ข่าว

แฉเส้นทางคาร์บอมแกนนำสั่งการจากปท.เพื่อนบ้าน

แฉเส้นทางคาร์บอมแกนนำสั่งการจากปท.เพื่อนบ้าน

19 เม.ย. 2554

ตำรวจ เผย เส้นทางคาร์บอมก่อนเกิดเหตุระเบิด ในขณะที่ ผกก.สภ.เมืองยะลา เผยคืบหน้าคดี มีการสั่งการจากแกนนำที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค ซุกซ่อนระเบิด มาจอดที่ริมถนน ปากทางเข้า สนง.แขวงการทางยะลา ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 วิ่งผ่าน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บ 6 นาย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 19 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.16 น. ของวันที่ 18 เมษายน 54 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 19 เม.ย. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านคดีคาร์บอม ว่า ในเบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเป็นคนร้ายที่เคยถูกจับกุม แล้วประกันตัวออกไป ที่มีความเชื่อมโยงเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งได้รับการสั่งการจากแกนนำผู้ก่อเหตุในประเทศเพื่อนบ้าน ให้ลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือในบริเวณดังกล่าว ซึ่งค่อนข้างจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ นอกจากนั้นยังมีการตรวจสอบดีเอ็นเอ จากมือจับรถคันก่อเหตุ หรือเศษเบาะรถยนต์ที่ยังหลงเหลือ ซึ่งสามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ รวมทั้งสะเก็ดระเบิดที่พบ ก็จะนำไปสู่กลุ่มที่ก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาได้

 “ ล่าสุดมีการสอบสวนพยานไปจำนวน 12 ปากแล้ว และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ได้นำคนร้ายที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ก่อนหน้านี้ ที่ศูนย์ซักถาม ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปดูรถคันเกิดเหตุ ซึ่งก็ได้ให้การว่ารถคันดังกล่าวเป็นของเขาที่ได้ขายไปให้ผู้ใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ข้อมูลเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการสืบสวนด้านอื่นก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน ” พ.ต.อ.กฤษฎา กล่าว

 ผกก.สภ.เมืองยะลา ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยก็คงจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะพื้นที่ย่านการค้าหลัก ย่านการค้าถนนรวมมิตร รวมทั้งตลาดสดผังเมือง 4 ซึ่งคาดว่ายังคงเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้มีการใช้กำลังร่วมกันทุกฝ่าย โดยในขณะนี้ตนเองได้สั่งการให้ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า เป็นพิเศษ เนื่องจากเชื่อว่ายังคงเป็นรถเป้าหมายที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางของคนร้ายที่นำรถยนต์คันเกิดเหตุมาก่อเหตุ พบว่า กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ตั้งแต่บริเวณ 5 แยก ถนนผังเมือง 4 วิ่งผ่านถนนอาคารสงเคราะห์ ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา เลี้ยวซ้ายข้างโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง วิ่งผ่านแยกถนนพิพิธภักดี ผ่านหน้าร้านยะลาการพิมพ์ ออกไปยังถนนสิโรรส แล้วกลับรถวิ่งผ่านหน้าธนาคารออมสิน ผ่านแยกโคลีเซี่ยม แล้วเข้าจอดที่จุดเกิดเหตุ โดยมีรถมอเตอร์ไซด์ ที่มีชายสวมเสื้อวอมแถบขาว สวมหมวกกันน๊อก ขับติดตามตลอดเส้นทาง แล้วหยุดรับคนร้ายที่นำรถไปจอด ก่อนที่จะขับ จยย.หลบหนีข้ามไปยังฝั่งตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา แล้วหายไปในซอยนายดาบ

 มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า สำหรับคนร้ายกลุ่มนี้เบื้องต้นยังคงให้ความสำคัญไปยังกลุ่มของนาย อุสมาน ดอฆอ หรือเจ๊ะกูสมาน โดยมีนายอัมรัน ยูโซ๊ะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.รามัน เข้าร่วมทีม และมีนายสาหูดิน โต๊ะเจ๊ะมะ นายไซฟุลเลาะ ชาว อ.รามัน จ.ยะลา เข้าร่วมปฎิบัติการ

 เมื่อเวลา 09.00 น.(19เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีคาร์บอมกลางเมืองยะลา ซึ่ง พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งให้จับตารถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า ซึ่งถูกโจรกรรมมาก่อนหน้านี้ และคนร้ายอาจจะนำไปใช้ในการทำคาร์บอม เนื่องจากเหตุการณ์ในภาคใต้เริ่มที่จะกลับมารุนแรงอีกครั้งว่า ตนไม่ได้รับรายงานเรื่องของยี่ห้อรถ แต่เรื่องสถานการณ์ตนได้คุยกับพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ตลอดเวลา ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก็พยายามแก้ไขสถานการณ์ ตนก็เห็นใจท่าน แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เกี่ยวกับมาตรการในการดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการระบุยี่ห้อและรุ่นของรถออกมาแบบนี้ ประชาชนที่ใช้รถยี่ห้อนี้จะเกิดความระแวงหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจเฉพาะรุ่นนี้ยี่ห้อนี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องตรวจทุกรุ่นและต้องระวังทุกรูปแบบ ตนไม่แน่ใจว่าคำว่ารุ่นมาจากไหน แต่ต้องระมัดระวังไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย แสดงว่าการประสานงานระหว่างตำรวจและทหาร ยังมีปัญหาอยู่ใช่หรือไม่ที่บอกว่าทหารดูรอบนอก ตำรวจดูรอบใน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องไปดูแลว่ามีช่องโหว่ตรงไหน เรื่องในเมืองจะต้องทำให้มีความมั่นใจได้ ให้เกิดความปลอดภัย เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามแกนนำที่ก่อเหตุอยู่หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าเป็นคำสั่งของมะแซ อุเซ็ง แกนนำผู้ก่อการร้าย รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่กล้าลงไปพูดลึกขนาดนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้นในภาคใต้ เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าน้ำมันเถื่อน แสดงว่าไม่ใช่แค่กระบวนการก่อการร้ายหรือก่อความไม่สงบ นายสุเทพ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์อย่างนั้นหรอ ผู้สื่อข่าวตอบว่า มีการพูดถึงว่าน่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตนไม่ได้ฟังแม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ แต่เห็นว่าปัญหาภาคใต้มีความซับซ้อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาสิ่งผิดกฎหมายหรือการค้าผิดกฎหมาย เป็นประเด็นหนึ่งในการเกิดเหตุหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พลอยผสมโรง แต่ตนพูดไม่ได้ว่ามีเยอะหรือไม่ แต่เอาเป็นว่ามี เมื่อถามว่า รวมถึงคนที่มีผลประโยชน์ด้วยหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ครับ มีการผสมโรง