
อยู่อย่างจน ไม่มีจน
ผมต้องยกเครดิตให้แก่ลูกศิษย์ก่อน เพราะหัวเรื่องวันนี้ได้มาจากการเล่นเฟซบุ๊กตามปกติของผม แต่เกิดสะดุดเข้ากับประโยคของนายต้นที่โพสต์ขึ้นมา
เหตุที่หยุดกึก ก็เพราะวลีนี้เป็นอมตะ อยู่ได้นิรันดร์กาล และเข้ากับคอลัมน์ของผมที่มีเจตนาจะชวนผู้อ่านให้เข้าใจเรื่องเงินทอง และมีวินัยในเรื่องนี้เป็นที่สุด
ผมเองเชื่อเสมอว่า ชีวิตยังอีกไกล ต้องใช้เงินอย่างมีเหตุมีผล แม้อนาคตจะเป็นเรื่องที่มองไม่เห็น แต่การทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อยู่อย่างมีสติ ย่อมมีอานิสงส์ถึงภายภาคหน้า
หลายสัปดาห์ก่อน ผมนั่งดูรายการทีวี “วันวานยังหวานอยู่” รู้สึกชื่นชมการสอนลูกสาวของคุณมยุรา เศวตศิลา มากๆ เชื่อว่าหลายครอบครัวที่ได้นั่งดู ก็น่าจะคิดไม่ต่างจากผม
ขออนุญาตนะครับ ถ้าดูจากห้องหับ การตกแต่ง หรือพื้นฐานต้นทุนทางสังคมที่เธอมี ผมเชื่อว่าคุณมยุราอยู่ในฐานะที่ไม่ลำบาก จะเรียกว่าดีเลยก็ไม่ผิดนัก
หากคิดจะจับจ่ายอะไร ภาษาบ้านๆ ต้องบอกว่า ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับ
แต่ทุกวันเธอก็ปฏิบัติกับลูกสาวอย่างคนธรรมดา ให้เงินไปโรงเรียนเพียงแค่สัปดาห์ละไม่กี่ร้อยบาท และสอนให้ลูกใช้ในสิ่งที่จำเป็น
ผมคิดไม่ผิดครับ เธอยังไม่ละเลยการสอนคำว่า “มัธยัสถ์” ให้กำกับตัวลูกด้วย เช่น ได้เงินมาสิบบาท ให้ใช้แค่สองสามบาท ที่เหลือเป็นเงินออม และหากออมได้เท่าไหร่ คุณแม่ก็ใส่เพิ่มให้อีกเท่าตัว
จนขนาดเธอแซวออกทีวีว่า ถึงขนาดลูกสาวไม่ยอมใช้เลย จะออมแต่อย่างเดียว...
ดูจบ ผมก็อดยิ้มไม่ได้ ที่คนมีสตางค์ยังรู้จักเก็บ รู้จักใช้ และลงทุนปลูกฝังลูกกันตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ปล่อยให้ผ้าขาวแปดเปื้อนด้วยสีสกปรก
ใครสักคนเคยพูดว่า ต่อให้รวยแค่ไหน เราก็กินอิ่มได้แค่สามมื้อ นอนบนเตียงเดียวในห้องห้องเดียว กินเสร็จก็ต้องขับถ่ายตามปกติ
ชีวิตที่มีสุขจึงไม่จำเป็นต้องติดหรู ติดสบาย สอดคล้องกับที่ท่านว.วชิรเมธี เทศน์ไว้น่าฟัง “ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดหรือวัตถุที่เราครอบครอง”
ผมไม่ได้มองโลกแง่ร้าย แต่เมื่อมองความจริงก็เชื่อว่า สังคมนี้ยังมีคนบางกลุ่มที่เข้าใจผิด ตีค่ากันที่เปลือกนอก ให้ความสำคัญกับ “วัตถุนิยม” จนเกินไป
ถึงขนาดใช้เงินเกินตัว เกินฐานะที่ตัวเองมี หลงลืมไปว่า เงินที่ซื้อความสุขก็คือเงินอนาคตที่หยิบยืมบัตรเครดิต บัตรกดเงิน และอีกสารพัดมาใช้
“เงินเก็บ” ไม่ต้องพูด ไม่มี สิ่งที่มีก็คือ “เงินกู้” ที่พอกพูน ขนาดที่ว่า ทำงานเอาเงินเดือนรวมกันอีกสามสี่ปีก็ยังใช้หนี้ไม่ครบ
หากหวังที่จะรวย ต้องขออนุญาตใช้คำตรงๆ โอกาสนั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย
คิดอยากรวย ก็ต้องอยู่อย่างจนให้เป็นก่อนครับ โดย “จน” ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ต้องอดอยาก กินไม่อิ่ม นอนไม่ดี หรือไม่ใช้เงินเลย
ทางสายกลางครับ ถึงเวลาใช้ก็ต้องใช้ ซื้อความสุขให้ตัวเองได้ในสนนราคาที่สมเหตุสมผล
ที่สำคัญ ไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อ เกินงาม และไม่ทำตัว “รวย” กว่าความจริงที่มี ผสมกับการมีวินัยในการออม
สุดท้ายชีวิตก็น่าจะดีขึ้นครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



