
ดีเอสไอยื่นอัยการฯร้องถอนประกัน9แกนนำนปช.
"ดีเอสไอ" ส่งหลักฐาน - สำนวน ถึงมืออัยการคดีพิเศษ ร้องศาลอาญาถอนประกัน 9 แกนนำ นปช. พฤติการณ์เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน - ปลุกปั่นยุงยงประชาชน อัยการ ระบุพบการกระทำฝ่าฝืนเงื่อนไขศาลพร้อมยื่นทันที ขณะที่หมอตุลย์เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ยื่นหนังสืออัยการ
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 18 เม.ย.54 เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เพื่อยื่นสำนวนขอเท็จจริง แผ่นซีดีบันทึกเหตุการณ์หลายส่วนทั้งการแถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ และการปราศรัยช่วงเดือน เม.ย.ของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคำถอดเทปการปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.นี้ เป็นเอกสารพยานหลักฐาน ให้อัยการพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. , นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , น.พ.เหวง โตจิราการ , นายก่อแก้ว พิกุลทอง , นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา , นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก , นายนิสิต สินธุไพร และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ซึ่งเป็น แกนนำ นปช. จำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำผิดอาญาต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และมาตรา 116 ฐานทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ก่อความไม่สงบในประเทศ
ภายหลัง พ.ต.ท.ถวัล กล่าวว่า หลังจากที่แกนนำทั้ง 9 คน ได้ประกันตัว ไปขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุม พนักงานสอบสวนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฎหมาย และเงื่อนไขที่ศาลอาญาวางข้อกำหนดไว้ จึงยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลอาญา ให้มีคำสั่งถอนประกันจำเลยทั้ง 9 คน จากนี้คงเป็นดุลพินิจของทางอัยการ และศาล ส่วนพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ถือว่าปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว สำหรับหลักฐานที่มอบให้พนักงานอัยการพิจาณานั้น ประกอบไปด้วย ซีดีบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์หลายช่วง ทั้งในวันที่ 7 และ 10 เม.ย.พร้อมกับคำให้การของพยานบุคคลซึ่งเป็นประชาชนที่เกี่ยวข้องที่ได้รับฟังการปราศรัยของจำเลยอีกด้วย
ขณะที่นายรุจ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวว่า หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้ง 9 กระทำผิดต่อกฎหมาย และเงื่อนไขที่ศาลวางข้อกำหนดไว้ พนักงานอัยการจะพิจารณายื่นคำร้องถอนประกันต่อศาล แต่หากพบว่าไม่เข้าเงื่อนไข ถือว่าเป็นการใช้สิทธิไปตามรัฐธรรมนูญ คงไม่ยื่นคำร้องแต่อย่างใด ทั้งนี้หากแกนนำ นปช.ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ยินดีจะพิจารณาให้ความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า ความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบัน ไม่ได้ปรากฏในเงื่อนไขการประกันศาล จะพิจารณาอย่างไร นายรุจ กล่าวว่า แม้เงื่อนไขของศาลอาญาที่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จะไม่ได้กำหนดเรื่องมาตรา 112 แต่หากพนักงานอัยการตรวจสอบพบว่า มีการหมิ่นสถาบัน ก็สามารถที่จะยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนประกันตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงทันที เนื่องจากถือเป็นการกระทำที่ยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย อย่างไรก็ดีการพิจารณาเรื่องการถอนประกัน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาพยานหลักฐาน โดยอัยการจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานของดีเอสไอ
ขณะเดียวกัน น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน และคณะ ได้เดินทางเข้าพบนายรุจเพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ให้เร่งรัดและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความกฎหมายหมิ่นสถาบัน
โฆษกศาลยธ.ย้ำศาลไม่มีสีเสื้อปฏิบัติหน้าที่เที่ยงธรรม
นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม แถลงข่าวจัดงานครบรอบ 129 ปีสถาปนาศาลยุติธรรม 20 - 23 เม.ย. ระบุ ศาลตั้งมั่นอยู่ได้นานไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่การปฏิบัติหน้าที่ตุลาการเป็นไปโดยอิสระ เที่ยงธรรม ไม่มีการเมืองแทรกแซง ย้ำศาลไม่มีสีเสื้อ หากบุคคลใดพยายามที่จะก้าวล่วงศาล โดยอ้างสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญพึงระวัง เพราะหากทำผิดกฎหมายศาลมีขั้นตอนมาตรการที่จะดำเนินการตั้งแต่เบาไปหาหนัก สุดท้ายคือการดำเนินคดีตามกฎหมาย



