
หอฯหนุนสร้างคลัสเตอร์สมุนไพรเพิ่มมูลค่า
ม.แม่โจ้ เปิดหลักสูตร"วิทยาการสมุนไพร" นำร่องปีแรก หวังผลิตบุคลากรแพทย์แผนไทยออกสู่ตลาดช่วยพัฒนาและยกระดับวงการแพทย์แผนไทย-การผลิตยาสมุนไพร ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาด
ด้านหอการค้าฯเชียงใหม่ หนุนสร้างกลุ่มคัสเตอร์ พร้อมช่วยส่งเสริมด้านการตลาด เผยสมุนไพรไทยแปรรูปเป็นยาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ปีละกว่าล้านบาท แต่เชื่ออนาคตได้รับการพัฒนามูลค่าเพิ่มพุ่งไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท
นายสุภักตร์ ปัญญา อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในฐานะรองประธานสมาพันธ์แพทย์แผนไทยล้านนา เปิดเผยว่า คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้เปิดหลักสูตรการสอนวิทยาการสมุนไพรขึ้นเปิดสอนเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2554 นี้ โดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการเกษตร จึงมีนโยบายและเป้าหมายผลิตบุคคลกรด้านแพทย์แผนไทยและพืชสมุนไพรออกสู่ตลาด เพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับวงการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรของจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
ส่วนหลักสูตรวิทยาการสมุนไพรเปิดรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนเป็นเวลา 2 ปี จากนั้นสามารถสอบใบประกอบโรคศิลปะจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นแพทย์แผนไทยในสาขาเภสัชกรรมไทยได้ ในปีการศึกษาแรกรับนักศึกษาโควต้าเข้าเรียนแล้ว 35 คน บุคลากรเหล่านี้หลังจบการศึกษาจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เพราะสามารถปรุงสูตรยาสมุนไพรที่มีคุณภาพได้ หรือเปิดคลีนิกจำหน่ายยาสมุนไพรและตั้งโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด
นอกจากนี้สมาพันธ์ฯยังได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างเครือข่ายและกลุ่มคัสเตอร์แพทย์แผนไทยและการผลิตสมุนไพรพื้นบ้าน พัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมสนับสนุนด้านการตลาด และการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้พืชสมุนไพร เช่น นำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ฯลฯ รวมทั้งผลักดันให้สมุนไพรไทยและตำรับยาสมุนไพรเป็นที่ยอมรับในตลาด เพราะยังมีสมุนไพรที่มีตัวยาดีๆสามารถนำมาแปรรูผผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้อีกเป็นจำนวนมาก
นายสุภักตร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตำรับยาที่ผลิตและสกัดจากสมุนไพรพื้นบ้านช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ปีละหลายล้านบาท แต่ถ้าได้รับการพัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐานจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท
อย่างไรก็ดียอมรับว่าการเพาะปลูกพืชสมุนไพรที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นอุตสาหกรรม หรือมีปริมาณมากพอป้อนให้ตลาดได้ ส่วนกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป และกระบวนการผลิต ส่วนใหญ่ยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานมีผู้ประกอบการเพียง 10 รายเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่ที่ได้รับมาตรฐานการผลิตยาสมุนไพรจากกระทรวงสาธารณสุขจากจำนวนผู้ประกอกบารที่อยู่ในสมาพันธ์กว่า 60 องค์กร รวมสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้นประมาณ 1,000 คน ในขณะที่ตำรับยาสมุนไพรอีกหลายชนิดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ส่งผลให้ยาสมุนไพรได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในระดับหนึ่งเท่านั้นทั้งที่มีตำรับยาอยู่อีกมาก
"บทบาทหน้าที่ของสมาพันธ์ฯที่เกิดจากการรวมตัวของเครือข่ายแผนแพทย์ไทยและผู้ผลิตยาสมุนไพร โดยการสนับสนุนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้รวมตัวและก่อตั้งขึ้นเม่อปี 2553 ที่ผ่านมา มีภาระกิจสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่าย ผลักดันและช่วยเหลือองค์กรสมาชิกฯ ตั้งแต่ดูแลเรื่องคุณภาพการเพาะปลูกและการผลิตพืชสมุนไพรให้มีมาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง วางแผนและกำหนดทิศทางด้านการตลาด รวมทั้งวางแผนการผลิตยาสมุนไพรเพื่อสนองตอบรัฐบาลในการปรพกาศนโยบายยาหลักแห่งชาติ โดยเฉพาะตำรับยาสมุนไพรไทยโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยากลางจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ยากลางสำหรับรักษาโรคจำนวน 20 ขนาน"นายสุภักตร์กล่าว



