
เล็งเปิดซื้อขายพันธบัตรผ่านเอทีเอ็ม
คลังเร่งพัฒนาตลาดตราสารหนี้หลังพบปริมาณซื้อขายต่อวันสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท เตรียมจับมือแบงก์พาณิชย์เปิดซื้อขายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านเอทีเอ็มส่งเสริมการออมให้รายย่อย และเพิ่มทางเลือกในช่วงที่กฎหมายประกันเงินฝากมีผลบังคับใช้
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้นและเงินทุนของโลกส่วนหนึ่งไหลมายังภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้การซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ของไทยเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 6 หมื่นล้าน และมีบางวันมีการซื้อขายถึง 1 แสนล้านบาท ถือว่าสูงกว่าตลาดทุนที่มีการซื้อขายเฉลี่ย 3-4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ดังนั้น สบน.ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทยจึงหาช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรายย่อยได้เข้าถึงการออมโดยผ่านตราสารหนี้อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้มากขึ้น โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อวางระบบซื้อขายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านทางตู้กดเงินสดอัตโนมัติหรือเอทีเอ็มเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงการออมได้มากขึ้น
โดยจะมอบหมายให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายสามารถเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ให้ประชาชนทั่วไปผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยผู้ซื้อพันธบัตรออมทรัพย์จะมีบัญชีเงินฝากและบัญชีพันธบัตรคู่กันเมื่อทำการซื้อขายพันธบัตรเงินก็จะถูกโอนไปมาระหว่างบัญชีทั้งสองที่ผูกกับบัตร ซึ่งสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพันธบัตรที่ถูกขายคืนธนาคารก็จะได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุในหน้าตั๋วตามปกติ
“ระบบนี้จะช่วยส่งเสริมการออมได้มากเพราะคนจะสามารถออมเงินโดยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเป็นทุนสำรองใช้ในช่วงเกษียณอายุหรือเงินใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินได้ และที่สำคัญเป็นทางเลือกสำหรับการออมทรัพย์เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองเงินฝากใกล้จะบังคับใช้เต็มเพดานในไม่กี่ปีนี้ช่องทางการออมผ่านพันธบัตรออมทรัพย์ที่สะดวกและมั่นคงกว่าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการฝากเงิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปลายปีงบประมาณนี้” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว



