ข่าว

ปภ.เตือน48จังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน

ปภ.เตือน48จังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน

19 เม.ย. 2554

ปภ.เตือน 48 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน 19 - 20 เม.ย. นี้ แนะปชช.เกาะติดข่าวกรมอุตุฯใกล้ชิด ประสานป้องกันภัยจังหวัดเกาะติดสถานการณ์เข้ม

(19เม.ย.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ. ) กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก   รวม 48   จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก   ตาก สุโขทัย   เพชรบูรณ์   อุตรดิตถ์   เชียงใหม่   ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน   เชียงราย น่าน   พะเยา   แพร่ หนองบังลำภู   เลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม   มุกดาหาร   ขอนแก่น ร้อยเอ็ด     มหาสารคาม   กาฬสินธุ์   นครราชสีมา   สุรินทร์     บุรีรัมย์   ชัยภูมิ     อุบลราชธานี   อำนาจเจริญ   ศรีสะเกษ   ยโสธร   ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา   ชลบุรี   ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี   นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา   สิงห์บุรี   อ่างทอง   สระบุรี   ลพบุรี   และชัยนาท   เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 19 -20 เม.ย.นี้  

 นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า โดยลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง จะมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก   อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน   รวมทั้งพืชผลทางการเกษตร โดยหมั่นติดตามพยากรณ์อากาศ   และฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเก็บสิ่งของที่สามารถปลิวลมได้ไว้ในที่มิดชิด ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงและแข็งแรง หลีกเลี่ยงการหลบพายุฝนฟ้าคะนองใต้ต้นไม้ ใกล้ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงเพราะอาจถูกล้มทับได้   ที่สำคัญขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ห้ามอยู่ใกล้วัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าและไม่สวมใส่เครื่องประดับ เช่น ทองคำ เงิน เป็นต้น รวมถึงงดเว้นการใช้เครื่องมือสื่อสารในบริเวณที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกฟ้าผ่า

 “ปภ.ได้ประสานให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด ให้จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย   หากประชาชนในพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784   ตลอด 24 ชั่วโมง   เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วน ” อธิบดีปภ.กล่าว

เตือน4จว.อีสานใต้ระวังพายุฤดูร้อน 

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า สภาพอากาศโดยทั่วไปของจ.นครราชสีมา เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจากเมื่อวันที่  18 เม.ย.2554  สภาพอากาศที่จ.นครราชสีมา มีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 38-40 องศาลเซลเซียสตลอดทั้งวัน แต่ปรากฏว่าวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าทั่วทั้งจ.นครราชสีมา กลับมีฟ้าหลัวและมีฝนตกปรอยๆลงมาตลอดทั้งวัน

 โดยทางสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา รายงานว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย.2554 จังหวัดนครราชสีมา จะมีฝนตกร้อยละ 20 % ของพื้นที่ตลอดสัปดาห์ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุม ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึง จ.นครราชสีมา มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ออกประกาศเตือน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่อยู่ในความรับผิดชอบประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ ให้ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น ขอให้เตรียมการป้องกันอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยการตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณชุมชนและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และดูแลผลผลิตทางเกษตรเป็นพิเศษ รวมถึงตรวจสอบป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง หากอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยหรือติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขโดยด่วนต่อไป  ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ให้หลบในอาคารที่มั่นคงแข็งแรง ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างหรือป้ายโฆษณา เพราะเสี่ยงต่อการถูกล้มทับ หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ให้ห่างสื่อนำไฟฟ้า งดใช้เครื่องมือสื่อสารและโทรศัพท์มือ หรือสวมใส่อุปกรณ์ที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าทั้งเงิน ทองแดง นาก ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่า

 ทั้งนี้ศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที  หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ชัยภูมิ หลังจากวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักหลายอำเภอ ยังพัดถล่มสร้างความเสียหายต่อเนื่องหลายพื้น พบหนักสุดใน 2 อำเภอ ของอ.เมือง รอยต่อต.โพนทองและต.กุดตุ้ม และอ.คอนสวรรค์ เขตรอยต่อต.คอนสวรรค์และต.ยางหวาย รวมกว่า 4 ตำบล การไฟฟ้าบางส่วนถูกตัดขาดเริ่มใช้การได้แล้ว ล่าสุดยังพบบ้านเรือนราษฎรเสียหายเกือบทั้งหลังเป็นวงกว้างอีกหลายร้อยหลังคาเรือนยังขาดความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

 นายจรินทร์  จักกะพาก  ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากพื้นที่เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักใน 2 อำเภอแล้ว และมีชาวบ้านเดือดร้อนในหลายตำบล ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขความเสียหายทั้งหมดได้ และได้ประสานให้นายอำเภอประจำท้องที่อ.เมืองชัยภูมิ และอ.คอนสวรรค์ เร่งลงพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน อบต.สำรวจความเสียหายทั้งหมดมาให้ทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว 

 โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางจราจรที่ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางการจราจร และล้มทับบ้านพังเสียหายจำนวนมากหลายร้อนหลังคาเรือน และไฟฟ้าถูกตัดขาด ให้เร่งเข้าช่วยเคลียร์พื้นที่ให้เข้าสู่ภาวะปกติเปิดใช้ไฟฟ้าได้บางส่วนแล้ว

 ขณะที่ล่าสุดชาวบ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ 10 ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ กว่า 100 หลังคาเรือน ถูกพายุหมุนพร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ พัดถล่มมาต่อเนื่องตั้งแต่กลางดึกเมื่อวานนี้ เบื้องต้นมีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังหนักสุดกว่า 30 หลังคาเรือน ยังต้องรับชะตากรรมเริ่มมีฝนตกลงมาต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้ไม่มีบ้านบังฝน ต้องพากันรีบหาเงินทุนสำรองไปซื้อสังกะสีมาช่วยกันซ่อมแซมมุงหลังคาบ้านพอได้มีที่บังฝนเป็นการด่วนไปก่อนในช่วงนี้ ระหว่างรอความช่วยเหลือจากทางจังหวัด และยังมีบ้านอีกหลายสิบหลัง ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้อีกจำนวนมาก

 ด้านนางสุวัณนา  บังชัยภูมิ วัย 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 บ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ 10 ต.กุดตุ้ม เปิดเผยนาทีชีวิตต้องพาลูกด.ช.พรภิรมย์  เจตสมจิตร วัย 12 ขวบ วิ่งหนีตายผ่าพายุหมุนขนาดใหญ่พร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือออกจากบ้านระหว่างเกิดเหตุพายุฤดูร้อนซัดถล่มบ้านตนเองพังเสียหายทั้งหลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ว่า พายุหมุนขนาดใหญ่พัดเข้ามาใส่ตัวบ้านเต็มแรงจนตัวบ้านสั่นสะเทือนไปหมด พร้อมหลังคาบ้านซัดปลิวไปหายอย่างรวดเร็วทันที่จึงรีบจูงแขนลูกเพื่อดันเปิดประตูบ้านออกวิ่งหนีตายออกจากจากตัวบ้าน มาที่บริเวณทุ่งนา เพื่อจะไปหลบที่ต้นมะขามใหญ่ ก่อนที่พายุจะพัดหอบเอาตัวบ้านล้มและดูดพัดเอาโครงหลังคาลอยไปซัดใส่ต้นมะขามขนาดใหญ่ก่อนที่ตนเองและลูกจะวิ่งไปถึงล้มโคล่นต่อหน้า แต่โชคดีที่ยังวิ่งไปไม่ถึง ไม่เช่นนั้นต้องถูกต้นไม้ทับตายกับลูกแน่ ก่อนที่พายุจะวิ่งพุ่งพัดเข้าไปถล่มบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงเสียหายอีกจำนวนมาก

น่านมอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบภัย

 ที่หอประชุม อ.ภูเพียง จ.น่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะเดินทางมามอบมอบสิ่งของพระราชทานข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย จากพายุลูกเห็บตก บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนของราษฎรในเขตพื้นที่ ต.ท่าน้าว ต.นาปัง อ.ภูเพียง ต.นาชาว และต.กองควาย อ.เมืองน่าน ทำให้บ้านเรือนและยุ้งฉางของราษฎร ได้รับความเสียหาย

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ อ.ภูเพียง และอ.เมืองน่าน ที่ประสบความเดือดร้อน 69 หลังคาเรือน โดยมอบสิ่งของพระราชทานจำนวน 69 ชุด ให้แก่ราษฎรที่ประสบความเดือดร้อน โดยมีนายเกษม วัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และส่วนราชการ ให้การต้อนรับและกล่าวบรรยายสรุป

 สำหรับพายุลูกเห็บถล่มทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ทำนา ทำสวน และบางแห่งมีฐานะที่ยากจน มีความเป็นอยู่ยากลำบาก การมอบสิ่งของพระราชทานครั้งนี้ ยังสร้างปลาบปลื้มใจแก่เหล่าพสกนิกร และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

 นางแก้ว ติ๊บแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 83 บ้านสบแก่น หมู่ 5 ต.นาปลัง อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่า ตนมีความซาบซึ้งในพระเมตตา พระบารมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุลูกเห็บที่พัดบ้านเรือน ใน ต.นาปลัง เมื่อค่ำวันที่ 16 เมย.ที่ผ่านมา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรง

 นางเพชรี กุลฉิม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 บ้านดอนน้ำครก หมู่ 2 ต.กองควาย อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุอยู่กับลูกสาว ฝาบ้านถูกลมพัดหายไปทั้งแถบ วิ่งหนีลงจากบ้านหนีอันตรายล้มได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายกระดูกแตกต้องเข้าโรงพยาบาลน่าน เมื่อได้ถุงพระราชทานจะนำไปตั้งบูชาพร้อมภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในห้องทันที  ตนและลูกสาวต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ฝนถล่มสุโขทัยน้ำท่วมขังทั่วเมือง

 ช่วงเช้าวันที่ 19 เม.ย. ได้เกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัยมีฝนตกหนักในเขต อ.เมืองสุโขทัย เมื่อเวลา 08.00 น. นานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดทั่วเมือง เจ้าหน้าที่เทศบาลสุโขทัยได้นำเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ มีฝนตกหนักใน อ.แม่ริม และ อ.เมืองเชียงใหม่ บางส่วน แต่ไม่มีรายงานถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

 ส่วนการเตรียมความพร้อมรับพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 19-20 เม.ย. นอกจากการแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือแล้ว เทศบาลและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ส่งรถกระเช้าเข้าตัดกิ่งไม้ต้นยางตลอดถนนเชียงใหม่-ลำพูน ทั้งในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.สารภี เพื่อป้องกันกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ไม่แข็งแรงถูกลมพัดตกลงมาสร้างอันตรายให้กับบ้านเรือนประชาชนและรถที่ใช้เส้นทางผ่านถนนสายดังกล่าว ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีกิ่งไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านพังเสียหายหลายหลังรวมทั้งรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาอีกหลายคัน

กาฬสินธุ์พายุฤดูร้อนพัดบ้านพัง70หลังคาเรือน
           
 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมอบต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอยางตลาด นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.กาฬสินธุ์ นายทองคำ ศุภอุดร นายกอบต.คลองขาม นำถุงยังชีพไปมอบให้กับประชาชนที่ประสบภัยพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนได้รับความเสียหายในต.คลองขาม พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือให้กับญาตินางปราณี ภูผิวผา อายุ 54 ปี ชาวบ้านบ้านสา ม.17 หลังจากถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

                นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายพื้นที่ โดยในเบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า พายุได้พัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในอ.ยางตลาด โดยเฉพาะต.คลองขาม 13 หลัง ต.นาเชือก 6 หลัง ต.เขาพระนอน 20 หลัง ต.นาจำปา อ.ดอนจาน 22 หลัง และต.คำบง อ.ห้วยผึ้งอีก 10 หลังคาเรือน รวมบ้านเรือนถูกพายุพัดได้รับความเสียหายกว่า 70 หลัง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งถูกฟ้าผ่าขณะนำกระบือออกไปเลี้ยง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว  และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหายอย่างระเอียดและให้รายงานเข้ามา เพื่อที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือต่อไป 
    
  อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีรายงานว่าในภาคอีสานยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นอยู่ ดังนั้นจึงสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือหากเกิดเหตุและให้ประชาชนรับฟังข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง

ศรีสะเกษพายุกระหน่ำบ้านพังยับกว่า10หลัง

 เมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่จะเกิดฝนตกหนักกระจายทั่วทุกพื้นที่ จากร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านภาคอีสาน ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในเขตตำบลหมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พังลงมากองกับพื้นดิน โดยที่บ้านเลขที่ 12 บ้านก้านเหลือง ต.หมากเขียบ ซึ่งเป็นบ้านของนายสนอง และนางอุทัย เขียวสุข ถูกพายุหมุนพัดยกหลังคาบ้านขึ้นลอยบนฟ้า ก่อนที่จะวางลงมากองกับพื้น พังเสียหายทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท นอกนั้นยังมีบ้านเรือนราษฎรในตำบลหมากเขียบ หลังคา ฝาบ้าน ถูกลมพายุพัดปลิวลอยหายไปอีกกว่า 10 หลังคาเรือน โดยขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบลหมากเขียบ กำลังเข้าทำการสำรวจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไปแล้ว
 
 นายสนอง เขียวสุข เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนพึ่งเดินทางกลับมาถึงเช้ามืดของวันนี้ ภายหลังจากทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่าบ้านตนเองถูกพายุหมุนพัดพังเสียหายเมื่อค่ำวานนี้ พอมาเห็นบ้านภรรยาของตนถึงกับร้องไห้เสียใจมาก เพราะลงทุนสร้างไปกว่า 3 แสนบาท ยังไม่ได้อยู่เลย จากนี้ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาสร้างใหม่ เพราะเงินที่สร้างเก็บมากว่า 3 ปีแล้ว จากการทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ
 
