูมิใจไทย"จัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์

(20เม.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนำสถาบันไปแอบอ้างในการหาเสียงเลือกตั้งของนักการเมือง ว่า สื่อคงจะเห็นหนังสือขอพระบรมราชานุญาตเผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ซึ่งก็เข้าใจว่าเรื่องนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดกัน แต่เมื่ออธิบายแล้วก็ขอให้เข้าใจให้ถูก จะได้ไม่มีปัญหากันอีก

 เมื่อถามว่ากรณีเช่นนี้จะทำให้นโยบายของพรรคเกิดปัญหาหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า แล้วแต่ประชาชนจะตัดสิน แต่พรรคจะยังคงดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป เพราะมันเป็นนโยบายของพรรคในการที่จะปกป้องสถาบัน เราไม่ได้จาบจ้วงอย่างที่สื่อลงข่าว

 เมื่อถามว่าการถูกนายกฯปรามในที่ประชุมครม.จะทำให้เป็นปัญหาในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทยที่มีนโยบายปกป้องสถาบันหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา กระทรวงมหาดไทยเดินหน้าต่อไป

 " ผมไม่เข้าใจสังคมขณะนี้ ว่าการปกป้องสถาบันมันผิดหรือ และไม่เข้าใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้คำว่า ปกป้อง กับจาบจ้วง มันกลายเป็นคำเดียวกันไปแล้ว ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรที่จาบจ้วง แต่ใครจาบจ้วงเราไม่รู้ และขอถามสื่อหน่อยว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่เราชูนโยบายในการปกป้องสถาบัน ถ้าสื่อบอกไม่เห็นด้วย ผมก็จะให้ไปพิจารณาแก้ไข เอาสื่อเป็นหลัก ” นายชวรัตน์ กล่าว

 เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องระวังในเรื่องการหาเสียงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้เน้นนโยบายปกป้องสถาบันมาโดยตลอด นายชวรัตน์ กล่าวว่า เราอาจต้องส่งนโยบายของพรรคให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต .) ดู เพื่อดำเนินการต่อไป

        ผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมครม.ที่ผ่านมา มีหนังสือจากสำนักพระราชวังมาที่โดยระบุว่าไม่อนุญาตให้นำสถาบันไปแอบอ้าง นายชวรัตน์ กล่าวว่า ในหนังสือนั้นมีเพียงแต่บอกว่า ทางสำนักราชเลขาฯ ไม่ได้รับจดหมายหรือไม่ได้อนุมัติให้มีการเอาเรื่องที่ไปแอบอ้างสถาบัน แต่การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทย เราก็ไม่ได้แอบอ้าง เราขอเป็นทางการอยู่แล้ว

        เมื่อถามว่าโดยหลักแล้วสถาบันควรอยู่เหนือการเมือง ทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงพยายามดึงสถาบันมาใช้ในการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องหรืออะไรก็ตาม นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ใช่หาเสียง แต่เป็นนโยบายของพรรค ซึ่งการปกป้องสถาบันตนคิดว่าประชาชนทุกคนก็มีนโยบายนี้ประจำตัวอยู่แล้ว

 เมื่อย้อนถามว่า ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าต้องปกป้องสถาบัน แต่พรรคเอาประเด็นนี้ไปชูเป็นนโยบายของพรรคเลยได้หรือ นายชวรัตน์ นิ่ง หัวเราะ พร้อมกับบอกว่าไม่รู้จะตอบอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวังได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และแจ้ง ให้ครม.ทราบ ว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งได้ไปพิมพ์เอกสารขึ้นมาแล้ว บอกว่าได้รับพระบรมราชานุญาต ซึ่งทางราชเลขาฯก็ตอบหนังสือปฏิเสธมาบอกว่าไม่เคยมีพระบรมราชานุญาตแก่ผู้ใด ไม่ว่าพรรคการเมืองใด ๆทั้งสิ้น  โดยในวันนี้ (20 เม.ย.)  นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้นำเอกสารจากกองงานส่วนพระองค์ สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง  มาเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว พร้อมกับได้อ่านข้อความในหนังสือว่า ที่ระบุว่า 

