
น่าเสียดาย
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสพบกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจของกองบัญชาการหลักในสำนักงานตำรวจแห่งชาติท่านหนึ่ง
ท่านปรารภถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจระดับบริหารและระดับผู้บัญชาการว่ามีศักยภาพลดลงมากกว่าในอดีต คือ ไม่รู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตน ขาดความกระตือรือร้น ขาดความทุ่มเทให้แก่งาน ไม่มีภาวะผู้นำ ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมืองตลอดเวลา และเริ่มลามลงมาถึงระดับ ผู้บังคับการ - ผู้กำกับการแล้ว
เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยสถานะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างยิ่ง ท่านฝากให้สื่อมวลชนช่วยกันแก้ปัญหานี้ ด้วยการกระตุ้นจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้มากยิ่งๆ ขึ้น อาจทำให้เหล่าตำรวจรุ่นน้องของท่านหันกลับมาช่วยกันดึงศักดิ์ศรีคืนมา
พูดคุยกันหลายเรื่องจนมาถึงเรื่องอดีตตำรวจที่ลงสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านวิจารณ์ถึงผู้ที่ได้รับการประกาศจากคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นอดีตตำรวจ 6 คน แต่ละคนท่านรู้จักดีมากๆ ถึง 5 คน ถือเป็นอดีตตำรวจที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญงานตำรวจดีเยี่ยม อีกท่านหนึ่งอดีตแพทย์ใหญ่ตำรวจ เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ตำรวจระดับสูงรักใคร่ น่าจะทำประโยชน์ให้แก่วุฒิสภาได้มาก
แต่ท่านเสียดาย อดีตตำรวจท่านหนึ่ง ซึ่งลาออกจากราชการมาเพื่อสมัครเข้ารับการสรรหา แต่ไม่มีชื่อในประกาศของ กกต. ท่านรู้จักนายตำรวจท่านนี้เป็นอย่างดี เห็นการเติบโตในหน้าที่ราชการอย่างทระนง, ไม่ยอมแพ้ก้มหัวให้แก่สิ่งไม่ถูกต้องชอบธรรม, ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา, ทุ่มเทให้แก่งานในหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง ผู้บังคับบัญชามักจะแต่งตั้งให้ไปแก้ปัญหาในหน่วยงานสำคัญๆ เช่น ผู้กำกับการสายตรวจ 191, ผู้กำกับการกำลังตำรวจนครบาล, รองผู้บังคับการตำรวจสากล, ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง, ผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถูกส่งให้ไปช่วยงานรัฐสภาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2550-2551, วุฒิสภา พ.ศ.2552-2553 เนื่องจากจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์, นิติศาสตร์(กฎหมายมหาชน) ทั้งจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ จบปริญญาหลายใบทั้งด้านกฎหมายและบริหารจากจุฬาฯ, นิด้า หากผ่านการสรรหา จะทำประโยชน์ให้แก่วุฒิสภามหาศาล น่าเสียดาย!
นายตำรวจที่ชื่อ พลตำรวจโท ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ในสายตากรรมการสรรหา มีคุณค่าน้อยกว่า เจ้าของทิฟฟานี่ พัทยา
คมพิทักษ์ราษฎร์



