
รายงานสิทธิมนุษยชนตัวใครตัวมัน (1)
ที่ผ่านมา 30 กว่าปี ในช่วงเดือนนี้ สหรัฐอเมริกาจะออกรายงานสภาพสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศไม่เคยขาด เพื่อใช้เป็นดัชนีในการประเมินสัมพันธ์ทางการทูตและการพิจารณาเรื่องเงินความช่วยเหลือที่จะให้สภาคองเกรสเสนอเป็นกฎหมายในปี 1979 สั่งให้รัฐบาลสหรัฐต้องมีรายงานสิท
อาทิตย์ก่อน สหรัฐอเมริกาออกรายงานสิทธิมนุษยชนเหมือนเคย แต่เป็นที่โจษจันกันมาก เนื่องจากปีนี้จีนได้ตอบโต้สหรัฐอเมริกาทันควันอย่างเอาเป็นเอาตาย เคยตกเป็นเป้าหมายมาตลอด ที่เด็ดกว่านั้น จีนยังได้ออกรายงานสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอเมริกาในชั่วเวลาเดียวกัน ด้วยสถิติตัวเลขทุกชนิดที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสายตาของประชาคมโลก
การตอบโต้ของจีนไม่ค่อยได้รับการสนใจจากประชาคมโลกเท่าไร เพราะมันเป็นการนำเอาข้อมูลรวบรวมมาจากสิ่งตีพิมพ์ทุกชนิดในสหรัฐที่มีการตีแผ่ถึงสภาพสังคมแท้จริงของสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ปล้นสะดมการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการตรวจค้นร่างกาย ซึ่งในประเด็นนี้ทางฝ่ายจีนได้หยิบยกขึ้น ว่ามีมากกว่า 6,000 รายที่ละเมิดสิทธิ เพื่อตอกย้ำว่าสังคมอเมริกาก็ไม่ได้ดีไปกว่าประเทศอื่น แถมยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลสหรัฐให้สนใจในสวัสดิการของประชาชนตัวเองให้มากขึ้น แทนที่จะไปยุ่งเรื่องของประเทศอื่น
ในสมัยก่อน ประเทศต่างๆ จะมีอาการโมโหโต้ตอบรายงานเหล่านี้ว่าโกหก ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการแทรกแซงทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา ตามจริงรายงานเหล่านี้ ประชาชนในประเทศชื่นชม เพราะถือว่าเป็นการตรวจสอบรัฐบาลตัวเองด้วยซ้ำ คนในประเทศทำเองไม่ได้ เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิฯ บ้าง ต้องใช้เงินทองและเจ้าหน้าที่โต๊ะตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก
สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า เวียดนามเคยโวยวายเป็นประจำแต่มาทีหลังเงียบไปเลย รัฐบาลไทยก็เช่นกันในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้ออกมาต่อว่าวิจารณ์สหรัฐอเมริกาเพราะมีเรื่องฆ่าตัดตอนในรายงาน เป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง มาในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ผ่านมาเวลารายงานสิทธิฯ ออกมา ก็ไม่มีข่าวเพราะถือว่าเป็นรายงานปกติไม่ได้ออกมาเพื่อโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง ปีนี้ไม่มีข่าวเกี่ยวเรื่องนี้เลย
ไทยเราเองก็มีรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี ซึ่งต้องทำอยู่แล้ว เรามีคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 1997 แต่รายงานออกมาได้เพียงสองปี (2544, 2545) เท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าชุดบริหารคณะกรรมการสิทธิฯ ชุดปัจจุบันทำอะไรอยู่ ไม่ได้เอาใจใส่เรื่องนี้ คนไทยเดียวนี้ สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่าแต่ก่อน
คณะกรรมการสิทธิฯ ยังขาดเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจและสามารถวิเคราะห์สภาพสิทธิมนุษยชนในประเทศได้อย่างดี มิฉะนั้นแล้วคงมีผลงานน่าติดตามมากกว่านี้



