
"เราเป็นทหารของพระเจ้าอยู่หัว"ผบ.ทอ.
"ผมย้ำ และพูดเสมอว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล ทหารก็จะต้องเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้มีการเลือกข้างใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาผมก็ยืนยันความเป็นกลางมาโดยตลอด ไม่ได้เลือกข้าง และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวกับการเมือง"
แม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะย้ำชัดๆ หลายรอบว่า จะมีการยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีข่าวว่า กองทัพจะทำการ "รัฐประหาร" จากกลุ่มการเมืองบางกลุ่มอยู่เป็นระยะ
ทว่า พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กลับแสดงความเชื่อมั่นผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษต่อทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ว่า เชื่อมั่นว่าจะเกิดการเลือกตั้งอย่างแน่นอนตามที่นายกฯ ระบุเอาไว้ เพราะการที่นายกฯ พูดขนาดนั้นว่าจะมีการยุบสภาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นไม่เกิน 60 วัน ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงวันที่ 26 มิถุนายน หรือ 3 กรกฎาคมนี้ จึงคิดว่าน่าจะมีการเลือกตั้ง นอกจากจะเกิดอุบัติเหตุอะไรสักอย่างที่ไม่สามารถเลือกตั้งได้ หรือมีปัญหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ก็คาดการณ์ไม่ได้
ส่วนช่วงเวลาที่เหลืออีก 2-3 เดือน ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงจากกลุ่มที่ชุมนุมทางการเมืองนั้น พล.อ.อ.อิทธพร มองว่า ถ้ายังชุมนุมอยู่เหมือนเดิมตามที่ประกาศเอาไว้ว่าจะมีการชุมนุมเดือนละ 2 ครั้ง คิดว่าเป็นความพยายามที่จะดึงมวลชนให้อยู่กับตัวเองมากกว่า และจะเป็นผลที่เกี่ยวเนื่องกับพรรคการเมืองบางพรรคด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่มีเงื่อนไขที่จะมาเดินขบวนขนาดใหญ่ และถ้าตำรวจยังสามารถควบคุมดูแลการชุมนุมอย่างที่ผ่านมาได้ ก็คิดว่าคงไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องการเลือกตั้ง
"ผมภาวนาว่าช่วงสงกรานต์ คนไทยคงจะได้มีความสุขกับการหยุดยาว เพราะสองปีที่ผ่านมาไม่เคยได้มีความสุขกัน โดยเฉพาะวันกองทัพอากาศในวันที่ 9 เมษายน เราไม่ได้จัดงานมาแล้วถึง 2 ปี"
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการรัฐประหารหรือไม่ หากสถานการณ์บ้านเมืองหาทางออกไม่ได้ พล.อ.อ.อิทธพร ตอบว่า อันนี้ตอบแทนไม่ได้ ซึ่งต้องดูเอาเองว่า ในยุคโลกาภิวัตน์มันไม่เหมือนในอดีตแล้ว เพราะจะถูกบอยคอตจากประชาคมโลก ซึ่งคงอยู่ลำบาก ไม่มีใครอยากทำ
ส่วนสถานการณ์การชุมนุมจะลุกลามบานปลายเหมือนในต่างประเทศหรือไม่นั้น ผบ.ทอ.วิเคราะห์ว่า เราจะต้องระมัดระวังการปลุกปั่น หรือลอกเลียนแบบกันในการเคลื่อนไหว
"แต่การเคลื่อนไหวจะต้องมีประเด็นที่ทำให้คนลุกฮือได้ เท่าที่ดูการชุมนุมแต่ละครั้งก็อยู่ในกรอบ และสามารถคาดการณ์คนที่มาร่วมชุมนุมได้ ซึ่งการที่จะทำแบบต่างประเทศได้ต้องมีการปลุกกระแสที่มีความคิดร่วมของคนส่วนใหญ่ถึงจะทำได้"
พล.อ.อ.อิทธพร เชื่อว่า ถ้าประเทศไทยมีการเลือกตั้ง เงื่อนไขอะไรต่างๆ ที่มีคนออกมาเรียกร้องก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะมาเรียกร้องอีก และต้องรอเวลาให้มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาล ซึ่งทุกคนน่าจะยอมรับกติกา
สำหรับบทบาทของกองทัพในการเลือกตั้งนั้น ผบ.ทอ. ระบุว่า กองทัพก็คงต้องปฏิบัติเหมือนกับทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งกองทัพยินดีที่จะสนับสนุน ทั้งการจัดสถานที่หากต้องการเข้ามาประชาสัมพันธ์หาเสียงในค่ายทหาร
"ผมได้เน้นย้ำกำลังพลว่าการเลือกตั้งเป็นสิทธิหน้าที่ เป็นสิทธิส่วนบุคคลในการที่จะเลือกใครเข้ามาบริหารประเทศ เราคงไม่ไปชี้นำ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ กองทัพพยายามรักษาสถานะให้ห่าง และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"
พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวถึงกระแสโจมตีกองทัพ "เลือกข้าง" ว่า เป็นการคิดของคนที่มีความคิดเห็นต่างกัน เราไปบังคับไม่ได้ ซึ่งบางทีบางอย่างไม่เป็นไปตามที่ตัวเองคิด หรือต้องการ และจะให้คนเข้าใจผิดก็ไปพูดอะไรที่ไม่เป็นจริง พยายามดึงให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก
"ผมย้ำ และพูดเสมอว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล ทหารก็จะต้องเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้มีการเลือกข้างใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาผมก็ยืนยันความเป็นกลางมาโดยตลอด ไม่ได้เลือกข้าง และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวกับกับการเมือง ส่วนอะไรที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของทหาร หรือความสงบเรียบร้อย การช่วยเหลือประชาชน หรือการพัฒนาประเทศ ผมยินดีที่จะพูด และให้ข้อคิดเห็น แต่อะไรเป็นเรื่องการเมืองก็ไม่อยากที่จะพูด เพราะกองทัพเราเป็นกลาง" ผบ.ทอ. ย้ำชัดๆ อีกรอบ
ส่วนความรุนแรงที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่อง "มือปืน" ที่บางส่วนเป็นทหารหรือตำรวจนั้น พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า เรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งจะสืบทราบว่าใครเป็นใคร อยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนของกองทัพอากาศเน้นย้ำตลอดว่าอย่าทำตัวนอกลู่นอกทาง ที่ผ่านๆ มา ใครมีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางก็จะให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการขั้นเด็ดขาด เราจะไม่มีการช่วยเหลือปกป้องอย่างเด็ดขาด
พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า กองทัพอากาศติดตามพวกบ่อนทำลายสถาบันตลอด ซึ่งเรื่องหมิ่นสถาบันจะมีหลายรูปแบบ มีทั้งแอบทำ เขียนข้อความที่สื่อสารกันระหว่างพวกกันเอง หรือเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งกองทัพได้ติดตามเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ไม่ได้นิ่งดูดาย
ส่วนจุดยืนของกองทัพต่อสถานการณ์บ้านเมือง ผบ.ทอ.กล่าวย้ำว่า กองทัพมีจุดยืนยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ซึ่งเราจะต้องดำรงความเป็นกลาง และเชื่อมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
"ทหารมีจุดยืนที่แน่นอน และจะต้องยึดมั่นความเป็นกลาง ใครจะมาเป็นรัฐบาล เราก็ยังเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทหารของประชาชนอยู่เสมอ" ผบ.ทอ. กล่าวทิ้งท้าย



