
เด็กมิ่งขวัญจวกพวกหนุน"ยิ่งลักษณ์"
เด็กมิ่งขวัญ จวกพวกหนุน "ยิ่งลักษณ์" เชลียร์ จนออกนอกหน้า หัดหุบปากบ้าง อ้างพรรคไม่ใช่สมบัติของใคร
(14เม.ย.) นายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กลุ่มนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ออกมาไล่ส.ส.ที่สนับสนุนนายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ไปตั้งพรรคใหม่ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคน เป็นพรรคมหาชน ดังนั้นต้องรับฟังมวลสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะเสียงส.ส. วันนี้พรรคเพื่อไทยต้องเข้าไปแก้ปัญหาสังคม และปัญหาประเทศ ไม่ใช่แก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พรรคเพื่อไทยต้องเป็นเอกภาพ แม้จะมีคนเสนอความเห็นต่างก็ต้องรับฟัง
นายพีรพันธ์ กล่าวต่อว่า คนที่ไล่ให้ไปตั้งพรรคใหม่ก็ควรหุบปากเสียบ้าง เห็นได้จากการที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย บอกเมื่อครั้งเข้ามาพรรคว่า ประชาชนชี้ให้มาเพื่อแก้ปัญหาประเทศ แต่ที่ห่วงคือคนที่จะมาเป็นคนตัดสินใจเรื่องแคนดิเดตนายกฯ นั้นจะต้องมีวิสัยทัศน์และรอบคอบ ความเห็นต่างถือเป็นเรื่องที่ดี การต่อสู้ของพรรคต้องมีทิศทางชัดเจน ดังนั้นอย่าคิดตื้นๆ แทนที่จะสู้เพื่อชัยชนะก็อาจจะต้องพ่ายแพ้ตกเหวได้ ดังนั้นขอให้พรรคคิดให้รอบคอบ
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯคิดนโยบายออกมาถือว่าดีมากๆ แต่เวลานี้ท่านไม่อยู่ในประเทศ อยู่ที่ว่าใครจะนำนโยบายไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง เราไม่ปฏิเสธ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีคนเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่การจะเสนอใครนั้นต้องพูดคุยกันในที่ประชุมพรรคด้วย ดังนั้นอยากให้กรรมการบริหารพรรคนำเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย หากคิดว่าเป็นปัญหาก็เชิญส.ส.เข้าไปพูดคุยให้ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายมิ่งขวัญเหมาะสมเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ก็เหมาะอยู่ แต่มีคนปฏิเสธนายมิ่งขวัญ ขณะเดียวกันก็มีคนสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไม่อยากให้เป็นแคนดิเดตนายกฯก็มี ดังนั้นต้องมาคุยกันว่าใครมีความเหมาะสม แต่ไม่ใช่มีแค่ 2 คนนี้ ยังมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจอีก ทั้งนี้ การประชุมส.ส.ในวันที่ 18 เม.ย.นั้นคงไม่มีวาระหารือถึงแคนดิเดตนายกฯ แต่อาจจะมีใครหยิบยกเรื่องนี้มาหารือก็ได้
นักวิชาการชี้ให้รอเลือกตั้งจบก่อนพูดนิรโทษกรรม
นายยุทธพร อิสรชัย ผู้อำนวยการโครงการวิทยาลัยการเมือง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวกับ“สำนักข่าวเนชั่น”ถึงกรณีการออกกฏหมายนิรโทษกรรมว่า ไม่เชื่อว่าจะช่วยลดความขัดแย้งได้จริง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับจะเพิ่มมากขึ้น ประเด็นนี้หากจะเกิดขึ้นจริงและจะให้ถูกเวลาต้องรอให้มีการเลือกตั้งที่มีความยุติธรรมก่อน เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ จากนั้นจึงนำมาพูดในเวทีสาธารณะว่าจะนิรโทษกรรมให้แก่คนกลุ่มใด และประเด็นใดบ้างที่ควรจะได้รับการนิรโทษ ซึ่งกระบวนการนิติบัญญัติที่จะออกกฎหมายไม่ใช่ปัญหา และใช้เวลาไม่นาน แต่มุมมองของแต่ละกลุ่มการเมืองที่มีต่อเรื่องนี้ต่างหากที่ยังเห็นไม่ตรงกัน
"ที่สำคัญและจะเป็นบันไดแรกคือการเลือกตั้ง หากมีการจัดเลือกตั้งและมีรัฐบาลที่ทุกคนรับได้ การนำประเด็นนี้มาพูดอีกครั้งจะมีน้ำหนัก หากสรุปผ่านเวทีสาธารณะ โอกาสเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นไปได้มาก ขณะนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรที่จะพูด เป็นเพียงวาทกรรมที่แต่ละฝ่ายหยิบเอามาพูดเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตัวเอง "



