
โรคร้ายวิสามัญฯ
เป็นเช่นทุกครั้ง ที่มีปฏิบัติการวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย จะต้องมีคำถามจากสังคม จากนักสิทธิมนุษยชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสิทธิฆ่าคนตายโดยไม่มีความผิด โดยอ้างการกระทำวิสามัญฆาตกรรม อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่
กรณีโจ ด่านช้าง หรือโจ๊ก ไผ่เขียว ก็เป็นประเด็นที่มีทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่โจ๊ก ไผ่เขียวนั้นมีคนเห็นด้วยมากกว่า ด้วยพฤติกรรมโหดฆ่าเด็กตัวเล็กๆ อย่างโหดเหี้ยม มาตรการแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันต่อโจ๊ก ไผ่เขียว จึงดูเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบางเหตุของการวิสามัญฆาตกรรมที่มีตัวประกัน และการวิสามัญฯ มีความผิดพลาด กระสุนไปโดนตัวประกันไม่ว่าบาดเจ็บหรือตาย ก็ย่อมมีคำถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่เหตุหรือไม่ และมีทางเลี่ยงได้ไหมหากการวิสามัญฯ คนร้ายจะมีความเสี่ยงต่อตัวประกัน
ราว 20 ปีก่อน ตำรวจทำวิสามัญฆาตกรรม ยิงกระหน่ำเข้าไปในรถยนต์วอลโว่ ที่มีคนร้าย ตัวประกันชาย เด็กเล็กๆ อีก 3 คน บริเวณปากทางลาดพร้าว ผลคือตายเรียบทั้งคัน ภาพของตำรวจรายล้อมรถยนต์คันเกิดเหตุและกระหน่ำยิงเข้าไปเป็นห่าฝน โดยที่เห็นชัดเจนว่ามีใครอยู่ในรถบ้าง แทบไม่ต้องสงสัยว่า ระหว่างชีวิตคนร้ายที่ไม่มีทางต่อสู้ กับอีก 3 ชีวิตผู้บริสุทธิ์ ใครจะกลายเป็นผู้ร้ายตัวจริง แต่สำหรับกรณีนี้ ด้วยสถานการณ์ที่ฉุกเฉินอย่างยิ่ง ด้วยพฤติกรรมแวดล้อมที่ไม่อาจระงับเหตุด้วยวิธีอื่น เช่น ในกรณีของนายธาดา อินทมาศ ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นว่าติดยาเสพติดอย่างหนัก มีอาวุธปืนในมือ ฆ่าคนมาแล้วถึง 2 คน และจากจุดสุดท้ายที่จี้รถยนต์โตโยต้า คัมรี ไปยังจุดที่ถูกวิสามัญฯ บริเวณหน้าสถาบันโรคหัวใจ มุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใช้เวลาเพียง 3 นาที ตำรวจอาจไม่มีเวลาไตร่ตรองหรือตรวจสอบว่า มีตัวประกันอยู่ในรถหรือไม่ ด้วยสภาพฟิล์มที่ปิดทึบ
เรื่องการวิสามัญฆาตกรรม เป็นได้ทั้งขาวและดำ ตำรวจอาจมีเหตุผลที่จำเป็นจะต้องใช้อาวุธปืนระงับเหตุในฉับพลัน ไม่ว่าคนร้ายจะหลบหนี หรือมีอาวุธปืนยิงต่อสู้ หากแต่ในหลายกรณี ตำรวจก็จงใจฆ่าเพื่อปิดคดี ไม่ต้องยุ่งยากเสียเวลาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องใช้เวลาอีกมาก และในท้ายที่สุดศาลอาจยกฟ้อง หรือลงโทษจำคุกไม่นาน คนร้ายก็จะออกมาก่อเหตุเป็นอันตรายต่อสังคมอีก คดียาบ้า อาจเป็นคดีที่มีการวิสามัญฆาตกรรมมากที่สุด ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ด้วยนโยบายประกาศสงครามกับยาเสพติด มีการฆ่าตัดตอนเป็นคดีวิสามัญฯ 2,500 ศพ แต่ปัญหาที่เกิดจากยาบ้าทั้งในช่วงรัฐบาลทักษิณเอง และรัฐบาลต่อมาก็ไม่ได้เบาบางลง ถ้าสังคมยอมรับเรื่องวิสามัญฆาตกรรมเป็นเรื่องปกติ ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีสถาบันศาลยุติธรรม
กระแสสังคมส่วนใหญ่ ไม่ได้ติดใจในความตายของนายธาดา อินทมาศ เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติกรรมที่เขากระทำกับชีวิตผู้บริสุทธิ์ก่อนหน้า แต่ที่น่าประหลาดใจมีคนจำนวนหนึ่งเห็นว่า การวิสามัญฯ และพลาดไปโดน พญ.ภัทรา สายโลหิต แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยที่ พญ.ภัทรา ถูกยิงถึง 4 นัดซ้อน กระสุนฝังใน อาการสาหัส เป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือหาก พญ.ภัทราถึงแก่ชีวิต ก็ถือว่าเป็นผู้เสียสละ ไม่ให้คนร้ายก่อกรรมทำเข็ญกับผู้อื่นต่อไป ความคิดเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นคล้ายชีวิตมนุษย์ชีวิตหนึ่งไม่มีค่าอันใด นอกจากนั้น การสอบสวนคดีวิสามัญฆาตกรรมเรื่องนี้จะต้องดำเนินไปตามกระบวนการสอบสวนเพื่อให้ได้ความจริงที่เป็นที่ยอมรับ และเชื่อได้ว่าองค์ประกอบที่ได้รับการยกเว้นความผิดฐานฆ่าคนตาย หรือทำร้ายผู้อื่นจนบาดเจ็บนั้นครบถ้วนแท้จริง



