ข่าว

นาโต้อ้างกองกำลัง'กัดดาฟี่'ซ่อนตัวรพ.

นาโต้อ้างกองกำลัง'กัดดาฟี่'ซ่อนตัวรพ.

19 เม.ย. 2554

นาโต้ ระบุ กองกำลังของผู้นำลิเบียเปลี่ยนกลยุทธิ์ ที่รวมทั้งการซ่อนตัวในโรงพยาบาลและซุ่มยิงจากหลังคามัสยิด

(19เม.ย.) พลโทชาร์ลส บูชาร์ด ผู้บัญชาการทหารของกองกำลังผสมในสังกัดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ได้กล่าวหากองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียว่า เข้าไปซ่อนตัวอยู่ตามโรงพยาบาลและยิงสังหารพลเรือนจากบนหลังคามัสยิดในเมืองมิสราต้าที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายต่อต้าน

 เมืองมิสราต้า เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของลิเบีย และถูกกองกำลังฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ปิดล้อมมานาน 7 สัปดาห์แล้ว และเชื่อว่าได้สังหารพลเรือนไปหลายร้อยคน ผู้อพยพที่หลบหนีออกมาเปิดเผยว่า กองกำลังฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ได้ใช้พลซุ่มยิงไปประจำการอยู่ตามหลังคามัสยิด หรือซ่อนตัวอยู่ตามโรงพยาบาล เอารถหุ้มเกราะไปซ่อนไว้ตามโรงเรียนและยังถอดเครื่องแบบออกด้วย

 พลโทบูชาร์ด ซึ่งเป็นชาวแคนาดา ได้เรียกกลยุทธ์ที่ฝ่ายกองกำลังของพันเอกกัดดาฟีใช้ว่า เป็นความลับและไร้ศิลธรรม ซึ่งเขากำลังวิตกต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมืองมิสราต้า และถ้านาโต้ไม่ยื่นมือเข้าไป ยอดผู้เสียชีวิตอาจมากมายหลายพันคน

 มีรายงานว่า มีเรือเช่าอพยพคนงานต่างชาติเกือบ 1 พันคน และชาวลิเบียที่บาดเจ็บออกจากเมืองมิสราต้า เมื่อวันจันทร์ ขณะที่ฝ่ายต่อต้านอ้างว่า ยึดพื้นที่เพิ่มในการปะทะกับกองกำลังฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ด้านองค์การสากลเพื่อการอพยพ หรือ IOM ระบุว่า ต้องการจะนำผู้อพยพออกมาให้มากกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะมีการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้มีเวลาจำกัดในการนำผู้อพยพและชาวลิเบียมาขึ้นเรือ ที่ต้องออกจากท่าในทันที

 ฝ่ายต่อต้าน ระบุว่า กองกำลังฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ระดมยิงปืนใหญ่โจมตีเมืองมิสราต้า ซึ่งล่วงเข้าสู่วันที่ 5 แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนว่า พันเอกกัดดาฟีต้องการกวาดล้างเมืองมิสราต้าการไม่ดำเนินการใด ๆ ของนาโต้ เท่ากับเป็นการเปิดทางให้เขาทำตามแผน นาโต้กำลังนิ่งเฉยรอให้เกิดการสังหารหมู่เสียก่อน จึงค่อยตระหนักได้ว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ การใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไม่ได้ผลอีกแล้ว เพราะพันเอกกัดดาฟี เปลี่ยนกลยุทธ์มาทำสงครามในเมืองแล้ว

 นอกจากเมืองมิสราต้าแล้ว กองกำลังฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ยังโจมตีอย่างหนักต่อเมืองอัจดาบิยาที่เป็นแนวหน้าของฝ่ายต่อต้านด้วย ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ เพิ่งจะครบรอบ 1 เดือน ที่คณะมนตรีความมั่นคงผ่านมติให้กองกำลังผสมใช้ปฏิบัติการปกป้องชีวิตพลเรือนลิเบีย ที่นำไปสู่การโจมตีทางอากาศ และแม้จะถูกนาโต้ถล่มอาวุธยุทโธปกรณ์ที่รวมทั้งรถถัง แต่กองกำลังของฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ก็ยังเหนือกว่าฝ่ายต่อต้าน ทั้งยังกลับมารวมตัวกันถล่มอย่างหนักเพื่อยึดคืนเมืองในพื้นที่
ชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ

 นายซาอิฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี บุตรชายของพันเอกกัดดาฟี กล่าวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ที่กรุงทริโปลีว่า โลกกำลังเข้าสู่สงครามกับลิเบีย โดยปราศจากการหลักฐานใด ๆ นอกเสียจากข่าวลือและการชวนเชื่อ ปัญหาใหญ่หลวงในเวลานี้ คือ ผู้ก่อการร้ายและกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเมื่อกำจัดให้สิ้นซากไปได้ ทุกอย่างก็จะคลี่คลาย เขาบอกด้วยว่า กองกำลังของฝ่ายรัฐบาลกำลังตามล่า ผู้ก่อการร้าย ในเมืองมิสราต้า แบบเดียวกับที่กองกำลังทหารของอเมริกัน
ทำในเมืองฟัลลูจาห์ของอิรัก

 การให้สัมภาษณ์ของนายซาอีฟ ได้แสดงให้เห็นว่า พันเอกกัดดาฟีไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการจะประนีประนอม แม้ว่าจะถูกกดดันจากนานาชาติ ส่วนฝ่ายต่อต้านก็ไม่ยอมรับแนวทางแก้ปัญหาใด ๆ ถ้าพันเอกกัดดาฟีและครอบครัวไม่ยอมสละอำนาจ