 อย่างไรก็ดี นอกจากบ้านเรือนราษฎรจะพังเสียหายจากลมพายุหมุนแล้ว ยังมีต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ถูกพายุพัดพังเสียหายนับร้อยป้ายในเขตพื้นที่จ.ศรีสะเกษด้วย ขณะเดียวกันวันนี้ยังพบว่าท้องฟ้ามืดตลอดทั้งวัน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งประกาศเตือนประชาชนในภาคอีสาน ให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน นี้ด้วย

ชัยภูมิฝนถล่ม2อำเภหลังยังไม่มีใครช่วยเหลือ

 ที่จ.ชัยภูมิ หลังจากวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักในหลายอำเภอ ยังพัดถล่มสร้างความเสียหายต่อเนื่องในหลายพื้น พบหนักสุดใน 2 อำเภอ ของอ.เมือง รอยต่อต.โพนทองและต.กุดตุ้ม และอ.คอนสวรรค์ เขตรอยต่อต.คอนสวรรค์และต.ยางหวาย รวมกว่า 4 ตำบล การไฟฟ้าบางส่วนถูกตัดขาดเริ่มใช้การได้แล้ว ล่าสุดยังพบบ้านเรือนราษฎรเสียหายเกือบทั้งหลังเป็นวงกว้างอีกหลายร้อยหลังคาเรือนยังขาดความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

 ด้านนายจรินทร์  จักกะพาก  ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากพื้นที่เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักใน 2 อำเภอแล้ว และมีชาวบ้านเดือดร้อนในหลายตำบล ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขความเสียหายทั้งหมดได้ และได้ประสานให้นายอำเภอประจำท้องที่อ.เมืองชัยภูมิ และอ.คอนสวรรค์ เร่งลงพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน อบต.สำรวจความเสียหายทั้งหมดมาให้ทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว 

 โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางจราจรที่ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางการจราจร และล้มทับบ้านพังเสียหายจำนวนมากหลายร้อนหลังคาเรือน และไฟฟ้าถูกตัดขาด ให้เร่งเข้าช่วยเคลียร์พื้นที่ให้เข้าสู่ภาวะปกติเปิดใช้ไฟฟ้าได้บางส่วนแล้ว

 ขณะที่ล่าสุดชาวบ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ 10 ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ กว่า 100 หลังคาเรือน ถูกพายุหมุนพร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ พัดถล่มมาต่อเนื่องตั้งแต่กลางดึกเมื่อวานนี้ เบื้องต้นมีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังหนักสุดกว่า 30 หลังคาเรือน ยังต้องรับชะตากรรมเริ่มมีฝนตกลงมาต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้ไม่มีบ้านบังฝน ต้องพากันรีบหาเงินทุนสำรองไปซื้อสังกะสีมาช่วยกันซ่อมแซมมุงหลังคาบ้านพอได้มีที่บังฝนเป็นการด่วนไปก่อนในช่วงนี้ ระหว่างรอความช่วยเหลือจากทางจังหวัด และยังมีบ้านอีกหลายสิบหลัง ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้อีกจำนวนมาก

 ด้านนางสุวัณนา  บังชัยภูมิ วัย 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 บ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ 10 ต.กุดตุ้ม เปิดเผยนาทีชีวิตต้องพาลูกด.ช.พรภิรมย์  เจตสมจิตร วัย 12 ขวบ วิ่งหนีตายผ่าพายุหมุนขนาดใหญ่พร้อมลูกเห็บขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือออกจากบ้านระหว่างเกิดเหตุพายุฤดูร้อนซัดถล่มบ้านตนเองพังเสียหายทั้งหลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ว่า พายุหมุนขนาดใหญ่พัดเข้ามาใส่ตัวบ้านเต็มแรงจนตัวบ้านสั่นสะเทือนไปหมด พร้อมหลังคาบ้านซัดปลิวไปหายอย่างรวดเร็วทันที่จึงรีบจูงแขนลูกเพื่อดันเปิดประตูบ้านออกวิ่งหนีตายออกจากจากตัวบ้าน มาที่บริเวณทุ่งนา เพื่อจะไปหลบที่ต้นมะขามใหญ่ ก่อนที่พายุจะพัดหอบเอาตัวบ้านล้มและดูดพัดเอาโครงหลังคาลอยไปซัดใส่ต้นมะขามขนาดใหญ่ก่อนที่ตนเองและลูกจะวิ่งไปถึงล้มโคล่นต่อหน้า แต่โชคดีที่ยังวิ่งไปไม่ถึง ไม่เช่นนั้นต้องถูกต้นไม้ทับตายกับลูกแน่ ก่อนที่พายุจะวิ่งพุ่งพัดเข้าไปถล่มบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงเสียหายอีกจำนวนมาก