
อัดงบเพิ่ม2พันล้านช่วยเอสเอ็มอี"พาณิชย์"เร่งดันก.ม.โลจิสติกส์เสริมเขี้ยวธุรกิจไทย
ครม.ไฟเขียวอัดงบเพิ่มเติม 2 พันล้านบาท เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีกลุ่มโลจิสติกส์ แฟรนไชส์ ขายตรง และเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เปิดรับคำขอสินเชื่อถึง 30 ธันวาคมนี้ "อลงกรณ์" เร่งดันกฎหมายโลจิสติกส์เข้าครม. หวังสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจไทย รองรั
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ได้อนุมติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจำนวน 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่ได้อนุมัติไปแล้ว 3,000 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2552 ตามโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย ซึ่งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ได้ให้กู้ไปแล้วจำนวน 2,989 ล้านบาท คงเหลือ 11 ล้านบาท ทั้งนี้ การอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมดังกล่าว เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจขายตรง ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย
สำหรับเงื่อนไขสินเชื่อ จะปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ระยะเวลาการให้กู้ยืมไม่เกิน 5 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น 1 ปี อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลบ 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่เอสเอ็มอีแบงก์กำหนด โดยสิ้นสุดระยะเวลารับคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554
นายอลงกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลักดันร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ พ.ศ. .... กฎหมายโลจิสติกส์ฉบับแรกของไทยว่า หลังจากเทศกาลสงกรานต์นี้ คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม. เพื่อพิจารณาได้ และจะผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่สภานิติบัญญัติต่อไป
"เหตุผลที่ต้องเร่งให้มีกฎหมายดังกล่าวขึ้น เนื่องจากธุรกิจโลจิสติกส์มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ไทยได้มีการเปิดเสรีทางการค้า จะมีการแข่งขันจากต่างประเทศ หากยังไม่ปรับตัวจะทำให้เสียเปรียบต่างชาติ แต่ถ้ามีกฎหมายสนับสนุนก็เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ ส่วนขอบเขตของกฎหมาย จะให้การส่งเสริมกับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ทุกประเภท เช่น การจัดการคลังสินค้า การขนส่ง การเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การรวบรวม หรือการกระจายสินค้าหรือบริการ รวมทั้งกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ยกเว้นธุรกิจให้บริการขนส่งผู้โดยสาร" นายอลงกรณ์กล่าว
ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการผ่านคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธาน อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการจากส่วนราชการ กรรมการผู้แทนสถาบันหรือองค์กรเอกชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ จะตั้งอยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า



