
รักษ์สันติเปิดตัวพีระพงศ์ สาคริก
รักษ์สันติเปิดตัวพีระพงศ์ สาคริกลงสมัครส.ส.พุ่งเป้าหัวเมืองใหญ่ รอลุ้นผลโพลก่อนเคาะผู้สมัครลงเขต พร้อมชู ปุระชัย จุดขายดึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ มั่นใจได้เกิน 1% ทั่วประเทศ
(14เม.ย.) ที่ทำการพรรครักษ์สันติ ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา นายนพดล อินนา คนสนิทร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครักษ์สันติ ได้เปิดตัวนายพีระพงศ์ สาคริก อดีตที่ปรึกษาประจำ คณะทำงานด้านสถาบันการเงิน คณะกรรมาธิการการเงินการคลังวุฒิสภา บุตรชายนายระพี สาคริก นักวิชาการอาวุโส เข้าร่วมงานกับพรรคในฐานะสมาชิกพรรค
นายนพดล กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรอง พรรครักษ์สันติจะทยอยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครซึ่งขณะนี้ มีผู้แสดงเจตจำนงค์ ในส่วนของผู้สมัครในนามพรรคเป็นจำนวนมาก ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง อดีตส.ส.ที่ว่างเว้นทางการเมืองมาแล้วระยะหนึ่ง แต่พรรคก็ต้องพิจารณาคุณสมบัติต่าง ๆ ซึ่งจะเน้นบุคลากรที่เป็นน้ำดีทางการเมือง อย่างนายพีระพงศ์ที่เข้ามาร่วมงานกับพรรค เพราะเห็นว่าบ้านเมืองกำลังประสบวิกฤติเลยอยากเข้ามาช่วยทำให้บ้านเมืองดีขึ้น
สำหรับแนวทางของพรรคคือคณะกรรมการบริหารทั้ง 8 คนจะไม่ลงสมัครส.ส.โดยจะแยกส่วนระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับส่วนทางการเมือง โดยในส่วนการเมืองนี้จะมีร.ต.อ.ปุระชัย เป็นแม่ทัพ ที่ทำแบบนี้เพราะต้องการแยกส่วนการบริหารจัดการกับการเมืองจากกัน เพื่อให้ผลของการเลือกตั้งไม่ว่าจะสอบได้หรือสอบตกไม่มีผลกระทบกระเทือนกับพรรค และหลีกหนีเรื่องของการตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนที่ยังไม่กำหนดตัวบุคคลที่ชัดเจนว่าใครจะลงสมัครตรงไหนอย่างไร รวมถึงระบบบัญชีรายชื่อนั้น เพราะเราทำงานเป็นวิทยาศาสตร์เอาหลักวิชาการมาช่วย นั่นคือการทำโพลสำรวจ ต้องดูว่าใครจะลงตรงไหนมีโอกาสได้รับการเลือกตั้งก็จะให้ลงตรงนั้น ซึ่งพรรคก็ตั้งความหวังทั้งในระบบเขตและบัญชีรายชื่อ
" คิดว่าตามหัวเมืองใหญ่จะเลือกบัญชีรายชื่อของพรรคและจะได้คะแนนเกิน 1% แน่นอน พรรคมีแนวทางที่จะมุ่งทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่เป็นศัตรูกับใคร แม้ที่ผ่านมาหลังจากมีการเปิดตัวพรรค จะมีกลุ่มการเมืองต่าง ๆ โจมตีว่ามีความเกี่ยวพันธ์กับขั้วอำนาจอื่น ๆ ทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ก็จะไม่ตอบโต้ "
นายพีระพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงส.ส.หรือไม่แต่เบื้องต้นจะเข้ามาทำงานด้านต่าง ๆ ในพรรคก่อน เพราะมีจุดยืนสอดคล้องกับพรรครักษ์สันติและหากปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทำอะไร จะมีแต่ความขัดแย้งกันไม่รู้จบ และก่อนหน้านี้ได้หารือกับนายระพีว่าจะลงการเมืองอีกรอบซึ่งนายระพีก็ได้บอกว่าให้ใช้ดุลยพินิจเองว่าจะร่วมงานกับพรรคใด



