ข่าว

สมศักดิ์เชื่อมีกลุ่มไม่ต้องการเลือกตั้ง

สมศักดิ์เชื่อมีกลุ่มไม่ต้องการเลือกตั้ง

14 เม.ย. 2554

“สมศักดิ์”เชื่อมีกลุ่มไม่ต้องการให้เลือกตั้ง จี้ "อภิสิทธิ์"จะยุบสภาอยู่หรือไม่ เผยภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร กว่า150คน “ณัฐวุฒิ”ผวา“รัฐ-กองทัพ”ปลุกสังคมถล่ม“แดง”

 (14เม.ย.)   นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาธิปไตย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังเทศกาลสงกรานต์ ว่า ขณะนี้มีบุคคลอยู่สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเชื่อว่ามีการเลือกตั้งคือ พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มที่เชื่อว่าไม่มีการเลือกตั้ง ในสองแบบนี้มีทั้งคนที่ได้และเสียประโยชน์ทั้งนั้น อย่างบางคนก็กลัวว่าจะต้องไปทำอะไรผิดกฏหมาย จึงต้องหาต้องหาพันธมิตรเพื่อจะป้องกันตัวเองจากการที่ต้องออกแรงไปทำอะไรที่ไม่ถูกกฏหมาย เพราะอันตราย ต่างคนต่างพยายามหาทางออก

 “อย่างกรณี วีรสตรี คนหนึ่งออกมาพูดว่ามีการเตรียมการอะไรบางอย่าง เขาอาจจะไม่ได้อยากออกมาพูดเอง แต่เพื่อนๆที่กลัวว่าต้องทำผิดกฏหมายจึงให้ออกมาช่วยพูด จะได้มีทางออกจะได้ไม่ต้องทำวิธีนี้ กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังคนออกมาพูดก็คือกลุ่มที่ไม่อยากเลือกตั้ง” นายสมศักดิ์ กล่าว

จี้ "อภิสิทธิ์"จะยุบสภาอยู่หรือไม่

 นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนยังมองว่าการเลือกตั้งยังเป็นทางออกอย่างดียิ่งสำหรับประเทศของเราในระบอบประชาธิปไตยตรงนี้ เพราะการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ แม้ว่าการเลือกตั้งตรงนี้มันอยู่ในมือของ นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะยุบสภาในต้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้นตนจึงอยากถามนายอภิสิทธิ์ ว่ายังยืนยันที่จะยุบสภาตามคำพูดเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ทุกพรรคการเมืองก็ได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งกันหมดแล้ว

ภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร กว่า150คน

 ส่วนของพรรคภูมิใจไทย ก็ได้เตรียมว่าที่ผู้สมัครไว้ เบื้องต้นคาดว่าจะมากกว่า 150 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครที่อยู่ในภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางก็มีพอสมควร แต่ส่วนใต้และเหนือ จะไม่มากเท่าไร โดยขณะนี้ทุกพรรคและลูกพรรคต้องเน้นหาเสียง เน้นหัวคะแนน หรือตั้งแกนประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงผู้คน ของเราก็เป็นช่วงดีเดย์เพราะใกล้เวลาหมดของสภาเต็มทีทุกคนก็ต้องเตรียมตัว คนที่ต้องการย้ายพรรคก็เตรียมตัวลาออกแล้ว เพื่อไปที่ตัวเองต้องการ บางคนไม่มีที่ลงและในพรรคก็ไม่ส่งก็ต้องเตรียมลาออกไปสมัครพรรคอื่นหรือขอเจรจาผู้ใหญ่เข้าระบบบัญชีรายชื่อ มันต้องวุ่นวายพอสมควรแต่ถ้าถามว่าวันนี้ภูมิใจไทยจะได้ส.ส.กลับมาเท่าไหร่นั้นตนคงไม่กล้าประเมิน เพราะตนต้องเคารพในการตัดสินใจของประชาชน

“ณัฐวุฒิ”ผวา“รัฐ-กองทัพ”ปลุกสังคมถล่ม“แดง”

