
ทำไมต้องลดการใช้ถุงพลาสติก?
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ที่มาของวันนี้เกิดจากการรวมพลังของชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคน ที่ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงพร้อมใจกันมาชุมนุม เพื่อต่อต้านการเพิ่มขึ้นของมลพิษ
และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2513 ผลจากการชุมนุมครั้งนั้นก่อให้เกิดการออกพระราชบัญญัติแก้ไขมลพิษในอากาศของสหรัฐอเมริกา และมีการจัดตั้งสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ ก็ได้กำหนดให้วันที่ 22 เมษายน เป็นวันคุ้มครองโลกมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับในประเทศไทยเริ่มมีการพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรกเมื่อปี 2533 ซึ่งถือเป็นยุคเริ่มต้นของการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เป้าหมายก็เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในชั้นบรรยากาศ, การกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซนและก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป, สร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาวะด้านอื่นๆ ให้รอดพ้นจากการทำลายล้างโดยฝีมือของมนุษย์, รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชนและชาติ เป็นต้น
ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน “รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน” ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งนับเป็นการเปิดฉากรณรงค์ที่จะเพิ่มความจริงจังมากขึ้นไปอีก เพื่อร่วมกันเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมที่ลดการใช้ถุงพลาสติก นำไปสู่การลดปริมาณคาร์บอนที่ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ในวันคุ้มครองโลก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็จะร่วมกับภาคเอกชนรายอื่นๆ รณรงค์โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณคาร์บอนร่วมกันให้ได้ 84 ล้านกิโลกรัม ภายในวันที่ 4 ธันวาคม 2554 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
การลดการปล่อยคาร์บอนฯ หรือก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน (Global Warming) สาเหตุของปัญหา 90% มาจากการที่มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินไป จนความร้อนจากพื้นโลกไม่สามารถสะท้อนออกนอกโลกได้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศอย่างรุนแรงไปทั่วโลก
ถุงพลาสติกที่เราใช้บรรจุสินค้าและอาหารที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้ผลิตจากเม็ดพลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นวัตถุดิบหลัก ถุงพลาสติก 1 ใบต้องใช้เวลาย่อยสลายนับร้อยๆ ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก จากการเผาไหม้ในกิจกรรมการผลิต และการเผาทำลายถุงพลาสติกก็มีส่วนทำให้เกิดมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน และตามมาด้วยปัญหามากมายจากมลพิษ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องลดการใช้ถุงพลาสติกกัน? ผมจึงขอเสนอวิธีการ “สี่รี” มาให้ทุกท่านลองนำไปปรับ/ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกันดูครับ
รีแรก คือ รีดิวซ์ (Reduce) คือ การลดการใช้ที่ไม่จำเป็นลง เช่น เวลาไปซื้อของชิ้นหรือสองชิ้นหรือที่ชิ้นเล็กๆ ก็ให้บอกพนักงานว่าไม่ต้องใส่ถุงพลาสติก หรือใส่ของรวมกันเป็นถุงเดียวแทนที่จะแยกถุงหลายๆ ใบ, รียูส (Reuse) คือ การใช้ให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำถุงพลาสติกมาใช้ซ้ำ, รีไซเคิล (Recycle) คือ การนำกลับมาใช้ใหม่เช่นที่เขาเอาถุงพลาสติกไปหลอมใหม่เป็นถุงพลาสติกชนิดที่สีขุ่นๆ หรือถุงขยะ และสุดท้ายคือ รีนิวเอเบิล (Renewable) คือ การใช้วัสดุอื่นมาทดแทน เช่นใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษ แทนการใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น
ผมเชื่อว่า หากเราทุกคนช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันคนละนิดละหน่อย ก็จะช่วยลดโลกร้อนได้อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน เท่ากับเป็นการถนอมโลกใบนี้ให้ลูกหลานของเราได้อยู่กันไปอีกนานๆ โดยที่ไม่ต้องออกแรงอะไรมากเลย มาช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติกกันเถอะ เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยดีไหมครับ
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



