ข่าว

น้ำท่วมนครศรีฯแหล่งโบราณเสียหายหนัก

น้ำท่วมนครศรีฯแหล่งโบราณเสียหายหนัก

16 เม.ย. 2554

น้ำท่วมนครศรีธรรมราช และสุราษฎ์ธานี ส่งผลกระทบหนักต่อแหล่งโบราณคดี ขณะที่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์เสด็จเยี่ยมปลอบขวัญราษฎร อ.นบพิตำ ส่วนด้านนักวิชาการแนะนำเกษตรกรฟื้นฟูไม้ผล หลังน้ำลด-อากาศร้อนแทน

ข้อมูลการสรุปรายงานความเสียหายของกลุ่มงานโบราณคดี สำนักงานศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช ได้มีรายงานในส่วนของนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานีว่า การประเมินจากระยะไกลโดยอาศัยข้อมูลจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงเกิดเหตุการณ์  ประกอบด้วย กลุ่มโบราณสถานเขตอำเภอสิชล ทั้งหมดเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี จำนวน 52 แหล่ง ดำเนินการสำรวจครั้งสุดท้ายเมื่อ พ . ศ .2553 คาดว่าร่วมสมัยกับโบราณสถานเขาคา เมื่อพุทธศตวรรษที่ 12-14 ถูกน้ำท่วมขังทั้งพื้นที่ โบราณสถานตุมปัง อำเภอท่าศาลา อยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งมีน้ำท่วมทั้ง พื้นที่ ส่งผลต่อวัสดุ อิฐเปื่อยยุ่ย

 กลุ่มโบราณสถานเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช คือเก๋งจีนวัดแจ้ง ปูนฉาบมุมอาคารแตกร่อนออก น้ำท่วมภายในป้อมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อิฐเปื่อยยุ่ย พื้นทางเดินด้านหน้ากำแพงเมืองฝั่งตะวันตกทรุดเป็นหลุมลึกประมาณ 1 เมตร ป้อมหน้าเมือง ถนนราชดำเนินทรุด ผนังมีรอยแยก กำแพงเมืองมีรอยแยก ร้าวหอพระอิศวรมีน้ำแช่ขัง

 นอกจากนี้รายงานยังระบุถึงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยว่า เมืองโบราณเวียงสระ เป็นเมืองโบราณมีคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบมีลักษณะคู คันดินโบราณสถานอิฐที่มีร่องรอยเป็นฐานอาคารและซากเจดีย์อิฐอยู่ภายในเมืองโบราณได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมสูง วัดควนท่าแร่ วัดท่าสะท้อน และวัดน้ำรอบ เป็นวัดในสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ ในเขตอำเภอบ้านนาเดิม และพุนพิน ทั้งสามวัดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปี มีสิ่งสำคัญอาทิ โบสถ์ เจดีย์ และที่วัดท่าสะท้อนมีประตูไม้แกะสลักรูปราหูที่ประตูลงท่าน้ำ และมีผนังโบสถ์เก่าที่ฉาบผนังด้วยดิน อยู่ภายในโบสถ์ใหม่ที่สร้างครอบไว้ ได้รับความเสียหายจารึก โบสถ์ เสียหายจากการจมแช่น้ำ

 กลุ่มโบราณสถานอำเภอพุนพิน ถูกน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง และรุนแรงที่สุด มีโบราณสถานหลายแห่งในเขตนี้ ได้แก่ ควนพุนพิน เขาพระนารายณ์ ( เขาศรีวิชัย ) เขาพระ อานนท์ เขานรเดช แหล่งทั้งหมดอยู่บนภูเขาจึงไม่มีผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ที่เขาพระนารายณ์ มีโบราณสถานหมายเลข 15 , 16,18 อยู่รอบเชิงเขาที่ได้รับการอนุรักษ์เสริมความมั่นคงแล้ว ได้รับความเสียหายเนื่องจากการถูกน้ำท่วม

 นายพงศ์ธันว์ สำเภาเงิน หัวหน้ากลุ่มงานโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 14 เปิดเผยว่า ในภาพรวมนั้นได้พบความเสียหายที่เกิดจาก 3 ลักษณะคือ 1.กระแสน้ำพัดพา 2.น้ำท่วมขังและ 3.ฝนกตกหนักต่อเนื่อง โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นพบว่ากลุ่มโบราณสถานในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยเฉพาะกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ที่ต้องดำเนินการเสริมความมั่นคง โดยขณะนี้กรมศิลปากรอยู่ระหว่างดำเนินการ

 ขณะเดียวกัน วันนี้ ( 16 เม.ย. ) พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์ เสด็จเยี่ยมราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงนายทหารระดับสูง พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และข้าราชการต่างๆเฝ้ารับเสด็จ ท่ามกลางความปลาบปลื้มของราษฎร ในการนี้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์ ได้พระราชทานของขวัญให้กับราษฎรเพื่อปลอบขวัญและมีปฏิสัณฐานกับราษฎรโดยไม่ถือพระองค์ และในวันเดียวกันนี้ ยังทรงพระราชทานครัวสายใยรัก จัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ประสบภัยและผู้มาเฝ้ารับเสด็จด้วย

 ร.ศ.ดร.วาริน อินทนา หัวหน้าหน่วยวิจัยไม้ผลเขตร้อน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า จากการออกสำรวจความเสียหายของต้นยางพาราในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ของทีมนักวิชาการจากหน่วยวิจัยไม้ผลเขตร้อน หลังภาวะน้ำท่วมหนัก พบว่า มีบริเวณที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นเวลานาน จนทำให้ต้นยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว มีใบในระยะเพสลาด และกำลังออกช่อดอก ซึ่งเป็นระยะที่กำลังอ่อนแอ  แต่จากการขังของน้ำเป็นเวลานานทำให้ระบบรากไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารไปเลี้ยงต้นได้เลย อีกทั้งระบบรากบางส่วนยังเน่าตายอีกด้วย ดังนั้นต้นยางพาราเกือบทุกสวนที่ได้รับผลกระทบจึงต้องทิ้งใบ ส่วนใบยอดและช่อดอกต้องแห้งตายคาต้น บางสวนที่อาการรุนแรง พบว่ากิ่งขนาดเล็กแห้งตายด้วยเช่นกัน อาการของต้นยางพาราเหล่านี้สร้างความเครียดและหนักใจกับเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้เป็นอย่างมาก

 ดังนั้นเพื่อให้ต้นยางพาราฟื้นตัวได้เร็วขึ้นพื้นที่ที่น้ำยังท่วมขังอยู่ต้องรีบหาแนวทางในการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะน้ำที่ท่วมขังนานกว่า 2 สัปดาห์ทำให้ระบบรากของต้นยางบางส่วนเน่าตาย และหากน้ำขังนานมากไปกว่านี้การฟื้นตัวของต้นยางพาราจะช้ามากยิ่งขึ้นตามไปด้วย  นอกจากนี้เกษตรกรไม่ควรนำเครื่องจักรกลเข้าไปเหยียบย่ำในพื้นที่เพราะจะทำให้ดินที่กำลังอ่อนตัวเกิดการอัดแน่น ส่งผลให้ระบบรากชอนไชและดูดซับธาตุอาหารไม่ได้ อีกทั้งการเหยียบย่ำยังทำให้ระบบรากยางพาราเสียหาย สิ่งสำคัญควรงดกรีด งดการใช้สารกำจัดวัชพืชในระยะเวลานี้ และควรหมั่นสังเกตอาการของต้นยางพาราอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการแก้ไขปัญหาอื่นๆที่จะตามมาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะการเข้าเชื้อโรคพืชต่างๆ เพราะต้นยางพาราที่กำลังอ่อนแอย่อมง่ายต่อเชื้อโรคพืชที่จะเข้าทำลายซ้ำได้

ครอบครัว"น้องบอล"ดีใจพระองค์เจ้าศรีรัตน์จะเสด็จเยี่ยม

             กรณีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัตน์ พระวรชายาฯ จะเสด็จเยี่ยมผู้ประสบภัยดินโคลนถล่ม ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ บริเวณโรงเรียนวัดถ้ำโกบ ต.หน้าเขา เป็นจุดแรก              หลังจากนั้นจะเสด็จเยี่ยมชาวบ้านที่เกิดเหตุในพื้นที่ ม.7 ต.หน้าเขา โดยเฉพาะเฉพาะที่ด.ช.จักรกฤษณ์ ชูศรี (น้องบอล)อายุ 11 ขวบและด.ช.อนุเดช ชูศรี (น้องบิล) อายุ 3 ขวบ ซึ่งรอดชีวิตจากดินโคลนถล่มเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา  ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รับเด็กทั้ง 2 คน ไว้ในพระราชานุเคราะห์ ในวันที่ 18 เม.ย.นี้

 นายสมปอง ชูศรี  ปู่ ของด.ช.จักรกฤษณ์  และ ด.ช.อนุเดช ชูศรี ในฐานะผู้ปกครองเด็กทั้ง 2  กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว รู้สึกดีใจมากมากที่สุดในชีวิต ที่พระองค์จะเสด็จมาที่บ้าน             

 "พอผมบอกว่าพระองค์ท่านจะเสด็จมาที่บ้านกับน้องบอล เขาดีใจมากและตื่นเต้น  เพราะพระองค์เป็นผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับเขา หลังจากที่ต้องสูญเสีย พ่อ แม่ และน้องในคราวเดียวกัน เหมือนกับสูญสิ้นทุกอย่างไปแบบไม่ทันตั้งตัว" นายสมปอง กล่าวและว่า              
 สำหรับบ้านพักถาวรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อย่างช้า 1 เดือน จะแล้วเสร็จ  หลังจากบ้านสร้างเสร็จก็ย้ายไปอยู่กับหลานทั้ง 2 คน  อยู่ห่างจากบ้านของตัวเองประมาณ 15 เมตร ส่วนบ้านของตัวเองให้ลูกมาอยู่แทน              

 "บ้านหลังใหม่จะอยู่กัน4คน ผม ย่าและหลานทั้ง2คน ผมเองไม่มีภาระแล้ว ลูกออกเรือนไปหมดแล้วจะขอทำหน้าที่เลี้ยงหลานทั้ง2คนให้เป็นเด็กดี เป็นคนดี สมกับที่พระองค์ทรงเมตตา" นายสมปอง กล่าว