ข่าว

เมียดาบตำรวจเหยื่อหนุ่มคลั่งรับศพสามี

เมียดาบตำรวจเหยื่อหนุ่มคลั่งรับศพสามี

15 เม.ย. 2554

ลูกเมียดาบตำรวจเหยื่อหนุ่มเมืองคอนคลั่งรอรับศพด้วยความเศร้าสลด โฆษก สตช.ระบุเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญคนร้าย จนกระสุนอาจพลาดไปถูกแพทย์หญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ยันตำรวจวิสามัญคนร้ายเพื่อหยุดยั้งเหตุ

(15เม.ย.) จากกรณีที่ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี ได้ก่อเหตุจี้ชิงรถยนต์ และยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและแท็กซี่พลเมืองดีเสียชีวิต พร้อมจับตัวพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เจ้าของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ไว้เป็นตัวประกันภายในรถ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต และแพทย์หญิงพิภัทราได้รับบาดเจ็บนั้น

 เมื่อเวลา 09.30 น.พ.ต.ต.ประกิจ ไกรหา สว.จร.สน.ดุสิต พร้อม นางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี ด.ช.ประกาศิต หรือ “น้องเก่ง” พิลาศรี อายุ 12 ปี และ ด.ช.ภานุวัฒน์ หรือ “น้องลีโอ” พิลาศรี อายุ 4 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและลูกๆ ของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ได้พากันมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่แผนกนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล เพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา อย่างไรก็ตามเนื่องจากวันนี้ยังเป็นวันหยุดแพทย์ได้แจ้งว่าการผ่าศพของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ จะแล้วเสร็จประมาณ 14.00 น.ทางญาติจึงต้องเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อต่อไป

 จากการสอบถาม นางเบญจวรรณ กล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้อยากให้ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเหลือด้านการศึกษาของลูกชายทั้ง 2 คน โดยเฉพาะน้องเก่ง ลูกชายคนโตที่สามีวาดหวังไว้อยากจะให้เป็นนายร้อยตำรวจ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือและเรื่องที่พักอาศัยยังไม่มีใครนำมาให้หรือบอกข้อมูลแต่อย่างใด หลังจากนี้จะนำศพสามีไปตั้งรดน้ำศพที่วัดสุคันธาราม ตอน 17.00 น. ทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 6 คืน ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปเข้าพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดตรีทศเทพต่อไป

 ด้าน ด.ช.ประกาศิต กล่าวว่า ต่อไปนี้ตนจะทำหน้าที่ดูแลแม่และน้องๆ อีก 2 คน อย่างดีที่สุด ที่สำคัญต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้ตามความหวังของพ่อ ที่ผ่านมาพ่อเป็นแบบอย่างของตนเป็นคนรักครอบครัวมากจะออกไปทำงานช่วงหกโมงเช้าของทุกวันและกลับมาที่บ้านพักอีกครั้งประมาณบ่ายสามหากไม่มีภารกิจอื่นๆ

 ขณะที่ พ.ต.ต.ประกิจ เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีมีน้ำใจ เสียสละ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เคยสังกัด บช.ตชด.แล้วย้ายมาลงงานจราจร สน.ดุสิต ตั้งแต่ พ.ศ.2546 เป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลายหากมีงานระดมหรืองานอื่นๆ ที่ต้องใช้กำลังพลเยอะๆ ผู้ตายจะเป็นคนที่มาถึงโรงพักก่อนเวลานัดหมายเสมอน่าเสียดายที่ต้องมาจบชีวิตรวดเร็วอย่างนี้ ไม่นึกว่าผู้ตายจะพลาดพลั้งเพราะตนก็คอยกำชับผู้ใต้บังคับบัญชายามปล่อยแถวออกปฏิบัติหน้าที่เสมอว่าให้ระมัดระวังตัว

 "จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้จอดรถเก๋งคัมรี่ที่ชิงทรัพย์มาคันแรกบริเวณหน้าป้อมตำรวจ แล้วลงจากรถทำทีเข้าไปสอบถามเส้นทางก่อนจ้วงแทงและแย่งปืนยิงใส่ผู้ตาย คาดว่าเวลานั้นผู้ตายคงไม่ได้เอะใจอะไรเนื่องจากปกติจะมีชาวบ้านมาจอดรถถามเส้นทางที่ป้อมตำรวจจุดนั้นเป็นประจำทั้งวันอยู่แล้ว” พ.ต.ต.ประกิจ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เป็นตัวแทนเดินทางไปรับเงินช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จากนั้นจะเดินทางมาร่วมรับศพที่สถาบันนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล พร้อมกับครอบครัวของผู้ตายต่อไป

