
ประชุมร่วมรัฐสภาเห็นชอบกรอบพิจารณา5เรื่อง
(19เม.ย.) ในการประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาวาระกรอบการพิจารณาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา โดยการประชุมสามารถพิจารณากรอบการพิจารณาแล้วเสร็จ 5 ฉบับ
ได้แก่ 1. พิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน รอบที่ 5 ภาย ใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการอาเซียนที่มีสาระสำคัญให้ประเทศไทยได้ ตกลงที่จะผูกพันเพิ่มเติมขึ้นกับสมาชิกอาเซียนในสาขาธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการที่ไทยมีความพร้อม มีศักยภาพในการแข่งขันและมีระบบกำกับดูแลที่ครอบคลุม รวมทั้งสามารถผูกพันได้โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 313 เสียง ต่อ 0
2. เห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ซึ่งมีสาระสำคัญ อาทิ ให้ลดหรือยกเลิกอากรศุลกากรให้ครอบคลุมการค้าระหว่างกัน ให้มากที่สุด, จัดทำและปรับปรุงกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิต สินค้าของไทย, ลดและขจัดอุปสรรคทางการค้า, กำหนดมาตรการปกป้องและเยียวยาการค้าให้มีมาตรการปกป้อง 2 ฝ่ายเพื่อคุ้มกับเศรษฐกิจและภาคการผลิต ด้านการลงทุนให้มีการเปิดเสรีหรือลดอุปสรรคต่อการลงทุนระหว่างประเทศในสาขา ที่ไทยมีศักยภาพ รวมถึงการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐโดยตั้งจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาท โดยที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง 340 ต่อ 1 เสียง
3. เห็นชอบกรอบการเจรจาการจัดทำระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียนและการเข้าร่วมโครงการนำร่อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนินสินค้าเป็นการช่วยลดต้น ทุนให้กับผู้ประกอบ การ โดยการจัดทำระบบรับรองฯจะมีการทำโครงการนำร่องให้ประเทศสมาชิกที่จะเข้าร่วม โครงการได้ทดสอบระบบก่อนที่จะเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2555 โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 322 ต่อ 0 เสียง
4. เห็นชอบพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 2 ภายใต้ความตกลงการค้าบริหารของกรอบความตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ที่มีสาระสำคัญให้สมาชิกทยอยเปิดตลาด ด้านต่าง ๆ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การโทรคมนาคม ฯลฯ เพื่อรองรับการค้าเสรีระหว่างสมาชิกกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างค่อยเป็น ค่อยไป โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 330 ต่อ 1 เสียง
5. เห็นชอบความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรอินโดนีเซีย ที่มีสาระสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางการค้าของสองประเทศยิ่งขึ้นตามหลักการขององค์การการค้าโลก ครอบคลุมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า , การส่งเสริมการจัดกิจกรรมการค้า , กำหนดมาตรการปกป้องโดยไม่เลือกปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันเพื่อป้องกันสมบัติและวัตถุโบราณ , จัด ตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าระดับรัฐมนตรีของสองประเทศเพื่อหามาตรการขยาย การค้าและขจัดอุปสรรค รวมถึงการระงับข้อพิพาททางการค้า ทั้งนี้ผลของความตกลงจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าของไทยในอินโดนีเซีย เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพในอาเซียน โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบความตกลงด้วยคะแนนเสียง 335 ต่อ 0 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ในวาระบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว ครั้งที่ 18 โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอให้ถอนออกจากวาระการประชุม เนื่องจากคณะผู้แทน 2 ฝ่าย ยังเจรจาไม่ยุติ โดยที่ประชุมมีมติให้ถอนด้วยคะแนนเสียง 323 ต่อ 8 เสียง



