
โป๊ะยาอุ้มสาวม.4พัทลุงทิ้งข้ามจังหวัด
ผกก.คนดังเมืองพัทลุง ถูกลูกน้องลูบคมกระตุกหนวดเสือ โปะยาสลบเด็กสาว ม.4 ชื่อดังเมืองพัทลุง พยานปากเอกในความคุ้มครองของผกก.คนดัง คดีพ่อแม่และเจ้าตัวถูก 4 มือปืนควง เอ็ม 16 ถล่ม สาหัส อุ้มข้ามเขาบรรทัดมาทิ้งไว้ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันตรัง ก่อนถูกตามพบหามส่ง
เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 18 เม.ย. ร.ต.ท.จรูญ สังขารา ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งจาก พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ว่า มีเด็กสาวถูกมอมยาและถูกลักพาตัวมาทิ้งไว้ที่บริเวณคิวรถ จยย.รับจ้างหน้าห้างโรบินสัน ถ.พัทลุง เขตเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสายตรวจปราบปราม
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า พ.ต.อ.ตรีวิทย์ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย นำตัว น.ส.ปาน(นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนี่งในจังหวัดพัทลุง นอนสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาสลบ นำส่ง รพ.ตรังเพื่อให้แพทย์รักษาอาการโดยเร่งด่วน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ขอเข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของห้าง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุนำตัว น.ส.ปานทิ้งในที่เกิดเหตุ แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่า มีกล้องวงจรปิดติดตั้งบริเวณจุดที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ได้เพียงเบาะแสจากพนักงานของร้านเอ็มเค ภายในห้าง ที่ระบุว่า เวลาประมาณ 20.30 น.เห็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 27 ปี สูงประมาณ 160 ซม.ผิวคล้ำ ลงพุง ได้ฉุดกระชากลากถูผู้หญิงคนหนึ่งตรงจุดเกิดเหตุ แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเข้าใจว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันและอาจมีเรื่องทะเลาะกันเล็กน้อย ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นผู้เสียหาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปที่ รพ.ตรัง เพื่อดูอาการของ น.ส.ปานแพทย์ระบุว่า เด็กถูกวางยาสลบไปนานกว่า 3 ชม.พอฟื้นขึ้นมาก็มีอาการสะลึมสะลือ เบลอ ๆ และร่างกายยังอ่อนเพลีย ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในความดูแลของแพทย์ 1 คืน และตรวจหาร่องรอยว่าถูกข่มขืนด้วยหรือไม่ แต่ทางนายลิขิตและนางจำเนียร สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงบุตรสาว เพราะเกรงไม่ปลอดภัย โดยต้องการนำบุตรสาวกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความคุ้มครองเป็นอย่างดี
ทางด้าน พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เปิดเผยว่า สำหรับผู้เสียหายนั้น เป็นพยานปากเอกในคดีที่มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดยิงถล่มนายลิขิต ขุนทอง พร้อมด้วยนางจำเนียร ภรรยาและน.ส.ปานบุตรสาว ขณะที่ขับรถจาก อ.ปากพะยูน มุ่งหน้ากลับบ้านพักในตัวเมืองพัทลุง และมาถูกลอบยิงถล่มจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนสายตำนาน-พัทลุง หมู่ 7 ต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 27 มิ.ย.2553 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ ทางผู้เสียหาย ได้ร้องขอความคุ้มครองจากทางตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าไม่ปลอดภัยในชีวิต ตนจึงได้ให้เข้ามาพักอาศัยในแฟลตตำรวจ ในช่วงระหว่างที่ยังติดตามจับกุมคนร้ายไม่หมด ก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 วัน คนร้ายได้นำแผ่นกระดาษที่มีข้อความไปติดประตูหลังบ้านภายในแฟลต โดยขอร้องให้นายลิขิตพาลูกสาวทั้งสองออกจากที่แฟลตตำรวจ และไม่ให้มีสัมพันธ์ชู้สาวกับสามี กระทั่งก่อนเกิดเหตุ น.ส.ปานได้ไปเรียนพิเศษที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขากลับได้ลงจากรถโดยสารที่จุดจอดรถประจำทางบ้านท่ามิหรำ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.จากนั้นได้เดินข้ามไปยังอีกฝั่ง เพื่อโทรศัพท์ให้พ่อมารับกลับบ้านที่แฟลตตำรวจ แต่ยังไม่ทันจะข้าม ก็ถูกโปะยาสลบ มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสัน จ.ตรังแล้ว จึงได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อ
พ.ต.อ.ตรีวิทย์ เปิดเผยต่อไปว่า ในช่วงระหว่างที่ น.ส.ปานถูกคนร้ายโปะยาสลบ นั้น ทางนายลิขิต ซึ่งเป็นพ่อได้พยายามโทรศัพท์หาลูกสาว แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้โทร.มาแจ้งให้ตนทราบว่าลูกสาวถูกวางยาและโดนอุ้ม ประกอบกับหลังก่อเหตุคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ดวงเดือน พยาบาลประจำ รพ.สงขลานครินทร์ วิทยาเขต อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพี่สาว ที่กำลังอบรมอยู่ กทม.ว่า “ ให้เตรียมรับศพน้องสาวได้เลย ” ซึ่งทาง น.ส.ดวงเดือน ก็ได้ส่งข้อความดังกล่าวกลับมาหาพ่อและส่งเข้าเครื่องตน ก่อนที่ตำรวจจะแกะรอยตรวจเช็คจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อตรวจสอบหาจุดที่ผู้เสียหายอยู่ และก็พบว่าอยู่ในพื้นที่ จ.ตรัง จึงประสานกับท้องที่เพื่อหาร่องรอยคนร้าย
ส่วนสาเหตุที่คนร้ายวางยาสลบอุ้มเหยื่อมาทิ้งไว้นั้น ไม่เกี่ยวกับคดีที่พ่อและแม่ถูกลอบยิง แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐานพอจะทราบว่า เป็นฝีมือของตำรวจนายหนึ่งซึ่งเป็นลูกน้องของตน ที่ไม่พอใจที่ถูกตนสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ประจำธนาคารอย่างถาวร และเตรียมเสนอชื่อย้ายออกนอกจังหวัดแล้ว เนื่องจากมีความประพฤติไม่เรียบร้อยและมีนิสัยเกเร ไม่ค่อยทำงาน จึงวางแผนนำกระดาษที่มีข้อความเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องชู้สาวไปติดที่หลังบ้านของผู้เสียหาย จากนั้นไม่นานก็โปะยาสลบลักพาตัวพยานปากเอกซึ่งอยู่ในความคุ้มครองดูแลของตน เพื่อต้องการดิสเครดิตตน โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะฆ่าเด็กซึ่งทางตำรวจจะได้ติตตามไล่ล่าตัวตำรวจนายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่นายลิขิต กล่าวสั้นๆว่า ส่วนสาเหตุที่ตนถูกยิงก่อนหน้านี้ มาจากถูกกล่าวหาว่า ไปแย่งที่ดินและมีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตของกลุ่มคนร้ายที่ยิงถล่มตน จึงทำให้ตนถูกลอบยิงดังกล่าว



