ข่าว

มาร์คงดเก็บภาษีดีเซลลิตรละ5.70บาท

มาร์คงดเก็บภาษีดีเซลลิตรละ5.70บาท

18 เม.ย. 2554

นายกฯอภิสิทธิ์งดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลลิตรละ 5.70 บาทชั่วคราว อุ้มไม่ให้ราคาพุ่งเกินลิตรละ 30 บาท คาดรัฐสูญรายได้ 4.5 หมื่นล้าน

ปัญหาเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 กำลังจะหมดลงในสิ้นเดือนเมษายนนี้ โดยยังเหลือเงินอยู่ประมาณ 4,500 ล้านบาท ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อเช้าวันที่ 18 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหามาตรการรองรับการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตรต่อไป

 นายอภิสิทธิ์เปิดเผยภายหลังการหารือว่า รัฐบาลตัดสินใจปรับลดอัตราการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล จากที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 5.70 บาทต่อลิตร ลงมาอยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตร หรือจะเรียกว่ายกเว้นภาษีให้ก็ว่าได้  โดยจะเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 20 เมษายนนี้ และจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม โดยมาตรการทางภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนี้จะเข้ามาทดแทนการใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน

 "รัฐบาลไม่สามารถปรับขยายเพดานราคาการตรึงดีเซลจาก 30 บาทต่อลิตร ออกไป 1-2 บาทได้ เนื่องจากได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไม่ให้ปรับขึ้นราคาค่าขนส่งและต้นทุนในกระบวนการผลิตสินค้า โดยมีการตกลงกันว่า ผู้ประกอบการจะไม่ขึ้นราคา หากราคาน้ำมันดีเซลไม่สูงกว่า 30 บาทต่อลิตร ซึ่งหากรัฐบาลปรับขยายเพดานการตรึงราคาจะส่งผลให้ค่าขนส่งปรับขึ้นทันที รวมทั้งราคาสินค้าอีกหลายรายการจะปรับขึ้น ซึ่งจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างแน่นอน" นายอภิสิทธิ์ระบุ

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากไม่ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและเงินกองทุนน้ำมันไม่มีชดเชย จะทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 36 บาท การใช้มาตรการภาษีเข้ามาดูแลราคาน้ำมันดีเซลครั้งนี้จะไม่มีผลต่อฐานะการเงินการคลังและไม่ได้ส่งผลต่อการจัดทำนโยบายของรัฐบาลด้วย รวมถึงประชาชน เพราะยังเติมน้ำมันดีเซลได้เท่าเดิม

“กรณ์”เผยรัฐสูญรายได้4.5หมื่นล้าน

 "รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการสร้างภาระให้รัฐบาลที่จะเข้ามาใหม่ โดยสร้างภาระให้กองทุนมีสถานะติดลบเป็นแสนล้านบาท จากการกู้เงินมาดูแลราคาน้ำมัน ส่วนจากนี้ไปเมื่อราคาน้ำมันลดลงแล้วก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป" นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

 นายกรณ์กล่าวเสริมว่า การตัดสินใจยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2554 (ก.ย.2554) ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นผลกระทบต่อภาษีสรรพสามิต 42,480 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 1,900 ล้านบาท แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังใดๆ และเชื่อว่าจะทำให้การขาดดุลงบประมาณในปี 2554 ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ 4.2 แสนล้านบาทด้วย เนื่องจากรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

 "การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงมาอยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตรนั้น เป็นการเรียกเก็บในทางเทคนิค เพื่อให้กระทรวงการคลังรับทราบการรายงานสถานการณ์ปริมาณการใช้น้ำมันจากกรมสรรพากรและไม่ให้เกิดการขาดช่วง ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตาม เพราะรัฐบาลเชื่อว่า หากปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันแล้ว เมื่อราคาน้ำมันลงราคาสินค้าจะไม่ปรับตัวลงตามแน่นอน" รมว.คลังกล่าว