
ปณิธานยันพรบ.คอมฉบับใหม่ยังไม่เข้าครม.20เม.ย.
"ปณิธาน"ยันพ.ร.บ.คอมฉบับใหม่ยังไม่มีเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้ เอ็นจีโอยื่นค้านพบปัญหาเพียบเข้าชื่อแล้วกว่าหกร้อยคนเบรคร่างกฏหมาย
(19เม.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่นว่า ได้ตรวจสอบวาระในการประชุมครม.วันพรุ่งนี้( 20 เม.ย.) แล้วว่า ยังไม่มีการเสนอให้ครม.พิจารณาร่างพ.ร.บ.คอมฯฉบับใหม่ และคิดว่าในวาระจรก็คงไม่มีเช่นกัน เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะต้องมีการเวียนสอบถามความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
ก่อนหน้านี้ นางสาวอรพิณ ยิ่งยงพัฒนา ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ( iLaw.or.th ) กล่าวหลังยื่นคัดค้านครม.พิจารณาร่างพ.ร.บ.คอมฯฉบับใหม่ต่อนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ โดยตนได้สอบถามไปยังนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งบอกเช่นกันว่าจะนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแก้ไขก่อน นอกจากนี้นายกฯยังมีความเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังมีปัญหาในหลายจุด เช่น การเอาผิดกับผู้ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เข้าข่ายมีความผิด ซึ่งจุดนี้ตนเองไม่เห็นด้วย และเห็นว่าไม่ควรพิจารณาร่างกฏหมายฉบับนี้ก่อนการยุบสภา
น.ส.อรพิณ กล่าวอีกว่า จุดยืนของการเข้ายื่นหนังสือคัดค้านในครั้งนี้ก็คือ อยากให้ประชาชนผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน เช่น ผู้ให้บริการโปรแกรมเมอร์ ผู้ใช้ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปรับปรุงแก้ไข ที่ผ่านมาประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฏหมาย จึงอยากให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านมากขึ้น จะช่วยให้กฏหมายออกมาดีขึ้น สำหรับการระดมชื่อนั้นน.ส.อรพิณระบุว่า จะมีต่อไปจนกว่าวันประชุมวันสุดท้ายของครม. ก่อนยุบสภา โดยผู้ที่ต้องการร่วมลงชื่อ สามารถแจ้งชื่อสกุลได้ที่เว็บไซต์ iLaw หรือทางเฟซบุ๊กที่ "หยุด" ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือส่งรายชื่อได้ที่ [email protected] โดยล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อ 640 รายแล้ว
ด้านน.ส. สฤณี อาชวานันทกุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต และเจ้าของบล็อก fringer.org กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฏหมายฉบับนี้เกิดจากกระทรวงไอซีที ซึ่งไม่ได้สะท้อนเสียงของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ใช้อย่างแท้จริง หลัก ๆ แล้วเป็นการเพิ่มโทษมากกว่า เช่น การสำเนาข้อมูลก็มีความผิด ซึ่งมันขัดกับธรรมชาติของการใช้อินเตอร์เน็ต และเห็นด้วยกับบางประเด็นจากนายกรัฐมนตรีที่มีความเห็นว่า ยังไม่มีการแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างการโพสต์ความคิดเห็นทั่วไป กับการตั้งใจโพสต์ข้อความยั่วยุ ปลุกระดม จากบุคคลที่มีเจตนาไม่ดี นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ควรมีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนบังคับใช้กฏหมาย
สำหรับระยะต่อไปของการเคลื่อนไหวของเครือข่ายพลเมืองเน็ตในเรื่องนี้คือ จะมุ่งทำงานเชิงวิชาการ ให้ประชาชนมีความรู้และตื่นตัวในเรื่องการถูกจำกัดเสรีภาพจากกฏหมายแบบนี้มากขึ้นรวมทั้งจะจัดทำร่างกฏหมายฉบับคู่ขนาน ซึ่งคาดว่าจะมีออกมาภายในปีนี้
“สังคมอินเตอร์เน็ตจะใช้แต่กฏหมายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเรียนรู้เรื่องมารยาท การเคารพสิทธิส่วนบุคคล และความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย กฏหมายช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้ เพราะปัจจุบันโลกไซเบอร์มันซับซ้อนกว่านั้น ” น.ส.สฤณีกล่าว



