
ออมก่อนรวยกว่าออมมากขึ้นรวยมากขึ้น
ต้องยอมรับว่า หลังจากการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ของคุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย องค์กรแห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย นอกจากการเพิ่มทางเลือกให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นข้าราชการทั่วประเทศ ที่สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนได้หลากหลายสไตล์ม
ความหมายแห่งการออมที่เพิ่มขึ้น คุณโสภาวดี บอกว่า ปกติข้าราชการที่เป็นสมาชิกกว่า 1.18 ล้านคนทั่วประเทศ สามารถสะสมเงินปกติในอัตรา 3% ของเงินเดือน แต่หลังจากการแก้กฎหมายแล้ว สมาชิกสามารถส่งเงินสะสมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 12% ของเงินเดือน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สมาชิกสามารถออมเงินให้สอดคล้องกับแผนการเงินหลังเกษียณของตนเองให้มากที่สุด และสามารถดำเนินชีวิตในวัยสูงอายุได้ด้วยความมั่นคงยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา เราพูดกันมานานแล้วเรื่องโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ในปี 2552 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป 7.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 11.5% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 หรืออีก 19 ปีหลังจากนี้ จำนวนประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 17.8 ล้านคน หรือ 25% ซึ่งนั่นหมายถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด
และสำคัญก็คือ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า แหล่งรายได้สำคัญของผู้สูงอายุมาจากลูกหลานถึง 60% รองลงมาเกิดจากการทำงาน 21% ขณะที่รายได้จากการออมของผู้สูงอายุไทยมีเพียง 3% เท่านั้น ซึ่งรายได้จากการออมถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก
เพราะถ้าใครติดตาม “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” มาตลอด คงจะพอทราบดีว่า ระดับเงินออมที่เหมาะสม เพื่อรองรับกับการเกษียณเพื่อการดำรงชีพอย่างธรรมดาที่สุดนั้น อย่างน้อยต้องอยู่ที่ 10% ของรายได้ ถ้าต้องการมาตรฐานชีวิตที่ดีกว่านั้น ก็ต้องออมมากกว่านั้น
ออมก่อน รวยกว่า อันนั้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากรวยเร็วขึ้น ก็ต้องออมมากขึ้นตามไปด้วย
น่าชื่นใจค่ะ เพราะหลังจากแก้กฎหมายเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีสมาชิก กบข.ออมเพิ่มจำนวน 10,875 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 26 ล้านบาท โดยอัตราการออมเพิ่มที่สมาชิกเลือกมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งคือ อัตรา 12% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสมาชิก กบข.ตระหนักถึงความสำคัญของการออมเพื่อสร้างหลักประกันในวัยเกษียณ
สำหรับคน “อยากออม” ดิฉันมีแหล่งข้อมูลดีๆ จาก “เวลธ์ โซไซตี้” มาฝากอีกครั้ง ซึ่งน่าสนใจทีเดียวค่ะ เริ่มต้นเหมือนเดิมที่ “ใช้จ่ายก่อน...เหลือเท่าไหร่ค่อยออม” มาเป็น “ออมก่อน...เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้”
แต่ที่น่าสนใจ คือ เขาแนะนำให้ “แยกบัญชีเงินออมออกจากบัญชีทั่วไป” ที่คุณใช้บัตรเอทีเอ็มเบิกถอนอยู่เป็นประจำ ซึ่งสาเหตุที่ไม่ควรนำเงินทั้งหมดมากองรวมไว้ในบัญชีเดียวกัน ก็เพราะธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน เมื่อมีเงินอยู่ในมือก็มักจะมีเรื่องให้ใช้จ่ายได้ตลอดเวลา หากใช้เพลิน ใช้แล้วยังเห็นว่ามีเงินเหลืออยู่ก็จะใช้อีก สุดท้ายก็หมด
หากคุณไม่อยากให้เงินออมของคุณต้องหมดไป ให้คุณแบ่งเงินออมเป็น “4 บัญชี” โดยแยกแต่ละบัญชีตามวัตถุประสงค์การออมให้ชัดเจน
บัญชีแรก “บัญชี S.O.S” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “บัญชีฉุกเฉิน” เงินก้อนนี้เก็บไว้รับมือกับเรื่องราวไม่คาดฝันต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือตกงานกะทันหัน ซึ่งทางที่ดีคุณควรมีเงินก้อนนี้ติดบัญชีไว้บ้างสัก 6 เท่าของค่าใช้จ่าย อย่างน้อยหากเข้าตาจน เงินก้อนนี้ก็น่าจะพอเยียวยาชีวิตคุณได้บ้าง
บัญชีที่สอง “บัญชีเงินออม : ระยะสั้นถึงระยะกลาง” ถ้าคุณตั้งใจจะเก็บเงินสักก้อนไว้ดาวน์บ้าน ดาวน์รถ ท่องเที่ยว หรือเก็บเงินไว้เป็นสินสอดทองหมั้นเพื่อแต่งงานกับคนรัก ก็ควรจะเจียดเงินออมส่วนหนึ่งมาเข้าบัญชีนี้ เพื่อเป็นบันไดให้คุณก้าวเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างมั่นใจ
บัญชีที่สาม “บัญชีเงินออม : ระยะยาว” เป็นบัญชีเงินออมเพื่ออนาคตที่คุณควรเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ หรือไม่ก็เป็นค่าเล่าเรียนของลูกยามที่เขาเติบโต เงินก้อนนี้ต้องใช้ความตั้งใจและวินัยในการออมสูง จึงต้องกันเงินไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญ เมื่อใส่เงินเข้าไปในบัญชีนี้แล้ว “จงลืมมัน” คิดเสียว่าเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ยอมถอนเงินก้อนนี้ไปใช้เด็ดขาด
และบัญชีที่สี่ เป็น “บัญชีเพื่อการลงทุน” หากชีวิตนี้คุณเคยแต่ฝากเงินไว้กับธนาคารเพียงอย่างเดียว ลองเปิดหูเปิดตาให้กว้างไกล แล้วแบ่งเงินมาเข้าบัญชีนี้ดูบ้าง วันละนิดวันละหน่อยก็ยังดี เมื่อมีเงินเป็นกอบเป็นกำก็ค่อยถอนไปลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อให้เงินทำงาน สร้างเงินให้เรา
ส่วนใครจะจัดสรรเงินออมเข้าบัญชีไหนมาก บัญชีไหนน้อยนั้น งานนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว คงเป็นเรื่องที่คุณต้องวางแผนให้สอดรับกับเงื่อนไขทางการเงินที่ตัวคุณเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าควรจัดสรรยังไงถึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง
ลองทำตามที่ “เวลธ์ โซไซตี้” แนะนำนะคะ รับรองได้ออมก่อน รวยกว่า ออมมากขึ้น รวยเร็วขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]