เตรียมตั้งกก.สอบแพทย์หญิงโดนลูกหลง

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการวิสามัญคนร้ายจนเสียชีวิต ขณะที่มีตัวประกันอยู่ในรถด้วยนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ว่าการดำเนินการดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และจะต้องตรวจสอบด้วยว่า ขณะเข้าทำการวิสามัญคนร้ายนั้น จะทำให้ตัวประกันเป็นอันตรายหรือไม่ด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือว่าคนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งและไม่สามารถที่จะสงบสติอารมณ์ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจทำการวิสามัญ

"ส่วนกรณีที่ทางมารดา ของพ.ญ.พิภัทร ออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อาวุธปืนยิง ขณะที่แพทย์หญิงพิภัทร ยังคงนั่งอยู่ในรถ จนทำให้ถูกกระสุนปืนด้วยนั้น เรื่องนี้จะต้องขอตรวจสอบอีกครั้ง เพราะมีกล้องวรจรปิดอยู่หลายที่ โดยจะต้องนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบด้วย จากนั้นจึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นต่อไป" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว

พล.ต.ต.ประวุฒิ  ให้สัมภาษณ์รายการเก็บตกจากเนชั่นด้วยว่า เหตุเกิดเมื่อวานคนร้ายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุทั้งชนและยิง มีพฤติกรรมทำร้ายผู้คนทั้งเจ้าหน้าที่และคนที่เข้ามาขวาง คงเจรจาไม่ได้ แต่เป็นการวิสามัญเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์มากกว่า

สำหรับกรณีที่ที่แม่ของพญ.พิภัทรา สายโลหิต กล่าวว่าตำรวจยิงเข้าไปโดยไม่คำนึงถึงตัวพ.ญ.พิภัทราที่อยู่ในรถ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ซึ่งตัวพ.ญ.พิภัทราเองก็ยังไม่ฟื้น

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิราศรี ตำรวจรายแรกที่เสียชีวิต อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเตรียมตัวรับเสด็จ โดยด.ต.ลิขสิทธิ์ถูกยิงบริเวณหน้าตู้ยาม โดยมีพยานเล่าว่า ด.ต.ลิขสิทธิ์พยายามเข้ามาขวางรถ และพยานบางคนบอกว่า คนร้ายเดินเข้าไปที่ป้อมเองเพื่อจะไปขออาวุธปืน แต่ว่าคงต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์จริงเป็นยังอย่างไรบ้าง

"นายธาดา อินทมาศ คนร้ายไม่มีประวัติ แต่พี่สาวให้การว่ามีประวัติติดยาเสพติดอย่างรุนแรง อาการที่เห็นจะเป็นอาการคุ้มคลั่งของผู้ที่เสพยาเสพติดชนิดนี้เป็นเวลานานจะเกิดอาการประสาทหลอนว่ามีคนจะมาทำร้าย ซึ่งคาดว่าเมื่อวานน่าจะเป็นอย่างนั้น" พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าว

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวสรุปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวานนี้ คนร้ายได้ก่อเหตุทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือดาบตำรวจ ลิขสิทธิ์ พิราศรี และมีบาดเจ็บ 1 นายคือ ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.พญาไท

ผบก.1ยันตร.พยายามทำดีที่สุด

 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพราะคนร้ายได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจโหดเหี้ยมหากไม่เร่งสกัดคนร้ายให้ได้คงอาจจะไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก และในวันเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยช่วยกันสกัดจับคนร้าย โดยไม่มีใครทราบว่าคนร้ายจะมีตัวประกันอยู่ในรถยนต์ด้วย และรถก็ติดฟิล์มทึบไม่มีใครทราบว่าจะมีแพทย์หญิงพิภัทราอยู่ในรถด้วย  การปฏิบัติหน้าที่ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ที่ตำรวจต้องเร่งสกัดคนร้ายให้ได้เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุรุแรงขึ้นอีก

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางญาติและพ.ญ.พิภัทรา ต่างก็เข้าใจสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้เบื้องต้นคงจะยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติงาน คงต้องรอฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่มิฉะนั้นจะทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