
"พริตตี้-โคโยตี้"ขาดตลาด"เมืองลอดช่อง"..สั่งไม่อั้น
ปฏิเสธไม่ได้...ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา งานอีเวนท์ ร้านอาหาร ตลอดจนผับบาร์ต่างๆ ทั่วเมืองไทย จะต้องมีสาวเซ็กซี่ หุ่นสวย แต่งตัวรัดรูปโชว์เรือนร่าง ส่วนเว้าส่วนโค้ง มาคอยทำหน้าที่เป็นพริตตี้ พีอาร์ โคโยตี้ รวมถึงแดนเซอร์ เพื่อช่วยมัดใจและดึงดูดความสนใจของลูกค้
ล่าสุดสาวไทยเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ติดอกติดใจเฉพาะหนุ่มไทยเท่านั้น แต่พวกเธอกำลังเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ สิงคโปร์เป็นอย่างมาก ทำให้สาวสวยเซ็กซี่เหล่านี้โกอินเตอร์ไปโกยเงินที่ประเทศสิงคโปร์จำนวนมาก จนผู้รับจัดงานอีเวนท์ รวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ เริ่มโอดครวญกันหนาหูถึงปัญหาการขาดแคลนสาวสวยมารับงานประเภทนี้
"เจมส์" ผู้จัดหาพริตตี้และแดนเซอร์ รวมถึงโคโยตี้ ส่งให้แก่ค่ายรถหลายแห่งในงานมอเตอร์โชว์ และอีเวนท์ต่างๆ ยืนยันกับ "คม ชัด ลึก" ตอนนี้จะหาพริตตี้ แดนเซอร์ ที่สวยและเก่งนั้นหายากมาก เพราะสาวๆ เหล่านั้น จะเลือกรับงานที่ประเทศสิงคโปร์มากกว่าเนื่องจากรายได้สูงกว่าอยู่เมืองไทยมาก “มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ก็หาสาวสวยๆ เก่งๆ ค่อนข้างยาก ที่มีอยู่ก็หน้าช้ำมาก ผ่านงานมาเยอะจนคนจำได้ ทางผู้ว่าจ้างก็อยากได้เด็กใหม่ๆ เก่งๆ ทั้งพรีเซ็นต์และเต้นได้ด้วย" เจมส์ กล่าว
ปัญหาการขาดแคลนสาวสวยเซ็กซี่ไม่เกิดขึ้นเฉพาะผู้รับจ้างจัดหาเด็กเพียงเท่านั้น ตามสถานบันเทิงต่างๆ ในกรุงเทพฯ ก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน โดยสังเกตได้จากป้ายรับสมัครงานพริตตี้สาวสวย แดนเซอร์ โคโยตี้ พีอาร์ ที่ติดอยู่ทั่วเมือง
"แอม" สาววัย 21 ปี เปลือยประสบการณ์ทำงานต่างแดนครั้งแรกหลังกลับมาจากสิงคโปร์ว่า เริ่มจากมีพี่โคโยตี้คนหนึ่งที่รู้จักแนะนำและชักชวนให้ไปทำงานด้วยกัน 30 วัน โดยการันตีว่าได้เงินอย่างต่ำหลักแสนแน่นอน มีที่พัก อาหาร รถรับส่ง และตั๋วเครื่องบินไปกลับ หากทำงานครบตามสัญญา
“แรกๆ ตอนไปถึงสิงคโปร์ก็กลัวเหมือนกัน เพราะไม่ใช่บ้านเรา ไม่รู้จะไปทางไหน กฎหมายก็ต่างจากบ้านเราเยอะ ทำให้ต้องคอยระวังไปหมด ตอนทำงานแรกๆ ก็กลัวๆ กล้าๆ ไม่กล้าทำ พอสักพักเริ่มปรับตัวได้ มีเพื่อนคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งวัยรุ่นที่นั่นจะหาเงินเองตั้งแต่ 16-17 ปี และมีเพื่อนที่เป็นลูกค้าเยอะมาก สนุกมาก จนรู้สึกเหมือนบ้านตัวเองแล้ว คนสิงคโปร์เขาจะรู้สึกดีกับเราด้วย" แอม บอกด้วยความประทับใจ
สำหรับสาวไทยที่ไปทำงานที่สิงคโปร์จะอยู่ในละแวกเกรัง และลิตเติลอินเดียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการสื่อสารนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเนื่องจากเพื่อนร่วมงานเป็นคนไทย 90% เจ้าของร้านถึงแม้จะเป็นคนสิงคโปร์ก็สามารถพูดภาษาไทยได้ ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์และชาติตะวันตก ก็จะใช้ภาษาอังกฤษที่ง่ายๆ พอสื่อสารกันได้
“โคโยตี้ที่นี่ไม่ค่อยได้เต้นสักเท่าไหร่ แต่จะดื่มเหล้าเป็นเพื่อนกับลูกค้า ด้วยวิธีการซื้อดริงก์ พอช่วงเบรกที่นักร้องบนเวทีหยุดร้องเพลงก็จะขึ้นไปเต้น ลูกค้าที่เรานั่งด้วยก็จะซื้อพวงมาลัยมาให้เป็นธรรมเนียม ทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตี 5 พอถึงเวลาเลิกงานก็จะมีรถไปส่งที่ที่พักใช้เวลาประมาณ 15 นาที ส่วนที่พักก็จะนอนรวมกัน 4-5 คน ซึ่งพวกเราจะดูแลกันเอง” แอม กล่าว
ส่วน "เนท" สาวเชียงใหม่วัย 24 ปี ยอมรับว่า เคยไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์หลายครั้งแล้ว การทำงานที่นั่นไม่ยาก แค่เดินเข้าโต๊ะลูกค้า ชวนคุย ขอให้เขาซื้อค็อกเทลและพวงมาลัยให้ วันหนึ่งๆ เต้น 2-3 รอบแล้วแต่ทางร้านกำหนดมาแต่ละวัน รอบละ 3 เพลง เต้นอะไรก็ได้ ขอแค่ให้เต้นไม่ต้องเน้นมากเพราะส่วนใหญ่ลูกค้าชอบพูดคุยกับสาวไทยเนื่องจากมีบุคลิกที่ดี เอาใจเก่งและไม่ถือเนื้อถือตัว
"คนที่มาทำงานที่นี่ต่อสัญญากันแบบเดือนต่อเดือนกับทางร้าน รายได้ก็ดื่ม(เลดี้ดริงก์)ละ 15 ดอลลาร์สิงคโปร์ ทางร้านจะหัก 5 ดอลลาร์ หากคืนหนึ่งๆ ทำดื่มได้ตามเป้าหมายจะได้โบนัสเพิ่ม อย่างเช่น 10 ดื่มรับเพิ่ม 5 ดอลลาร์ 20 ดื่มรับเพิ่ม 20 ดอลลาร์ 30 ดื่มรับเพิ่ม 30 ดอลลาร์ แบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยร้านจะจ่ายเงินให้ทุกๆ อาทิตย์สำหรับค่ามาลัย ส่วนค่าดื่มจ่ายเป็นเดือนตามยอดจริง" เนท บอกถึงที่มาของแหล่งรายได้ก้อนโต
สำหรับ "เนท" มีประสบการณ์ไปทำงานที่สิงคโปร์หลายครั้ง จนสนิทสนมกับเจ้าของร้าน และผันตัวมาเป็นโมเดลลิ่ง หรือเอเย่นต์ นำเด็กสาวเข้าไปทำงานที่สิงคโปร์ครั้งละ 10 คน โดยคิดค่าหัวคิวจากทางร้านในอัตราที่สูงมาก อย่างพริตตี้ โคโยตี้ นักร้องรายละ 4,500 บาท เด็กนั่งดริงก์รายละ 4,000 บาท พีอาร์รายละ 3,000 บาท และเด็กเสิร์ฟรายละ 2,000 บาท
นอกจากนี้ "คม ชัด ลึก" ยังสำรวจพบตามเว็บไซต์ต่างๆ พบว่ามีการรับสมัคร และชักชวนของสาวไทยไปทำงานดังกล่าวที่ประเทศสิงคโปร์จำนวนมาก ด้วยการเอาเม็ดเงินจำนวนมากมาหลอกล่อ ส่วนสาวๆ รายใดที่กำลังตัดสินใจ คงต้องคำนวณให้ดีเสียก่อนว่าคุ้มกันหรือไม่?!!



