ข่าว

ญี่ปุ่นวางแผนทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

ญี่ปุ่นวางแผนทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

15 เม.ย. 2554

ญี่ปุ่นเริ่มวางแผนทำลายเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ คาดใช้เวลาดำเนินการ 10 ปี ขณะที่ทีมสำรวจสภาพความเสียหายจากสึนามิ ระบุ คลื่นยักษ์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สูงเกือบ 40 เมตร

(15เมษายน) บริษัทโตชิบา ที่ช่วยสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิของบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ ได้ร่วมมือกับบริษัทในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ 4 แห่งของสหรัฐ ร่างแผนทำลายเตาปฏิกรณ์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 และ 3 ที่ทางโตชิบาสร้างให้ และเสนอแผนให้บริษัทเทปโก้และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดูแล้ว

คาดว่ากระบวนการทำลายจะใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ แผนระยะสั้นที่คาดว่าใช้เวลาหลายเดือน จะเร่งระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์และบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วให้อยู่ในระดับปกติ และป้องกันการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น แผนระยะกลางจะใช้เครนพิเศษย้ายแท่งเชื้อเพลิงออกจากบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วและจากเตาปฏิกรณ์ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลา  5 ปีส่วนแผนระยะสุดท้าย คือ ทำลายเตาปฏิกรณ์และเคลียร์พื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 5 ปี ขณะที่สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลจะต้องถูกกำจัดระหว่างกระบวนการ

ขณะที่เทปโก้ เปิดเผยเมื่อวานว่า ปริมาณสารกัมมันตรังสีไอโอดีน และซีเซียม ที่ปนเปื้อนในน้ำบาดาลใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 และ 2 เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายสิบเท่าในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยน้ำบาดาลจากอาคารกังหันเตาปฏิกรณ์ 1 มีไอโอดีน-131 เพิ่มขึ้นจาก 72 เบคเคอเรลต่อลูกบาศก์เมตรในวันที่ 6 เมษายนเป็น 400 เบคเคอเรลในวันที่ 13 เมษายน ความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าน้ำซึมออกมาจากอาคารกังหันของเตาปฏิกรณ์หรือจุดอื่น

นอกจากนี้ปริมาณน้ำปนเปื้อนเข้มข้นที่รั่วไหลที่ท่อใต้ดินที่เชื่อมต่อกับอาคารกังหัน ยังคงเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าคนงานได้สูบน้ำออกไปเกือบ 660 ตันแล้วก็ตาม ขณะที่คาดว่ามีน้ำปนเปื้อนมากถึง 60,000 ตันท่วมอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารกังหันของเตาปฏิกรณ์ 1, 2 และ 3 รวมถึงท่อใต้ดินที่เชื่อมต่อกัน น้ำท่วมขังเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคนงานที่จะพยายามกู้ระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง หลังจากหยุดไปช่วงเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนที่แล้ว

เทปโก้วางแผนย้ายน้ำปนเปื้อนไปยังบ่อบำบัดน้ำเสียที่รองรับน้ำได้ 30,000 ตัน แต่กำลังหาทางป้องกันไม่ให้บ่อบำบัดเกิดการรั่วไหลหากต้องกักเก็บน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเข้มข้นสูง และได้สร้างแท็งก์ชั่วคราวเพื่อใช้กักเก็บน้ำได้จำนวนหนึ่งแล้วและวางแผนสร้างเพิ่มอีกจนถึงสิ้นเดือนหน้า นอกจากนี้สหรัฐกำลังส่งแท็งก์สเตนเลสขนาดใหญ่ 5 ใบ และรถพ่วงที่มีแท็งก์สำหรับบรรจุน้ำปนเปื้อนได้ไปยังญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันบรรดานักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั่วญี่ปุ่น กำลังร่วมมือกันเพื่อทำการศึกษาครั้งใหญ่เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากสารกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ โดยในเดือนหน้าคณะทำงานจะเริ่มลงเก็บตัวอย่างดินใน 1,500 จุดตลอดระยะทาง ยาว 100 กม.ริมชายฝั่ง และลึกเข้าไปในแผ่นดินราว 60 กม.รวมทั้งจะตรวจหาการปนเปื้อนในน้ำทะเลนอกชายฝั่งจังหวัดฟุกุชิมะ ตลอดจนห่วงโซ่อาหารและสิ่งมีชีวิต รวมถึงตรวจหาสารกัมมันตรังสีจากประชาชนเกือบ 2 แสนคนที่อาศัยใกล้โรงไฟฟ้า

ทีมสำรวจระบุคลื่นสึนามิ11มี.ค.สูงเกือบ40เมตร

เว็บไซต์ของบริษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น หรือ NHK รายงานว่า ทีมสำรวจความเสียหายจากสึนามิ ในเขตอาเนโยชิ เมืองมิยาโกะ จังหวัดอิวาเตะ โดยการนำของศาสตราจารย์ อาคิโอะ โอคายาสุ จากคณะเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทางทะเลของมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้ยืนยันว่า สึนามิที่ซัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดอิวาเตะ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม มีความสูงถึง 38.9 เมตร และนับว่าเป็นสึนามิที่สูงที่สุดที่ซัดกระหน่ำจังหวัดอิวาเตะ ในรอบ 115 ปี