 "ที่ภว. 004 / 014 กองงานส่วนพระองค์พระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ วันที่ 1 เม.ย. 2554 เรื่องขออนุญาตให้จัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ เรียน นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตามหนังสือของพรรคภูมิใจที่ พท. 03 / 012 / 2554 ลงวันที่ 15 มี.ค. 2554 ความว่า ขอพระบรมราชานุญาตจัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ตามตัวอย่างที่แนบมา 1 ล้านภาพ เพื่อนำไปมอบให้กับสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไป เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่สมาชิก และประชาชนชาวไทย นั้น กองงานส่วนพระองค์อนุญาตให้ดำเนินการได้ เนื่องจากพระบรมฉายาลักษณ์มีแนบมานั้น เป็นพระรูปที่เคยเผยแพร่ทั่วไปแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบขอแสดงความนับถือ นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดข้อเท็จจริงจึงเกิดความสับสน นายชัย กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ก็ไม่รู้เนี่ย คุณเห็นไหมนี้หนังสือของพรรคเขาส่งไป นี่หนังสือของกองงานส่วนพระองค์ ชัดหรือยัง พรรคภูมิใจไทยทำอะไรต้องมีเอกสารหลักฐาน ก็เรียนให้สื่อทราบความเป็นจริงเป็นอย่างนี้"

 ผู้สือข่าวถามต่อว่า  สำนักราชเลขาฯส่งหนังสือกลับมาเมื่อไร นายชัย กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย. 2554 เมื่อสื่อไปที่พรรคภูมิใจไทยวันที่ 6 เม.ย.ก็เห็นว่า ที่เขาทำนั้นมันก่อนหรือมันหลังหนังสือที่ได้รับอนุญาต จากกองงานส่วนพระองค์ ไม่ได้เกี่ยวกับกองราชเลขาฯส่วนพระองค์ มันคนละที่กัน คนละสายงานกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประสาน ทำความเข้าใจกันหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่ต้องประสานทำความเข้าใจอะไร ขอให้สื่อเข้าใจก็แล้วกันว่า พรรคภูมิใจไทยทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง เพราะพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่แน่วแน่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  ฉะนั้นที่ว่าจะไปหาเสียงอะไร เราไม่ได้หาเสียง ส่วนเอกสารที่ให้เซ็นชื่อนั้นก็เนื่องมาจากบางคนที่อยู่ห่างไกลที่เดินทางมากราบบังคมทูลพระบรมฉายาลักษณ์ที่โรงพยาบาลศิริราช ลำบาก ค่าใช้จ่ายสูง ทางพรรคจึงทำเป็นเอกสารให้เซ็นชื่อเพื่อกราบบังคมทูล เพื่อนำชื่อเหล่านั้นมาถวายพระพรเท่านั้น

 “พวกเราเข้าใจกันผิด ไขว้เขวกัน  พรรคภูมิใจไทยแม้แต่ผมในการสัมมนาทุกครั้ง จะพูดเรื่องเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ทุกครั้ง ถ้าผมผิดผมยอมให้ตัดคอ เพราะชีวิตของกระผมนั้นพลีเพื่อพระองค์ท่าน ศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติคือ องค์ประมุของค์เดียวคือ พระมหากษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผมยืนยันอย่างนี้ ตระกูลผมทุกคนสละเพื่อพระองค์ท่าน ” นายชัย กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงเดินหน้าเรื่องสถาบันต่อไปหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค วันนี้ตนจึงเอาข้อเท็จจริงมาให้ทราบว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ ถ้ามันผิดก็เอาพวกผมที่เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้าคุกให้หมดก็หมดเรื่อง

 เมื่อถามต่อว่า นายกฯระบุว่าการใช้สถาบันในการหาเสียงไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่เหมาะสม นายชัย กล่าวอย่างมีอารมณ์ทันทีว่า "ไม่ได้หาเสียง เราเทิดทูนสถาบัน ใครบ้างละครับที่มากราบที่โรงพยาบาลศิริราช แล้วไม่ได้รูปไปแม้แต่คนเดียวมีไหมครับ ทุกคนได้รับรูปไปทั้งนั้น แล้วนี้เขาเอารูปไปให้ชาวบ้าน มันผิดตรงไหน เอาไปขายหรือเปล่า แล้วตอนนี้มีการเลือกตั้งหรือไม่ มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วหรือไม่ มันผิดตรงไหน ” นายชัย กล่าว