
ผบ.ทบ.เตือน3จว.ใต้ครบรอบ7ปีกรือเซะ
พล.อ.ประยุทธ์ เตือนประชาชน 3 ชายแดนใต้ ระวังครบรอบ 7 ปี กรือเซะ ผู้การยะลาเผยคืบหน้า คาร์บอมบ์ ระบุพบหลักฐานสำคัญที่จะสาวถึงตัวคนร้ายแล้ว ในขณะที่ชุดสืบสวนเผย พบแก๊งค์บึ้มยะลาพันคดีความมั่นคงหลายคดี ผู้ว่าฯเล็งขยายพื้นที่โซนนิ่งไข่แดงเมืองยะลาขยั
(19เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องของปัญหายาเสพติด โดยภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงกรณีเหตุความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้เราต้องระมัดระวัง เพราะครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ส่วนเหตุการณ์ความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่รุนแรงมากขึ้นเพราะ ที่ผ่านมาเราป้องกันเหตุการณ์ย่อย ๆ ได้ ฝ่ายตรงข้ามจึงใช้ความรุนแรงมากขึ้น เมื่อรุนแรงมากขึ้นจะทำให้สังคมยอมรับ เพราะถ้าสังคมยอมรับก็จะนำไปสู่สากล แต่เราก็ต้องพยายามเพิ่มมาตราการขึ้นอีก แต่ต้องเห็นใจเพราะพื้นที่มหาศาลเราก็พยายามทำเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมผู้ก่อเหตุจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาก่อเหตุในตัวเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาต้องการให้รู้สึกว่าเหตุการณ์แรงขึ้น และรัฐบาลดูแลไม่ได้สร้างความหวาดระแวง ว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความสามารถในการดูแล และเมื่อนั้นรัฐจะเสียหาย แต่เราก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า แสดงว่าจะมีการยกระดับความรุนแรงเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อย่าให้ยก เราต้องแก้ปัญหา ให้เขายกไปสู่สากลไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะเสียเปรียบทันที เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขภายในประเทศ
ส่วนสถานการณ์การเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ว่าไปตามกฏหมายและกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป
"นายกฯ"เหตุใต้รุนแรงมาจากยาเสพติด
ที่ทำเนียบฯ เมื่อเวลา 16.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุระเบิดที่เกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เรื่องนี้นี้กำลังมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา พร้อมยอมรับว่าความขัดแย้งที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น น่าจะสืบเนื่องมาจากปัญหายาเสพติด และผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ผู้การยะลาเผยแก๊งค์บึ้มพันคดีมั่นคงอื้อ
จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค ซุกซ่อนระเบิด มาจอดที่ริมถนน ปากทางเข้า สนง.แขวงการทางยะลา ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 วิ่งผ่าน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บ 6 นาย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 19 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.16 น. ของวันที่ 18 เมษายน 54 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยภายหลังประชุมความคืบหน้ากรณีเหตุคาร์บอม ว่า กรณีดังกล่าวตนเองก็ได้ติดตามความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน หลังจากได้มอบหมายงานไป ก็พบว่าจากกรณีเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 และ 21 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน ในเรื่องของวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะการประกอบระเบิดของกลุ่มคนร้าย ที่จะใช้ถังแก๊สขนาดเล็ก รวมทั้งการจุดระเบิดที่ใช้ระบบวิทยุสื่อสาร อีกทั้งการเพิ่มความรุนแรงด้วยการผสมน้ำมันเบนซิน ที่จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้ รวมทั้งสะเก็ดระเบิด จึงทำให้เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งสามเหตุการณ์นี้ เป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
“ในกรณีเหตุเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 54 เราได้ออกหมายจับนายซาการียา สาและ เอาไว้ ซึ่งเป็นผู้ที่ขับรถมาจอด และเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ออกหมายจับนาย อายุ ดอเลาะ เอาไว้ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็มีหมายจับแล้ว ส่วนในวันที่ 18 เมษายน 54 ที่ผ่านมา ก็ได้นำภาพคนร้ายไปเทียบกับกล้องวงจรปิด แล้วว่าเป็นบุคคล คนเดียวหรือไม่ รวมทั้งวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งได้วัตถุพยานชิ้นสำคัญ อันที่จะสามารถโยงไปถึงกลุ่มคนร้ายได้ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน ” ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าว
