ข่าว

อนามัยโลกศึกษาผลกระทบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

อนามัยโลกศึกษาผลกระทบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

14 เม.ย. 2554

(14เมษายน) นาง มาเรีย ไนร่า ผู้อำนวยการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมขององค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ แถลงเมื่อวานว่า จากกรณีที่ญี่ปุ่นปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของวิกฤติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เป็นระดับ 7

เมื่อวันอังคารนั้นไม่ใช่เป็นการปรับเพราะมีความเสี่ยงเกิดผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น และมาตรการก่อนหน้านี้ที่ให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ในรัศมี 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าและให้ผู้ที่อยู่ในรัศมี 30 กม.อยู่แต่ในบ้านนับเป็นการป้องกันการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสีที่เหมาะสม และยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมใดๆ

แต่เธอก็บอกด้วยว่า องค์การอนามัยโลกก็ไม่อาจประมาทได้ และยังคงเฝ้าจับตาและประเมินสถานการณ์แทบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพราะสถานกาณณ์ยังไม่อยู่ในขั้นที่สามารถควบคุมได้ และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะเริ่มเตรียมการสำหรับการศึกษาติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของ
ประชาชนเป็นเวลา 10-20 ปี ซึ่งเรื่องนี้อาจยังเร็วเกินไปแต่ก็กำลังมีการหารือกับทางการญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันนายเคนอิจิ มัตสึโมโตะ ที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่า ประชาชนอาจไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าฟุกูชิมะ ไดอิจิ ไปอีกนาน 10 - 20 ปีเลยทีเดียว  และเสนอแนวคิดต่อนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ให้มีการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมสำหรับประชาชน 5 หมื่น-1 แสนคน เพื่อเป็นที่อยู่ใหม่ของผู้อพยพที่อาจต้องละทิ้งบ้านเรือนใกล้โรงไฟฟ้าเป็นเวลานาน

แต่นายเซอร์เก คิริเยนโก้ ผู้อำนวยการสำนักงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย บอกว่า อุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไม่สามารถเทียบได้กับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล และไม่เข้าใจว่าทำไมญี่ปุ่นจึงปรับระดับความรุนแรงเป็นระดับ 7 เท่ากับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ทั้งที่ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว และน่าจะอยู่แค่ระหว่างระดับ 5-6 เท่านั้น ทำให้สงสัยว่าจะมีปัจจัยจากเรื่องอื่นรวมถึงเหตุผลด้านการเงินที่เกี่ยวกับเงินประกัน