
ภาพถ่ายความทรงจำก่อนสึนามิมาเยือน
ภายในสนามกีฬา โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในเมืองนาโตริ จ.มิยางิ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากคลื่นสึนามิทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้กลายสภาพเป็นโกดังเก็บภาพถ่ายและสิ่งของ ที่ทหารและชาวบ้าน รวบรวมได้จากซากหักพัง และขนไปเก็บไม่เว้นแต่ละวัน
หนึ่งเดือนผ่านไป พื้นปาเก้อันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนของสนามกีฬา เรียงรายไปด้วยกล่องบรรจุอัลบั้มและภาพถ่ายเปียกๆ ขาดๆ ขณะที่อาสาสมัครใส่ถุงมือยาง ค่อยๆ คัดแยกภาพและเช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือ คัดแยกสิ่งของออกเป็นกลุ่มๆ เช่น ประกาศนียบัตรการศึกษาที่มีมากพอจนกลายเป็นภูเขาลูกย่อมๆ
เมื่อทำความสะอาดคราบโคลนออกแล้ว เหล่าอาสาสมัครภายใต้หัวหน้าทีม นางซาโอริ ทาเคซาวะ วัย 35 ปี จะนำขึ้นราวแขวนข้างฝาผนังบ้าง
วางบนโต๊ะบ้าง เพื่อให้คนที่เคยอยู่ในชุมชน ค่อยๆ เดินและกวาดสายตาไล่มองหาภาพที่ตนเองอาจเป็นเจ้าของ
บางภาพ ดูเหมือนเก่าเก็บนานหลายปี หรือหลายทศวรรษ มีภาพเด็กหญิงกำลังหัวเราะในงานรื่นเริง สามีภรรยาหน้าขรึมในภาพถ่ายขาวดำ
อามิ คิซาระ วัย 24 ปี เป็นคนหนึ่งที่บังเอิญได้พบสมุดบันทึกสมัยประถมของตนเอง บ้านของคิซาระถูกสึนามิทำลายสิ้นซาก บิดาของเธอถูกกระแสน้ำซัดหายไป คิซาระบอกว่า นี่น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนเก็บความทรงจำของพวกเขาไว้ได้
ส่วนทาเคซาวะ หัวหน้าทีมอาสาสมัครบอกว่า ยังไง ที่นี่ก็ดีกว่าที่อื่น เพราะไม่โดนฝน เธอกล่าวขณะมือนำอัลบั้มภาพถ่ายบ่าวสาวในชุดแบบโบราณ แผ่ไว้บนโต๊ะ
บางครั้ง เธอได้ยินบางคนร้องไห้ หรือเรียกชื่อเพื่อน เมื่อพบภาพถ่ายที่พวกเขาจำได้
ขณะที่ ทาเคซาวะ ซึ่งบ้านที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กถูกสึนามิซัดทำลาย และได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครทำงานนี้ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ยังไม่พบภาพถ่ายของครอบครัวแม้แต่ภาพเดียว หรือร่องรอยเบาะแสแม้แต่นิดของมิซาโตะ ลูกสาววัย 8 เดือน ที่ผู้เป็นแม่จำต้องทิ้งไว้ให้ตายายดูแลเมื่อเธอออกไปทำงาน



