ข่าว

ทาสเรือประมงโปะยาสลบ-จับตัวมีจริงหรือ!!

ทาสเรือประมงโปะยาสลบ-จับตัวมีจริงหรือ!!

17 เม.ย. 2554

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "การประมง" เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ จึงมีความต้องการแรงงานจำนวนมากเข้าสู่วงจรธุรกิจเหล่านี้ โดยเฉพาะแรงงานในเรือประมง ผู้ต้องทำงานหนัก เหนื่อย เสี่ยงอันตราย รายได้ต่ำ แถมต้องอยู่กับคลื่นและลมโดยไม่เห็นฝั่งเป็นแ

 "สุริยา" หนุ่มวัย 22 จากเมืองตรัง เคยถูกบังคับให้ทำงานอยู่ในเรือประมง 7 เดือนเต็ม ย้อนอดีตอันขมขื่นให้ฟังว่า แต่เดิมมีอาชีพรับจ้างอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี จนกระทั่งปลายเดือนกรกฎาคม 2551 เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ เริ่มงานเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง แต่ทำได้เพียงไม่กี่เดือน ก็เดินทางกลับ จ.สุราษฎร์ธานี

 ระหว่างที่ "สุริยา" กำลังนั่งรอรถไฟบริเวณอาคารพักผู้โดยสารขาออก สถานีรถไฟหัวลำโพง มีชายแปลกหน้าอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. เข้ามาพูดคุยตีสนิทและชักชวนไปทำงานเป็น รปภ. ตลอดจนเสนอทางเลือกงานเบา งานสบาย ด้วยการทำงานคัดกุ้ง คัดปลา แต่เขาได้ปฏิเสธไป เพียงไม่นานก็มีชายแปลกหน้าอีกคนอายุ 30-35 ปี รูปร่างเล็กและผอม เข้ามาสอบถามว่าคุยอะไรกับผู้ชายคนแรก สักพักชายแปลกหน้าคนเดิมก็กลับมาและชักชวนชายแปลกหน้าคนที่ 2 ให้ไปทำงาน ด้วยการพูดจาหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้า แล้วจู่ๆ ชายแปลกหน้าทั้ง 2 คน ก็หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาไป

 ทำให้ "สุริยา" ต้องเดินตามชายแปลกหน้าทั้งสองไปเพื่อเอากระเป๋าเสื้อผ้าคืน จนมาถึงคิวรถตุ๊กตุ๊กหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ชายทั้งสองคนก็ผลักเขาขึ้นรถตู้สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน พร้อมทั้งยึดกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และบังคับให้นั่งเฉยๆ อยู่บนรถตู้จนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง เขาถูกส่งต่อให้คนที่รออยู่ในบ้าน ก่อนถูกนำตัวไปขังอยู่บนชั้นสอง ซึ่งมีคนถูกขังอยู่ก่อนแล้ว 3 คน

 "ผมถูกบังคับให้เซ็นเอกสารฉบับหนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้อ่านข้อความในเอกสารเลย หลังจากนั้น 2 คืน ก็ถูกนำตัวขึ้นรถตู้คันเดิม โดยมีคนคุมพาไปส่งที่ท่าเรือปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 เรือประมงออกหาปลาน่านน้ำประเทศกัมพูชา มีแรงงานประมงชาวไทย ลาว กัมพูชา รวม 8 คน  คอยทำหน้าที่กดสลิงลากอวนขึ้นมาบนเรือ ก่อนเทลงเรือเพื่อคัดแยกปลาใส่เข่ง เสร็จแล้วก็เอาปลาไปใส่ถังดองแช่แข็งใต้ท้องเรือ ต้องทำแบบนี้ตลอดวันตลอดคืนไม่มีวันหยุด" สุริยา ย้อนภาพการทำงานกลางทะเลลึก

 ตลอด 7 เดือน "สุริยา" ถูกบังคับทำงานเยี่ยงทาสในเรือประมงจนทนไม่ไหว จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนแรงงานประมงบนเรืออีกลำ ให้ช่วยส่งจดหมายกลับมาที่ครอบครัวของเขา เมื่อทางครอบครัวได้รับจดหมายจึงประสานมายังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ประสานขอความช่วยเหลือในการส่งตัวนายสุริยากลับภูมิลำเนา ผ่านเลขาธิการสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เพื่อประสานกับเจ้าของบริษัทเรือจนนำตัวนายสุริยาขึ้นจากเรือประมง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2552

