ข่าว

จีนชูนโยบายผู้นำ"งานแสดงสินค้า"แนะไทยเร่งบุกตลาด-ก่อนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญ

จีนชูนโยบายผู้นำ"งานแสดงสินค้า"แนะไทยเร่งบุกตลาด-ก่อนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญ

18 เม.ย. 2554

พาณิชย์จี้ธุรกิจไทยขยายตลาดต่างประเทศเชิงรุก ท่ามกลางวิกฤติภัยธรรมชาติและเหตุวุ่นวายทางการเมืองทั่วโลก แนะแสวงหาโอกาสในประเทศจีน หลังวางนโยบายก้าวเป็นผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้า และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญรายใหม่ของไทย

 นายไพจิตร วิบูลย์ธนสาร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รายงานผลกระทบและโอกาสจากสถานการณ์โลก ว่า ความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ได้ส่งผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ในเชิงจิตวิทยาเองผู้บริโภคในตลาดโลกจะสูญเสียความมั่นใจต่อสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นโดยรวม ขณะที่ชาวต่างชาติอาจไม่สะดวกในการเดินทางเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียงในอนาคตอันใกล้

 ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ประท้วงและความไม่สงบในหลายประเทศในตะวันออกกลางก็ดูเหมือนจะขยายวงกว้างขึ้น และอาจนำไปสู่วิกฤติแห่งการก่อการร้ายระลอกใหม่ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ดีดตัวเพิ่มสูงขึ้นก็ทำให้ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นมาก ผู้ประกอบการที่อยู่ไกลออกไปจึงอาจไม่ต้องการเดินทางข้ามทะเลมาเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าที่ไทย

 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็นำมาพร้อมๆ กับโอกาสในทางธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะกับประเทศจีน ซึ่งผู้ส่งออกของไทยควรใช้โอกาสที่ผู้บริโภคจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และเซี่ยงไฮ้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการจัดงานแสดงสินค้ารายใหม่ในอนาคต เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในจีนให้มากขึ้น

 "ผู้ส่งออกไทยต้องใช้ความกลัวที่จะถูกลอกเลียนแบบสินค้าเป็นแรงผลักดันให้กิจการก้าวออกไปแสวงหาประโยชน์ในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะเดียวกัน ต้องก้าวออกไปสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อหาลูกค้าในเชิงรุกให้มากขึ้น" นายไพจิตรกล่าว

 นอกจากนี้ ไทยและนครเซี่ยงไฮ้อาจฉกฉวยโอกาสนี้ในการพัฒนางานแสดงสินค้านานาชาติของตนเองให้มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพดีขึ้น โดยดึงเอาผู้ประกอบการ หรือผู้เข้าเยี่ยมชมงานมายังงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ในกรณีของไทย ผู้จัดงานอาจต้องระมัดระวังมากขึ้น การเติบใหญ่ของงานแสดงสินค้าในนครเซี่ยงไฮ้ ภายใต้การสนับสนุนส่งเสริมอย่างจริงจังของภาครัฐเปรียบเสมือนแม่เหล็กก้อนใหญ่ที่มีพลังมหาศาลในการดึงดูดทั้งผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าเยี่ยมชมงานหลั่งไหลมายังนครเซี่ยงไฮ้

 ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนของไทยจึงต้องประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากงานแสดงสินค้าของไทยไม่มีคุณภาพ เพราะนอกเหนือจากการพยายามหลีกเลี่ยงการจัดงานที่มีช่วงเวลาที่ทับซ้อนกับงานประเภทเดียวกันในฮ่องกงและกวางตุ้งแล้ว ต่อจากนี้ไป ไทยจะมีงานแสดงสินค้าในนครเซี่ยงไฮ้เป็นคู่แข่งขันรายสำคัญเพิ่มขึ้นอีกรายหนึ่ง