พล.ต.ต.โชติ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเข้าปิดล้อมพื้นที่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.รามัน ที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถยนต์ต้องสงสัยเอาไว้จำนวน 1 คัน ที่มีการดัดแปลงสภาพ พ่นเปลี่ยนสีใหม่ รวมทั้งมีร่องรอยถูกยิงที่กระจกด้วย ขณะนี้กำลังขยายผลอยู่
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ยะลา นั้น เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายอุสมาน ดอฆอ และพวก ที่มีประวัติก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จำนวนหลายเหตุการณ์ เช่น ก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ชุด รปภ.พระ และลอบวางระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลาจำนวนหลายครั้ง รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นรถของชาวบ้าน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ยิงรถบัสขนถ่ายกำลังพลในพื้นที่ อ.รามัน และกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ยังมีส่วนร่วมในการก่อเหตุปล้นร้านทองในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ในห้วงที่ผ่านมาด้วย
ผวจ.ยะลาเล็งขยายพื้นที่ไข่แดงคลุมเขตรอยต่อ
นายกฤษฏา บุญราช ผวจ.ยะลา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมเขตเมืองยะลาทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและมีชาวบ้านบาดเจ็บ20 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่โซนนิ่งเขตเมืองหรือ พื้นที่ไข่แดงเพิ่มเติม จากจุดเดิมที่กำหนดพื้นที่ไว้เฉพาะในส่วนของย่านการค้าเขตใจกลางเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้งเพื่อให้การดูแลความปลอดภัยมีความครอบคลุมในส่วนของพื้นที่รอบๆหรือริมขอบเขตพื้นที่โซนนิ่งมากขึ้น หลังจากที่สถิติการก่อเหตุในช่วง 3 เดือนเกิดเหตุระเบิดทั้งจยย.บอมบ์และคาร์บอมบ์พื้นที่เขตเมืองถึง 3 ครั้ง
เนื่องจากคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ในพื้นที่เขตรอยต่อพื้นที่โซนไข่แดง เนื่องจากบริเวณสำนักงานแขวงฯ เป็นพื้นที่จอดรถของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดรถไฟเพื่อง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย แต่คนร้ายไม่สามารถเข้าไปก่อเหตุภายในได้ จึงเลี่ยงนำรถที่ซุกระเบิดมาจอดไว้ด้านนอกแทนเพื่อรอจังหวะ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่เขตรอยต่อระหว่างพื้นที่ไข่แดงและพื้นที่ทั่วไปจึงกลายเป็นช่องว่างหรือเป็นเป้าหมายที่คนร้ายเพ็งเล็งได้ง่าย
“เบื้องต้นอยู่ระหว่างการหารือในการขยายพื้นที่ไข่แดงให้กว้างและครอบคลุมพื้นที่รอยต่อเดิมให้มากขึ้น โดยจะต้องขยับพื้นที่ออกไปให้ครอบคลุมในเขตพื้นที่รอยต่อเดิมเพื่อปิดช่องว่างและเส้นทางไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเมืองได้อีก โดยขณะนี้ต้องรอฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการและชาวบ้านในพื้นที่อีกครั้ง เนื่องจากการกำหนดโซนนิ่งพื้นที่นั้นอาจจะทำให้ไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเข้าพื้นที่ต้องตรวจสอบรถ หรือบัตรประชาชนหรือหลักฐานการเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ซึ่งอาจทำให้ชาวบ้านไม่สะดวกนักแต่เป็นแนวทางที่มั่นใจได้ว่าจะสร้างความปลอดภัยให้ได้แน่นอน”ผวจ.ยะลา กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเกิดเหตุระเบิดกลางเมืองยะลา ทั้งจากจยย.บอมบ์และคาร์บอมบ์ถึง 3 ครั้งในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเริ่มจากวันที่13 ก.พ.54 เกิดเหตุคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจกลางเมืองยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 คน เพลิงเผาอาคารไม้เก่ากว่า 10 คูหา จากนั้นวันที่ 21 ก.พ. เกิดเหตุจยย.บอมบ์ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 14 รายและล่าสุดวันที่ 18 เม.ย.เหตุคาร์บอมบริเวณปากทางเข้าสำนักงาน.แขวงการทางยะลา ถนนสิโรรสเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตทันที 1 รายบาดเจ็บ 6 นาย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 19 ราย
10โจรใต้สวมรอยจนท.ตั้งด่านปล้น6ล้อ
