
ยาบ้าไม่ได้หายไปไหน
เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ดุเอาการ คนกรุงต้องระทึกกันสุดๆ หลังจากมี "ไอ้คลั่ง" ไล่ฆ่าคนชิงรถกลางเมืองหลวง
ยังดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรม คารถของ พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ที่จี้มา
ต้องชมการตัดสินใจที่เด็ดขาดของตำรวจ ยุติเหตุการณ์โดยเร็ว เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ว่าคนร้ายจะขับรถไปไล่ชนหรือก่อเหตุอะไรขึ้นมาอีก
จากพฤติกรรมที่เหี้ยมโหดบ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง หลังจากใช้มีดไล่แทงและจี้ชิงรถอดีตทหาร ก็มาฆ่าตำรวจ จ้วงแทงร่วม 20 แผล จากนั้นก็ดึงปืนของตำรวจมายิงหัวซ้ำ ก่อนขับรถหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอมาถึงถนนพญาไท เห็นจวนตัวเพราะมีรองผบก.ปส. คนหนึ่งขับตามมาก็จอดรถใช้ปืนไล่ยิง โชคดีหนีหลบออกมาทัน มาเจอกับแท็กซี่พลเมืองดีที่ขับเข้าขวางรถคนร้ายก็เอาปืนมายิงหัวคนขับ เสียชีวิตไปอีกราย
เผอิญ พญ.พิภัทรา ขับรถผ่านมาพอดี คนร้ายเลยเข้าไปจี้เอารถพร้อมจับเธอเป็นตัวประกันขับรถหนี ช่วงที่ตำรวจอีกคนพยายามเข้ามาหยุดคนร้ายก็ขับรถพุ่งชนบาดเจ็บสาหัส ภาพจากวงจรปิดเห็นถึงความบ้าคลั่ง ไม่มีเบรก ไม่มีชะลอกะให้ตาย
ก่อนมาโดนวิสามัญฯ แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปิดฉากความคลั่งลงได้
เพราะหากตำรวจไม่ตัดสินใจใช้อาวุธ ตัวประกันอาจได้รับอันตราย ไม่รู้ว่าคนร้ายจะเอาถึงตายหรือไม่ เนื่องจากใครที่เข้าไปขวางมันฆ่าหมด
การตัดสินใจเข้าชาร์จดวลปืนกับคนร้ายต้องถือว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท โอกาสโดนคมกระสุนของคนร้ายก็คงจบชีวิตเช่นกัน
ส่วนประเด็นตัวประกันตำรวจก็ออกมายอมรับว่าเวลาเกิดขึ้นเร็วมาก แค่ 3 นาทีจากจุดที่คนร้ายจับพญ.พิภัทรามาถึงจุดวิสามัญฯ พอรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ก็เข้ามาช่วยเหลือทันที
เสี้ยวนาทีการตัดสินใจ ก็ต้องเห็นใจตำรวจด้วย หากปล่อยให้คนร้ายเคลื่อนที่ต่อไป และตัวประกันถูกทำร้ายเสียชีวิตขึ้นมา ตำรวจก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง อาจเละกว่านี้ด้วยซ้ำ
คนร้ายรายนี้คือนายธาดา อินทมาศ ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ วัย 37 ปี จาก จ.นครศรีธรรมราช ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ติดยาอย่างหนัก
ญาติบอกว่าคนตายเสพยามานานแล้ว ที่น่าสนใจคือ ไม่เคยถูกจับ
เรื่องนี้ต้องถือเป็นบทเรียน เหนือสิ่งอื่นใดนี่คือสัญญาณบ่งชี้ว่า ยาบ้ายังระบาดอย่างหนักขณะนี้ !!



