
เลือกเริ่มต้นปีใหม่ไทยให้เป็น"มงคลชีวิต"
ก้าวผ่านเข้ามาอีกแล้ว สำหรับวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือ "เทศกาลสงกรานต์" ต่อให้ฟ้าจะถล่มดินจะทลาย ถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่ที่ว่าย่างก้าวนับจากนี้ จะเลือกก้าวเพื่อความเป็น "สิริมงคลต่อชีวิต" หรือเลือกที่จะก้าวพลั้งไปสู่ "หายนะ" ที่ไม่อาจเรียกกลั
และคุณละ เลือกทางไหน??
ถึงจะเป็นคำถามท้าทาย แต่เวิร์คกิ้งวูเมนอย่าง "แจน" ศิรนุช โรจนเสถียร ผู้ประกาศข่าวสาว และอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพฯ บอกเลือกไม่ยากเลย แต่ก่อนอื่นเธอออกตัวว่า เลยวัยที่จะตะลอนๆ เล่นสาดน้ำสงกรานต์แบบวัยรุ่นมานานแล้ว วันขึ้นปีใหมีไทยหรือเทศกาลสงกรานต์แต่ละปี จึงถือโอกาสนี้ไปแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ นั่นคือคุณอา คุณตาและคุณยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก
"คุณพ่อแจนเสียตั้งแต่อายุ 15 ปี ก็ได้คุณอา และคุณตาคุณยายเลี้ยงมาตลอด แจนจึงรู้สึกผูกพันและอยากมอบความรักนั้นตอบแทนท่าน พอวันพิเศษอย่างโอกาสขึ้นปีใหม่ หรือเทศกาลสงกรานต์ทุกปีนอกจากการไปทำบุญรับปีใหม่ แจนก็จะไปหาท่านแล้วใช้เวลาดังกล่าวพูดคุย รดน้ำดำหัว ท่านก็จะให้พร เป็นช่วงเวลาดีๆ และทำให้รู้สึกว่าเรามีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไปในชีวิต ที่สำคัญแจนยึดมั่นคำว่ากตัญญูรู้คุณเสมอมา เพราะคำนี้จะนำพาให้เรามีความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นเริ่มต้นปีใหม่ทั้งที เริ่มต้นรับสิ่งดีจากผู้มีพระคุณถือว่าประเสริฐที่สุดค่ะ" สาวสังคมมากบทบาท กล่าว
เช่นเดียวกับสาวสังคมรุ่นใหญ่ "ป้อม" วิภารดี ภูวนาถนรานุบาล เจ้าแม่แบรนด์ความงามชื่อดัง ถึงแม้จะมีออกเรือนมานานมีลูกเต้าไว้ใช้หลายคน แต่ก็ไม่เคยพลาดช่วงเวลาสงกรานต์ ที่จะหอบหิ้วข้าวของพร้อมความรู้สึกดีๆ ไปแสดงความกตัญญูต่อบุพการี ด้วยรู้สึกว่าสิ่งนี้อยู่คู่ความเป็นไทยมาช้านาน แล้วลูกหลานทุกคน หรือใครก็ตามที่เติบโตมาก็ด้วยผู้มีพระคุณควรยึดมั่นถือมั่นสิ่งนี้
"ปีนี้พี่ต้องใจไปไหว้ท่านเพื่อขอพรให้เรามีความสุขตลอดทั้งปี เสร็จแล้วจะไปพักร้อนที่เขาใหญ่ ชวนลูกๆ ไปด้วย แล้วลูกๆ ก็ได้ใช้ช่วงเวลานี้อยู่กับเรา ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน บางปีเขาก็จะเอาพวงมาลัยมาไหว้และรดน้ำดำหัว เป็นประเพณีที่ดีงามของไทยเราที่ควรสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นนะ เพราะเดี๋ยวนี้เป็นครอบครัวเดี่ยวกันมาขึ้น อาจจะลืมคุณพ่อคุณแม่ ใครทำอะไรก็สุดแต่เหตผล แต่พี่มักสอนลูกตลอดเรื่องการกตัญญู เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ เราสามารถทำได้ทุกๆ วันเมื่อมีโอกาสไม่ใช่เฉพาะรอวันสงกรานต์หรือขึ้นปีใหม่" สาวสังคมรุ่นใหญ่ ชี้ชวน
