ข่าว

ลัทธิความเชื่อ

ลัทธิความเชื่อ

15 เม.ย. 2554

ก่อนสงกรานต์ "หมอเหวง" ออกมาโวยวายว่า หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ชั้น ม.3 ของฝ่ายการศึกษาอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม นปช. เป็นคนเผาบ้านเผาเมือง และชื่นชมรัฐบาลนั้นเป็นการปลูกสิ่งที่ผิดให้เยาวชน

 ต่อมา มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับนำเสนอข่าวนี้ และ "นักเล่าข่าวหน้าจอ" ก็นำมาขยายความแบบไม่มีใครคิดจะไปหา "หนังสือเล่มนั้น" มาอ่าน แค่ฟังหมอเหวงแถลงข่าวก็สรุปความเห็นได้แล้ว

 บังเอิญว่า ลูกชายของผมเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน จึงมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรียนเล่มที่หมอเหวงกล่าวหาว่า ใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง

 จริงๆ แล้ว มันเป็น "หนังสือเสริมการพัฒนาผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น ม.3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553" ไม่ใช่หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ตามที่หมอเหวงเข้าใจ

 ซึ่งนักเรียน ม.2 ก็เรียนเหมือน ม.3 และหนังสือเสริมฯ จะพิมพ์ใช้ภายใน สำหรับโรงเรียนสมาชิกของ ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จำนวน 37 โรงเรียน

 บทที่มีปัญหากับคนเสื้อแดงนั้น เป็นหน่วยการเรียนรู้ที่ 10 คือ "เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในประเทศไทย"

 ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้อธิบายถึงแนวคิดหลักว่า ต้องการให้นักเรียนได้รับรู้ถึงวิธีพิจารณาวิเคราะห์และเลือกรับสื่อ เพราะปัจจุบัน สื่อมีความหลากหลาย และมีการใช้สื่อเผยแพร่แนวคิดความเชื่อทางการเมือง

 ฉะนั้น เหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ นับตั้งแต่ "14 ตุลาคม พ.ศ.2516 วันมหาวิปโยค" จนถึงปัจจุบัน จึงได้รับการบันทึกไว้ให้เด็กได้เรียนรู้ มิได้เจาะจงเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง
 
"ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง(25 กันยายน พ.ศ.2551)" ของคนเสื้อเหลือง ก็ปรากฏอยู่ในหนังสือเสริมฯ เล่มนี้

 สะท้อนว่า ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์ "สงกรานต์แดงเดือด(เมษายน พ.ศ.2552)" และ "การสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ และราชดำเนิน (เมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2553)" ของคนเสื้อแดงเท่านั้น

 หากแกนนำคนเสื้อเหลืองคิดเหมือนหมอเหวง คงต้องแถลงข่าวโต้เหมือนกัน เพราะคนเสื้อเหลือง ยังต่อสู้คดีความเรื่องปิดสนามบินอยู่

 ตอนท้ายของบันทึกเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมเหลือง-แดง ฝ่ายวิชาการฯ ได้รวบรวมสองมุมมองจากสื่อทั่วไป ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ

 ไม่มีข้อความใดฟันธงว่า คนเสื้อแดงถูกหรือผิด คนเสื้อเหลืองถูกหรือผิด รัฐบาลถูกหรือผิด?

 ยกตัวอย่างย่อหน้าสุดท้ายของเรื่องการชุมนุมของคนเสื้อแดง ตอนหนึ่งสรุปว่า "การชุมนุมของกลุ่มนปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้รัฐบาลต้องทบทวนการช่วยเหลือคนยากจนในชนบท ให้ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการส่งเสริมความปรองดองของคนในชาติ เพื่อส่งให้เกิดความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความสงบสุขของคนในชาติ"

 ฝ่ายวิชาการ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ กำลังสอนให้เด็กหัดคิด หัดวิเคราะห์ ไม่ใช่บูชา "ความเชื่อ" หรือรับแต่ข่าวสารด้านเดียว

 เหมือนจีนยุคหนึ่งที่สร้าง "ขบวนการเรดการ์ด" หรือยุวชนแดงขึ้นมาทำลายฝ่ายตรงข้ามด้วยการสอนให้เชื่อ และปฏิบัติตาม "ลัทธิเหมา" อย่างไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ

 บางเวลาผมแอบคิดว่า "วิธีคิดแบบเรดการ์ด" กำลังกลับมาเกิดใหม่ในสังคมไทย ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่า ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย

 หากฝ่ายวิชาการฯ จะบกพร่องก็ตรงที่มีความคิดอ่านก้าวล้ำนำหน้าเกินไป เพราะท่ามกลางความขัดแย้งของ "สังคมเลือกข้าง" คนจำนวนไม่น้อยอยากฟัง "ความเชื่อ" มากกว่า "ความจริง"

 ขอชมเชยความกล้าหาญของฝ่ายวิชาการ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่กล้าทวนกระแสสังคมความเชื่อ และทระนงในศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพครู!

แคน สาริกา