 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวว่า การจะดำเนินคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นั้นเป็นสิทธิของกองทัพที่สามารถทำได้ และนายจตุพรก็พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่อยากถามว่าเหตุใดพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผบ.ทบ.ถึงต้องออกมาเปิดเกมให้รุนแรงจุดชนวนให้สถานการณ์ตึงเครียด ด้วยการโจมตีคนเสื้อแดงปลุกกระแสประชาชนให้เชื่อว่าคนเสื้อแดงเป็นพวกไม่จงรักภักดี นับเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงมากเพราะการปลุกอารมณ์คนเช่นนี้ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชน และถ้าปะทะด้วยเรื่องสถาบันย่อมไม่ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย สังคมไทยเจ็บช้ำกับเรื่องนี้มามากแล้ว ตนไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 2519 ที่มีการล้อมปราบนักศึกษาประชาชน เกิดขึ้นอีก

 นายณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้ยังมีขบวนการที่ไม่ต้องการการเลือกตั้งเพราะกลัวว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง แล้วพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง ซึ่งท่าทีของผบ.ทบ.ที่สร้างสถานการณ์ให้ตึงเครียดก็ทำให้คิดไปเช่นนั้นได้ หรือถ้าหากล้มการเลือกตั้งไม่ได้ก็ปล่อยให้เลือกตั้ง แต่เป็นการเลือกตั้งท่ามกลางการใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าไม่จงรักภักดี ขอยืนยันว่านปช.ต้องการที่จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเพราะมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน

“เทพไท”เย้ยยิ่งลักษณ์ไร้ผลงานพอพิสูจน์ตัว

            นายเทพไท เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิไตย์ กล่าวกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะเป็นคนเก่ง คนสวย และสามารถพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านได้ว่า การคัดเลือกผู้นำประเทศไม่ใช่เป็นเวทีประกวดชายหล่อ หญิงสวย แต่จะต้องใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางการเมือง การอ้างความสามารถของน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าประสบความสำเร็จทางธุรกิจก็ยังไม่เห็นว่ามีผลงานด้านธุรกิจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากมาดูแลธุรกิจให้กับพี่ชาย การที่นักธุรกิจเข้ามาสู่วงการทางการเมืองทำให้สังคมได้รับบทเรียนมาหลายครั้ง

ส่วนการอ้างว่าหากสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯพราะสามารถพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านได้นั้น นายเทพไท กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายทางการเมืองเพียงเรื่องเดียวคือเอาพ.ต.ท.กลับประเทศให้ได้   ไม่ว่าความเสียหายอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามและคงจะไม่ไว้ใจคนอื่น  ๆ ส่วนเรื่องความผิดหวังของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมสนับสนุนให้เป็นแคนดิเดตทั้ง ๆ ที่ประกาศตัวในสภาไปแล้วนั้น ก็คงจะไม่แยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ เพราะขนาดคนอย่างร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง ที่ประกาศตัวเป็นดาวกฤกษ์ก็ยังไม่กล้า แล้วคนอย่างนายมิ่งขวัญที่เป็นแค่หิ่งห้อยจะกล้าไปตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือ ถึงแม้ว่าในขณะนี้คนในพรรคเพื่อไทยจะเรียงหน้าออกมาผลักไสไล่ส่งให้ออกจากพรรค จนบางคนในพรรคออกมาเยาะเย้ยว่าไม่มีทางไป และสร้างข่าวขึ้นมาเพื่อต่อรองภายในพรรคเท่านั้นเอง

 นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยประกาศเปิดนโยบายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตในวันที่ 23 เม.ย.ว่าเป็นเรื่องของการเชื่อดวงและไสยศาสตร์อย่างชัดเจน เพราะสมาชิกพรรคยอมรับว่าที่ใช้ศูนย์ธรรมศาสตร์เพราะฮวงจุ้ยดี และการเปลี่ยนวันประกาศจากเดิมวันที่ 24 เป็นวันที่ 23 เม.ย.แค่หนึ่งวันก็เป็นเพราะหลีกหนีวันโลกาวินาศจริง เพราะหากเป็นเรื่องความไม่พร้อมก็น่าจะเลื่อนออกไปหลายวันมากกว่านี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยหลงงมงายกับโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์และดวงชะตาของชีวิต