ข่าว

มาร์คยันลต.เป็นไปตามกรอบเดิมที่วางไว้

มาร์คยันลต.เป็นไปตามกรอบเดิมที่วางไว้

17 เม.ย. 2554

"นายกฯ"ยันลต.เป็นไปตามกรอบเดิมที่วางไว้ เผยเตรียมถก"กกต."คุมเข้มลต.ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม พร้อมวอนส.ว.ช่วยไฟเขียวเร่งผ่านกม.ลต. 3 ฉบับ โฆษกปชป.ชี้"กมม.-พธม."โหวตโนทำชาติเสียโอกาส ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมไปเลือกตั้ง

 (17เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" กล่าวถึงการเดินหน้าผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง พร้อมขอความร่วมมือวุฒิสภา ให้ผ่านร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้เสร็จสิ้นทันตามปฏิทินการยุบสภาที่ได้กำหนดไว้ ว่า ตนเตรียมที่จะหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้พรรคการเมืองต่างๆ ว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ ต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม และยืนยันว่า แม้รัฐบาลจะเป็นผู้กุมอำนาจรัฐ แต่จะไม่ใช้อำนาจดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการเลือกตั้งแน่นอน นอกจากนี้ อีกเรื่องที่ต้องการหารือกับ กกต. คือแนวทางกำหนดไม่ให้การเมือง หรือ พรรคการเมือง นำเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เนื่องจาก สถาบันจะอยู่เหนือการเมืองอยู่แล้ว ส่วนการกระทำผิดที่เกิดขึ้น ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

 "ขณะนี้จะมีกระแสทางการเมืองหลายด้านทั้งการปฏิวัติ รัฐประหารที่เกิดขึ้น ผมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิมที่เคยประกาศไว้เพราะสถานการณ์ในประเทศเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้ง ดังนั้นผมจึงอยากจะขอความร่วมมือที่ประชุมวุฒิสภาเร่งผ่านร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ เพื่อให้แล้วเสร็จและนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในเดือนพฤษภาคม" นายกฯ กล่าว

โฆษกปชป.ชี้"กมม.-พธม."โหวตโนทำชาติเสียโอกาส

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าหากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีแนวทางให้พรรคการเมืองใหม่รณรงค์ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่ไม่กากลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเสียโอกาสการเข้าร่วมปฏิรูปการเมือง และแก้ปัญหาของประเทศ อย่างไรก็ตามการสำรวจการเลือกตั้งที่จะมาถึงพบว่าระหว่างพรรคการเมืองหลัก เสียงที่ได้จะต่างกันไม่เกิน 10 ที่นั่ง หรือ แสนคะแนน ดังนั้นหากประชาชนไม่ร่วมลงคะแนนเป็นไปได้ว่าประเทศชาติจะกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานที่ปรึกษาชาติไทยพัฒนาระบุอยากเห็น 2 พรรคการเมืองใหญ่ร่วมงานการเมือง ว่า เป็นไปได้ยาก เพราะจุดยืนของทั้ง 2 พรรคต่างกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางที่ต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้า ด้วยนโยบายและชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าพรรคมาแก้ไขปัญหาสังคม ส่วนอีกพรรคการเมืองหนึ่งมีความชัดเจนว่าต้องการแก้ไขปัญหาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   และไม่สามารถแยกออกจากความเคลื่อนไหวออกจากกลุ่มเสื้อแดง ดังนั้นคงยากที่จะร่วมงานกัน  

ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมไปเลือกตั้ง 
 
สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างประชาชนจากทั่วประเทศ จำนวน 1,569 คน ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2554 เรื่องความพร้อมของคนไทยกับการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 77.16 พร้อมที่จะไปเลือกตั้ง เพราะอยากเห็นการเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง อยากได้คนดีมาบริหารประเทศ โดยสิ่งที่จะบั่นทอนความตั้งใจของประชาชนในการไปเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 34.47 ระบุว่า คือปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ ภัยธรรมชาติต่างๆ รองลงมา คือการแตกความสามัคคี การโจมตีกันของนักการเมือง และการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ

เมื่อถามถึงบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่ประชาชนจะนำมาใช้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.37 ระบุว่า จะใช้บทเรียนที่ผ่านมา เลือกคนดีเข้ามาบริหารบ้านเมือง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างรอบคอบ รองลงมาคือ จะเลือกคนที่พูดจริง ทำจริง ไม่สร้างภาพ

ผบ.ตร.เตรียมชงครม.ยืดพรบ.ความมั่นคงอีก1ด.

 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. เปิดเผยว่า ศอ.รส.เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขยายเวลาประกาศพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อไปอีก 30 วัน จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการสืบสวนหาข้อมูลหลักฐานและเฝ้าระวังเหตุร้าย ประกอบกับที่ผ่านมา การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทำให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงยังสามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้

 อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วิเชียร คาดว่าหลังการประกาศยุบสภาในเดือนพฤษภาคม จะสามารถยกเลิกการประกาศพื้นที่รักษาความมั่นคงได้ และสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะทุกฝ่ายมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง แต่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก เนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะมีความรุนแรง โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการเตรียมความพร้อมในการดูแลการเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะการจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพลโดยมีการจัดทีมสืบสวนสอบสวนหาข่าว