ข่าว

 หอฯหนุนสร้างคลัสเตอร์สมุนไพรเพิ่มมูลค่า

หอฯหนุนสร้างคลัสเตอร์สมุนไพรเพิ่มมูลค่า

19 เม.ย. 2554

ม.แม่โจ้ เปิดหลักสูตร"วิทยาการสมุนไพร" นำร่องปีแรก หวังผลิตบุคลากรแพทย์แผนไทยออกสู่ตลาดช่วยพัฒนาและยกระดับวงการแพทย์แผนไทย-การผลิตยาสมุนไพร ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาด

 ด้านหอการค้าฯเชียงใหม่  หนุนสร้างกลุ่มคัสเตอร์  พร้อมช่วยส่งเสริมด้านการตลาด  เผยสมุนไพรไทยแปรรูปเป็นยาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ปีละกว่าล้านบาท แต่เชื่ออนาคตได้รับการพัฒนามูลค่าเพิ่มพุ่งไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท

 นายสุภักตร์  ปัญญา  อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ในฐานะรองประธานสมาพันธ์แพทย์แผนไทยล้านนา  เปิดเผยว่า  คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ได้เปิดหลักสูตรการสอนวิทยาการสมุนไพรขึ้นเปิดสอนเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2554 นี้  โดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัย  ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการเกษตร  จึงมีนโยบายและเป้าหมายผลิตบุคคลกรด้านแพทย์แผนไทยและพืชสมุนไพรออกสู่ตลาด เพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับวงการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรของจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

 ส่วนหลักสูตรวิทยาการสมุนไพรเปิดรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนเป็นเวลา  2 ปี  จากนั้นสามารถสอบใบประกอบโรคศิลปะจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นแพทย์แผนไทยในสาขาเภสัชกรรมไทยได้  ในปีการศึกษาแรกรับนักศึกษาโควต้าเข้าเรียนแล้ว 35 คน บุคลากรเหล่านี้หลังจบการศึกษาจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร  เพราะสามารถปรุงสูตรยาสมุนไพรที่มีคุณภาพได้   หรือเปิดคลีนิกจำหน่ายยาสมุนไพรและตั้งโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด 

 นอกจากนี้สมาพันธ์ฯยังได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่  เพื่อสร้างเครือข่ายและกลุ่มคัสเตอร์แพทย์แผนไทยและการผลิตสมุนไพรพื้นบ้าน  พัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมสนับสนุนด้านการตลาด และการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้พืชสมุนไพร  เช่น นำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ฯลฯ   รวมทั้งผลักดันให้สมุนไพรไทยและตำรับยาสมุนไพรเป็นที่ยอมรับในตลาด  เพราะยังมีสมุนไพรที่มีตัวยาดีๆสามารถนำมาแปรรูผผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้อีกเป็นจำนวนมาก

 นายสุภักตร์  กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันตำรับยาที่ผลิตและสกัดจากสมุนไพรพื้นบ้านช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ปีละหลายล้านบาท  แต่ถ้าได้รับการพัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐานจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท 

 อย่างไรก็ดียอมรับว่าการเพาะปลูกพืชสมุนไพรที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นอุตสาหกรรม หรือมีปริมาณมากพอป้อนให้ตลาดได้   ส่วนกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป และกระบวนการผลิต  ส่วนใหญ่ยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานมีผู้ประกอบการเพียง 10 รายเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่ที่ได้รับมาตรฐานการผลิตยาสมุนไพรจากกระทรวงสาธารณสุขจากจำนวนผู้ประกอกบารที่อยู่ในสมาพันธ์กว่า 60 องค์กร รวมสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้นประมาณ 1,000 คน  ในขณะที่ตำรับยาสมุนไพรอีกหลายชนิดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ส่งผลให้ยาสมุนไพรได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในระดับหนึ่งเท่านั้นทั้งที่มีตำรับยาอยู่อีกมาก

 "บทบาทหน้าที่ของสมาพันธ์ฯที่เกิดจากการรวมตัวของเครือข่ายแผนแพทย์ไทยและผู้ผลิตยาสมุนไพร โดยการสนับสนุนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้รวมตัวและก่อตั้งขึ้นเม่อปี 2553 ที่ผ่านมา  มีภาระกิจสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่าย ผลักดันและช่วยเหลือองค์กรสมาชิกฯ  ตั้งแต่ดูแลเรื่องคุณภาพการเพาะปลูกและการผลิตพืชสมุนไพรให้มีมาตรฐาน  พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง  วางแผนและกำหนดทิศทางด้านการตลาด  รวมทั้งวางแผนการผลิตยาสมุนไพรเพื่อสนองตอบรัฐบาลในการปรพกาศนโยบายยาหลักแห่งชาติ โดยเฉพาะตำรับยาสมุนไพรไทยโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยากลางจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ยากลางสำหรับรักษาโรคจำนวน 20 ขนาน"นายสุภักตร์กล่าว