 ด้าน "เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข" จากมูลนิธิกระจกเงา ผู้ที่ทำงานคลุกคลีและติดตามขบวนการค้ามนุษย์ สะท้อนว่า การหายตัวไปของคนในสังคมหลายกรณีที่เชื่อมโยงกับการล่อลวงและลักพาตัวเพื่อนำมาขายและบังคับเป็นแรงงานทาสบนเรือประมง หากไม่สามารถปฏิบัติงานหรือทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมเรือได้ ก็จะถูกทำร้ายและทุบตีอย่างทารุณ ตลอดจนการทำงานบนเรือประมงหลายลำไม่มีสวัสดิการดูแลเมื่อเจ็บป่วยและไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน เชื่อว่ายังมีแรงงานบนเรือประมงที่ถูกล่อลวงและลักพาตัวอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถหนีรอดออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือได้

 สำหรับกลวิธีที่แก๊งค้ามนุษย์ล่อลวงคนเพื่อมาบังคับใช้เป็นแรงงานในเรือประมงนอกน่านน้ำนั้น เอกลักษณ์ บอกว่า ส่วนใหญ่จะมีนกต่อหรือนายหน้าเข้ามาตีสนิทกับเหยื่อ มาเสนองานให้ทำโดยมีค่าตอบแทนสูงเพื่อเป็นสิ่งจูงใจ โดยเริ่มจากการเข้ามาชวนพูดคุยเรื่องทั่วไป ก่อนชักชวนไปทำงาน อาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการหว่านล้อมให้เหยื่อหลงเชื่อ ตลอดจนสรรหากลวิธีต่างๆ ทำให้เหยื่อตายใจ เช่น ทำทีใช้โทรศัพท์มือถือคุยกับพรรคพวกของตนเอง แต่แสร้งพูดว่ากำลังเจรจากับนายจ้าง หรือให้เหยื่อคุยโทรศัพท์เพื่อตกลงราคาค่าจ้างกันด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เหยื่อไว้วางใจและยอมที่จะเดินทางไปด้วย นอกจากนี้การล่อลวงแรงงานในธุรกิจประมงยังมีการใช้กลวิธีติดประกาศรับสมัครงานตามสถานีขนส่งและสวนสาธารณะต่างๆ อีกด้วย หากเหยื่อติดต่อกลับมา ก็จะแสร้งบอกว่า งานที่ประกาศไว้มีเต็มแล้ว ก่อนลวงให้ทำงานอื่นๆ ที่รายได้ดีเหมือนกัน สุดท้ายก็จะลวงเหยื่อมาลงเรือประมง

 "ผู้เสียหายหลายรายให้ข้อมูลว่า เคยถูกป้ายยา โปะยาสลบ ในห้องน้ำบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต (ขาเข้า) โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะเดินตาม และเดินสวนทางกันในห้องน้ำจนมีอาการสะลึมสะลือและหมดสติ พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่บนเรือประมงแล้ว แต่เราก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าจริงหรือไม่  อีกกรณีเป็นการใช้สารเสพติดประเภทสุราและยานอนหลับผสมกาแฟ หรือเครื่องดื่มให้เหยื่อดื่มจนหมดสติ แล้วจึงถูกนำไปขายต่อให้เรือประมง มีอยู่รายหนึ่งเล่าว่า ถูกหลอกมอมเหล้าในร้านคาราโอเกะที่สงขลา เมื่อคิดเงินค่าใช้บริการทั้งหมด จะมีราคาสูงเกินจริงเป็นหมื่นๆ บาท ทำให้ไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องลงเรือประมงเพื่อใช้หนี้ก็มี" เอกลักษณ์ แจกแจงกลวิธีที่แก๊งค้ามนุษย์ใช้ลวงเหยื่อ

 สำหรับเหยื่อที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของขบวนการค้ามนุษย์ในลักษณะนี้ มักจะเลือกเหยื่อผู้ชาย อายุตั้งแต่ 15-45 ปี ที่เพิ่งเคยเดินทางมากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก อาจจะเข้ามาหางานทำ หรือไม่มีจุดหมายปลายทางในการเดินทาง โดยเลือกเหยื่อที่นั่งอยู่ในสถานีขนส่งเป็นเวลานาน มิจฉาชีพมักก่อเหตุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ สถานีรถไฟหัวลำโพง สนามหลวง และวงเวียนใหญ่ เป็นต้น ก่อนนำเหยื่อมาลงเรือประมงที่ปากน้ำ สมุทรปราการ, ท่าเรือมหาชัย สมุทรสาคร ท่าเรือเมืองสงขลา และท่าเรือปัตตานี