ข่าว

ธปท.ชี้อุ้มดีเซลกดเงินเฟ้อ0.7%แนะลงทุนพัฒนาประเทศดีกว่า

ธปท.ชี้อุ้มดีเซลกดเงินเฟ้อ0.7%แนะลงทุนพัฒนาประเทศดีกว่า

20 เม.ย. 2554

ธปท.ระบุตรึงดีเซลที่ลิตรละ 30 บาทต่ออีกถึงสิ้น ก.ย. กดเงินเฟ้อลง 0.7% ระบุเป็นมาตรการระยะสั้น หากยกเลิกใช้ เงินเฟ้อกระฉูดแน่ "อัจนา" ระบุนำเงิน 4.4 หมื่นล้านไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดีกว่า

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงนโยบายการตรึงราคาน้ำมันขายปลีกดีเซลไว้ที่ลิตรละ 30 บาทไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ว่าจะมีผลให้เงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงประมาณ 0.7% จากประมาณการเดิมที่ประเมินไว้ที่ 3-5% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจลดลงประมาณ 0.3% จากที่ประเมินไว้ที่ 2-3% ส่วนเหตุผลของการตรึงราคา เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการให้ผู้บริโภคและภาคการผลิตได้มีเวลาในการปรับตัว แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่รัฐบาลควรสื่อให้เข้าใจด้วยว่า หากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็ควรต้องปรับตัวรับกับราคาน้ำมันที่แท้จริงด้วย

 "โดยปกติแล้วเรื่องราคาน้ำมันจะเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคในด้านการผลิตก็เกี่ยวข้องกับต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต พอมีการอุดหนุนราคาก็อาจทำให้ราคาไม่สะท้อนต้นทุนแท้จริง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจ เพราะเมื่อไม่อุดหนุนแล้วราคามันจะสูงขึ้น ภาคการผลิตก็ต้องปรับตัวโดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคก็ต้องเข้าใจว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังอุดหนุนอยู่ เมื่อไม่อุดหนุนแล้วราคามันจะต้องสูงขึ้น" นายประสาร กล่าว

 นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า การลดลงของเงินเฟ้อด้วยเหตุผลที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องดีทั้งหมด เพราะมาตรการที่นำมาใช้ไม่ใช่มาตรการถาวร

 "ระยะสั้นกดเงินเฟ้อลงก็จริง แต่พอจบมาตรการเงินเฟ้อก็คงกระฉูดขึ้น โดยการบิดเบือนราคาน้ำมัน ยังส่งผลกระทบในระยะยาวต่อการบริโภคที่บิดเบือนตามไปด้วย เพราะทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคไม่สะท้อนราคาแท้จริงของราคาน้ำมัน และการใช้เงิน 4.4 หมื่นล้านบาทเพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าควรนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะเหมาะสมกว่า" นางอัจนา กล่าว