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 54 พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ตากใบ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ป้อมจุดตรวจไพรวัน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายนราธิวาส-ตากใบ ช่วงบริเวณบ้านศาลาเชือก ม. 6 ต.ศาลาใหม่ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกับ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่ปลอดภัย และที่บริเวณกระสอบทรายซึ่งทำเป็นบังเกอร์วางอยู่บริเวณจุดตรวจ มีร่องรอยถูกกระสุนปืนจนแตกได้รับความเสียหายจำนวนหลายจุด และห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 4 ก.ม.เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ สีบรอนส์ ทะเบียน บง - 9910 พังงา ซึ่งคนร้ายใช้เป็นพาหนะ 1 ในจำนวน 2 คัน จอดเสียหลักอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามทางเข้าวัดบ้านไร่ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ โดยอยู่ในสภาพตัวถังถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งคันและยางล้อหน้าแตก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่กระบะหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุและนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวพาไปตรวจสอบที่สภ.ตากใบ
ส่วนกำลังอีกชุดหนึ่งได้กระจายกำลังกันค้นหายานพาหนะที่คนร้ายใช้นำไปก่อเหตุอีก 1 คัน คือรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 81 - 7384 นครศรีธรรมราช ซึ่งกระบะหลังบรรทุกตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ หลังมีโครงหลังคาเหล็กและมีผ้าใบปิดคุมไว้ ซึ่งคนร้ายได้ทำการปล้นจากนายชัยพล ร่องเพ็ง ที่ขับรถมาส่งผักในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ขณะขับผ่านท้องที่ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส ในช่วงเวลา 23.30 น.ของคืนวันที่ 18 เม.ย. 54 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสของรถยนต์คันดังกล่าว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 4 - 5 คน แต่งกายคล้ายทหาร ทำทีตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนเลี่ยงเมืองสายนราธิวาส-ตากใบในพื้นที่ สภ.ตันหยง ในช่วงเวลา 23.30 น. และได้ส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้นรถยนต์ 6 ล้อที่นายชัยพล ขับผ่านมาเพื่อไปส่งผักในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม. 16 จี้และขู่บังคับเอารถยนต์ 6 ล้อจากนายชัยพล พร้อมทั้งได้ใช้เชือกมัดนายชัยพล นำขึ้นรถยนต์ 6 ล้อไปทิ้งไว้ริมถนนห่างจากจุดที่ตั้งด่านปล้นไปประมาณ 2 ก.ม. ต่อมาคนร้ายประมาณ 10 คน ได้ใช้รถยนต์ 6 ล้อและรถยนต์กระบะอีก 1 คัน ที่จอดทิ้งไว้หน้าทางเข้าวัดบ้านไร่ ใช้เป็นพาหนะในการบุกยิงถล่มใส่จุดตรวจไพรวัน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายได้รับบาดเจ็บและรถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถขับหลบหนีไปได้และนำไปจอดทิ้งไว้ที่ริมถนนหน้าฝั่งตรงข้ามทางเข้าวัดบ้านไร่ แล้วคนร้ายอีกชุดหนึ่งได้จอดรถยนต์ 6 ล้อ รอรับคนร้ายที่นั่งรถยนต์กระบะซึ่งคาดว่าถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บหลบหนีโดยมุ่งหน้าไปในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี
ต่อมาเมื่อเวลา 10.45 น.ของวันเดียวกัน(19เมษา) พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.ต.ต.วิษณุ พันอักษร ผบ.ตชด. 447 และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้รุดเดินทางไปยังหมู่บ้านป่าหวาย ม. 8 ต.สุไหงปาดี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถยนต์ 6 ล้อ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงถล่มใส่จุดตรวจไพรวัน มาจอดทิ้งไว้ อยู่ในสภาพกระจกหน้าและตัวถังถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน โดยเฉพาะที่บริเวณกระบะบรรทุกหลังเจ้าหน้าที่พบปลอกและกระสุนปืนเอ็ม. 16 และเอ็ม. 60 ตกอยู่จำนวนกว่า 60 ปลอก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง
ส่วนคนร้ายจำนวน 10 คนทั้งที่บาดเจ็บและไม่บาดเจ็บ คาดว่ามีแนวร่วมในพื้นที่ขับรถยนต์มารับเพื่อพาหลบหนีไปกบดานอาศัยอยู่ในบ้านพักหลังใดหลังหนึ่งในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง อ.สุไหงปาดี และอำเภอตากใบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองทั้ง 2 พื้นที่ ได้จัดส่งกำลังกระจายกันค้นหาแล้ว รวมถึงทำการตรวจสอบตามสถานพยาบาล สถานีอนามัยต่างๆในพื้นที่ เกรงกลุ่มคนร้ายจะแฝงตัวปะปนกับชาวบ้านเข้าไปรักษาแล้วเช่นกัน
ส่วนกรณี นายชัยพล เจ้าของรถยนต์ 6 ล้อนั้น ล่าสุดได้ขอความช่วยเหลือชาวบ้านเดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส แล้ว



