ข่าว

เดี๋ยวก็รู้

เดี๋ยวก็รู้

20 เม.ย. 2554

น่าสนใจว่า กระแสต่อเนื่องจากคดีที่ ผบ.ทบ.ให้นายทหารพระธรรมนูญแจ้งความเอาผิด แกนนำ นปช.ที่ขึ้นปราศรัยพาดพิงสถาบันนั้น สุดท้ายจะจบลงอย่างไร

 จบลงเพียงแค่ตามข้อกฎหมาย หรือขยายตัวไปจนถึงฐานเสียงการเมือง รวมทั้งประชาชนที่จงรักภักดี

 ถึงแม้ว่า จตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ถูกแจ้งความหมิ่นสถาบัน จะแจ้งความกลับว่าฝ่ายทหารแจ้งความเท็จ

 แต่ก็น่าเชื่อว่า ที่สุดแล้ว พนักงานสอบสวนก็คงจะไม่ดำเนินคดีตามที่ได้รับแจ้ง

 นั่นไม่ใช่เพราะตำรวจเกรงใจทหาร หรือฮั้วกับทหาร

 แต่ด้วยข้อเท็จจริงก็คือ ข้อความที่ทหารไปแจ้งความนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการบันทึกทั้งภาพทั้งเสียงของการปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงของจตุพร

 เพราะฉะนั้นตามหลักกฎหมายแล้วนั่นคือการนำเอาข้อเท็จจริงไปกล่าวทุกข์ร้องโทษ

 ไม่มีเหตุผลกลใดที่พนักงานสอบสวนจะเชิญหรือเรียกผู้ถูกแจ้งความทำการสอบสวน

 ส่วนคดีความที่ จตุพร และพวกถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้นก็เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบ และสอบสวนสืบสวนต่อไป

 จะมีการดำเนินคดีหรือไม่ก็แล้วแต่ว่าพยานหลักฐานจะเป็นอย่างไร

 เรื่องนี้ จตุพร น่าจะรู้ดีที่สุด ว่านับจากนี้ อนาคตของตนนั้นแขวนอยู่กับอะไร

 เพราะชัดเจนว่า พูดด้วยความมีสติ ใคร่ครวญมาอย่างรอบคอบแล้ว

 แล้วก็ตรงที่ว่าพูดอย่างมีสติ ใคร่ครวญแล้วนี่เองกระมังที่ทำให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลงการณ์ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราศรัยของจตุพร

 พูดง่ายๆ ถ้าจตุพร โดนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย

 ส่วนจะโดนจริงหรือไม่อย่างไร น่าเชื่อว่า ก่อนที่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมาแถลงก็คงจะตรวจสอบใคร่ครวญอย่างรอบคอบแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมายว่าการกล่าวเช่นนั้น จะเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่

 ถึงแม้ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แกนนำ นปช.ที่เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน จะยืนยันว่า การกระทำของจตุพรไม่ผิด ไม่ได้จาบจ้วง ก็ตามที

 มันเป็นเรื่องของเวรกรรมจริงๆ

 กรรมใดใครก่อไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

 ยุคอินเทอร์เน็ตที่การรับรู้ฉับไวและกว้างไกลนั้น ผลของการกระทำมันสนองกันแทบจะในชั่วพริบตา

 เช่นเดียวกับผลที่จะเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย จะมากน้อยแค่ไหน หรือผ่องแผ้วไร้ราคี อีกไม่นานได้รู้กัน

ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]