ความสูงของสึนามิที่วัดได้นี้ อาศัยการติดตามร่องรอยบริเวณภูเขา ที่อยู่ห่างจากพื้นที่ชายฝั่งกว่า 400 เมตร ซึ่งเมื่อปี 2439 เคยเกิดสึนามิซัดกระหน่ำจังหวัดอิวาเตะ ด้วยความสูง 38.2 เมตร แต่ร่องรอยใหม่ที่พบมีความสูงกว่าในอดีตถึง 70 เซนติเมตร ซึ่งศาสตราจารย์ ระบุว่า สึนามิของปี 2554 นี้ รุนแรงกว่าลูกไหน ๆ และพบความเสียหายของบ้านเรือนที่เขาเข้าไปสำรวจไม่มากนัก ซึ่งเป็นเพราะชุมชนได้อพยพขึ้นที่สูง หลังจากเรียนรู้ประสบการณ์ในอดีต และเขาต้องการให้ประชาชนนำบทเรียนจากพื้นที่นี้ ไปใช้การพลิกฟื้นเมืองอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหาย
จากภัยพิบัติ

ตำรวจญี่ปุ่นในชุดป้องกันสีขาวและหน้ากาก ราว 300 นาย ได้เข้าไปปฎิบัติภารกิจค้นหาเหยื่อสึนามิตามซากอาคาร ในเขตพื้นที่อันตรายจากสารกัมมันตรังสีรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมะ ไดอิชิ ได้พบศพเพิ่มอีก 10 ศพ ซึ่งบางศพยังติดอยู่ในรถ ส่วนที่เหลือถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังตำรวจระบุว่า การพบแค่อวัยวะของศพ เช่น เท้า ก็อาจนำไปสู่การค้นพบศพเหยื่อที่เหลือทั้งตัวได้

ก่อนเริ่มใช้ปฏิบัติการค้นหา ตำรวจระบุว่า ยากจะประเมินได้ว่า มีศพมากน้อยเพียงใดที่ติดอยูในพื้นที่อันตรายรอบโรงไฟฟ้าภายในรัศมี 10 กิโลเมตร ขณะที่หนังสือพิมพ์โยมิอูริ ระบุตัวเลขไว้สูงถึง 1,000 ศพ

ส่วนที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คนงานยังคงใช้ความพยายามในการยับยั้งการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ไม่ให้ลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยการใช้ดินตะกอนทำคันขั้นเพื่อชะลอการแพร่กระจายของสารกัมมันรังสีลงสู่ทะเล และสูบเอาน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไปใช้ในเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทโตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ ระบุว่า กำลังวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิ และอาคารปฏิกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดของไฮโดรเจน ที่ถ่ายโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อประเมินความเสียหาย

จากการตรวจสอบแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์กว่า 1,000 แท่ง ที่แช่อยู่ในบ่อเก็บของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ที่ได้สัมผัสบรรยากาศภายนอก หลังเกิดระเบิดของไฮโดรเจน ทำให้หลังคาอาคารปฏิกรณ์เสียหาย พบว่า มีแท่งเชื้อเพลิงบางส่วนเสียหาย ส่วนที่เหลือยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ขณะที่คนงานของโรงงานยังคงสูบน้ำปนเปื้อนในระดับสูงไปใส่ไว้ในเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อจะได้สามารถเข้าไปซ่อมแซมระบบหล่อเย็นได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

จากตัวเลขล่าสุด ได้แสดงให้เห็นว่า วิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจำนวนนักท้องเที่ยวต่างชาติได้ลดลงฮวบฮาบเมื่อเดือนมีนาคม เหลือเพียง 352,800 คน น้อยกว่าของเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2553 ครึ่งหนึ่ง นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง กล่าวในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการฟื้นฟูการก่อสร้างว่า เขาต้องการทำให้พื้นที่หายนะจากภัยพิบัติกลายเป็นพื้นที่น่าอยู่อาศัยมากที่สุดในโลก สื่อมวลชน ระบุว่า หลังจากประชุมร่วมกับสถาปนิก , นักวิชาการ และนักธุรกิจชั้นนำแล้ว นายคังกำลังพิจารณาที่จะสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับประชากร 5 หมื่น ถึง 1 แสนคน แต่นายคังก็กำลังเผชิญมรสุมทางการเมืองที่หวนกลับมารุมเร้า หลังจากผ่านพ้นภิบัติมากว่า 1 เดือน เมื่อนายซาดาคาสุทานิงากิ ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย ที่เป็นฝ่ายค้าน ได้เสนอให้นายคังคิดเรื่องการลาออกรวมถึงส่งสัญญาณว่าจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายคัง ทั้งในสภาสูงและสภาล่าง