ต่างกับนักธุรกิจประกันภัย "ปุ๋ม" จุลพยัพ ศรีกาญจนา ที่มองว่าวันสงกรานต์ไม่ได้สำคัญกว่าวันไหนที่ต้องเริ่มอะไรใหม่หรือลด ละ เลิก เพราะในแง่ของครอบครัวให้ความสำคัญทุกวัน ไม่มีวันไหนที่หยุดรักกัน สิ่งที่ปรารถนาที่สุดตอนนี้คือภาวนาให้เกิดสิ่งดีๆ ในสังคมไทย เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเจอแต่เรื่องไม่ดี ทั้งภัยจากคน ภัยธรรมชาติ จึงอยากเริ่มต้นปีใหม่ไทยให้มีข่าวดีชวนให้ชุ่มชื่นใจบ้าง อยากเห็นคนไทยเริ่มต้นสิ่งดีๆ ด้วยกัน
เริ่มต้นรับสิ่งดีๆ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็น อย่างที่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี ให้ข้อคิดว่า สงกรานต์คือการเคลื่อนที่ พระอาทิตย์เคลื่อนที่จากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ พูดง่ายๆ ว่าสงกรานต์ก็คือการเคลื่อนที่ของวันเวลานั่นเอง ปีเก่าผ่านไปปีใหม่ผ่านพ้นมา สิ่งที่เราควรจะได้จากเทศกาลนี้คือ อันดับแรกต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่า ปีที่ผ่านมาเราได้ทำสิ่งใดไว้บ้าง สิ่งใดดีต้องทำต่อสิ่งใดไม่ดีต้องตัดทิ้งไปต้องเลิก ถัดมาต้องตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้ เพื่อที่เราไม่ย่ำอยู่กับที่ทุกๆ ปี ปณิธานอย่างนี้เสมอชีวิตของเราก็จะดีขึ้นทุกวันๆ สุดท้ายเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลสงกรานต์ คือความกตัญญูรู้คุณ "เราต้องใช้วันเวลากับสถาบันครอบครัวให้มากที่สุด โดยเฉพาะลูกหลานที่ออกไปทำงานหรือเรียนต่างถิ่นต้องกลับบ้านเพื่อรดน้ำดำหัวพ่อแม่ ต้องไปให้ถึงบ้านไปกราบตักพ่อตักแม่จริงๆ อย่างมาบ้านแล้วไปถึงโรงพยาบาล เพราะเมาแล้วขับ ข้อนี้สำคัญขอเน้น หรือมาบ้านแต่แวะไปพักที่ป่าช้า เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง เนื่องมาจากการดื่มสุรายาเมาแล้วขับรถด้วยความคึกคะนอง
ดังนั้นต้องระมัดระวังแล้วตืนตัวเองไว้ว่า เทศกาลสงกรานต์ คือเทศกาลแห่งการขอพรรดน้ำดำหัว พ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าที่เราเคารพนับถือ เราจึงต้องกลับบ้านด้วยความไม่ประมาท เพื่อจะได้ไปกราบแทบตักของท่านจริงๆ เราจะไม่ไปเสียเวลาที่โรงพยาบาลเพราะเมาแล้วขับ และไม่ไปเสียเวลาที่ป่าช้าเพราะขับรถด้วยความคึกคะนอง ยึดถือสิ่งเหล่านี้ได้ก็ได้เริ่มต้นสิ่งดีๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์" พระนักคิด นักเทศน์ แนะ
พร้อมกับฝากแง่คิดและกำลังใจสำหรับผู้ที่อาจท้อแท้กับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดจากการกระทำของคนและภัยธรรมชาติด้วยว่า "ต้องไม่ประมาท" เพราะทุกวันนี้โลกเกิดวิปริต แล้วที่เป็นแบบนี้ก็มาจากคนที่วิปริตนั่นเอง คนไม่มีศีลไม่มีธรรมจึงทำให้ธรรมชาติวิปริต คนมีความโลภไปสูบดินสูบน้ำมาปรนเปรอกิเลส คนมีความโกรธมากๆ ก็ไปห้ำหั่นกันในสงคราม แล้วพอมีความหลงมากๆ ก็ไปกักตุนสินค้า จนสินค้าขึ้นราคา
ในบรรยากาศเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เราอยู่รอดได้ คือการดำรงชีวิตอย่างมีสติ ไม่ตกเป็นทาสของความโลภ โกรธ หลง ทุกๆ วันเราควรถามตัวเองว่า "วันคืนล่วงไปๆๆ วันนี้เธอทำอะไรอยู่"
ถ้าเตือนตัวเองอย่างนี้เสมอ ก็จะไม่เกิดมาเพียงเพื่อหายใจทั้งเท่านั้น แต่เราจะใช้ชีวิตอยู่ให้ที่สุด และจะเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีทุกวัน



