ข่าว

ราคา"ทองคำ"เดินหน้าทำสถิติใหม่ทองแท่งพุ่งบาทละ21,150บาท-แนวโน้มยังไปต่อ

ราคา"ทองคำ"เดินหน้าทำสถิติใหม่ทองแท่งพุ่งบาทละ21,150บาท-แนวโน้มยังไปต่อ

19 เม.ย. 2554

ราคาทองคำพุ่งไม่หยุดทำสถิติใหม่อีก ทองแท่งขายออกบาทละ 21,150 บาท มองมีปัจจัยหนุนทั้งปัญหาตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง และเงินเฟ้อสูงขึ้น แนวโน้มขึ้นต่ออีกได้เห็นบาทละ 21,200 บาท นักลงทุนหาจังหวะขายมากกว่าซื้อ

 ราคาทองคำยังคงพุ่งสูงทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะทรงตัว เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งราคาทองคำแท่งรับซื้อขึ้นไปอยู่ที่บาทละ 21,050 บาท และขายออกอยู่ที่บาทละ 21,150 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 20,738.88 บาท และขายออกอยู่ที่บาทละ 21,550 บาท ขณะที่ราคาทองคำในตลาดอยู่ที่ 1,480 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสได้เห็น 21,200 บาทต่อน้ำหนักบาททองคำ แต่เชื่อว่าจะมีแรงขายทำกำไรดักรออยู่ ซึ่งทำให้ราคาทองน่าจะผันผวนและแกว่งตัว แต่เท่าที่สังเกตจะพบว่านักลงทุนในประเทศมีการถือครองทองคำน้อยลงประมาณ 40% ส่วนใหญ่มีต้นทุนที่สูงกว่า 19,000 บาทต่อบาททองคำ การหมุนเวียนเปลี่ยนมือเพิ่มขึ้นมาก และส่วนใหญ่นักลงทุนในประเทศจะขายมากกว่าซื้อ จึงควรระมัดระวังแรงเก็งกำไร แต่ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นอยู่ดี แม้จะมีแรงเก็งกำไร

 น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า มีโอกาสที่ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับขึ้นไปแตะ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 21,350 บาทต่อบาททองคำ โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก และยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น วิกฤติหนี้สาธารณะในกลุ่มยูโรโซน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัญหาจลาจลในตะวันออกกลางที่ลุกลามและยืดเยื้อ

 "ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ในสัปดาห์นี้ราคาทองคำในตลาดโลกและราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำให้นักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แล้ว และพอรับความเสี่ยงควรถือต่อไปเพื่อรอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 1,530 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่เป้าหมายปลายปียังคงอยู่ที่ระดับ 1,600-1,630 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 22,500-23,000 บาทต่อบาททองคำ" น.ส.ฐิภากล่าว

 ด้านนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำยังมีแรงหนุนจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ถือว่าอยู่เหนือความคาดหมายจากที่มองว่าราคาปิดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะต่ำกว่าราคาปิดของสัปดาห์ก่อน