ข่าว

พีเน็ตชี้90%ส.ว.สรรหาโยงการเมือง

พีเน็ตชี้90%ส.ว.สรรหาโยงการเมือง

13 เม.ย. 2554

พีเน็ต ชี้ 90 % ส.ว.สรรหา “โยงการเมือง” ระบุส่วนใหญ่อิงรัฐบาล เสนอรื้อระบบ 7 คนผูกขาดต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม "ชุมพล"วอนอย่าเพิ่งวิพากษ์ 73 ส.ว.สรรหา แนะให้มองภาพรวมดีกว่า ชี้รายชื่อที่ผ่านเข้ารอบมีหลายคนที่ทำงานเก่ง แนะว่าที่ส.ว.อย่าเลือกข้าง อ้างเหต

(13เม.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เลขาธิการคณะกรรมการมูลนิธิองค์การกลางเพื่อประชาธิปไตย(พีเน็ต) ให้สัมภาษณ์รายการเก็บตกจากเนชั่น ถึงรายชื่อส.ว.สรรหา ชุดใหม่ ว่า ถือว่าน่าผิดหวังมาก พิจารณาแล้วส.ว.ชุดนี้ 85 - 90 เปอร์เซนต์มีเส้นสายโยงใยกับกลุ่มการเมืองทั้งสองขั้ว มีเพียง 10-15 % เท่านั้น ที่เป็นคนที่มีคุณภาพ และเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ฝักใฝ่การเมือง เมื่อแยกแยะออกมาจะเห็นว่าส่วนใหญ่ใกล้ชิดกับรัฐบาลนี้ ฉะนั้นหากหลังการเลือกตั้งถ้าพรรคฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลนี้ได้ตั้งรัฐบาลจะเกิดปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะการประชุมร่วมสองสภาที่จำเป็นต้องใช้องค์ประชุมจากส.ว. แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลการทำงานกับส.ว.ก็จะราบรื่น

 นายสมชัย กล่าวต่อว่า เมื่อส.ว.สรรหา ซึ่งโยงกับกลุ่มการเมือง มารวมกับส.ว.เลือกตั้งซึ่งเชื่อมโยงกับฐานการเมืองท้องถิ่น ทำให้ภาพรวมของส.ว.ที่เต็มไปด้วยคนที่เกี่ยวพันกับขั้วการเมือง ไม่สามารถเป็นที่พึ่งหวังของสังคมขาดความน่าเชื่อถือ สาเหตุมาจากกระบวนการสรรหาที่ผูกขาดโดยคน 7 คน ซึ่งผู้ร่างรัฐธรรมนูญคาดหวังว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครล็อบบี้ได้ แต่ผลที่ออกมาพิสูจน์ชัดเจนว่าแม้จะมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ก็มีกิเลส ตัณหา สามารถล็อบบี้หรือวิ่งเต้นได้   จึงเห็นว่าควรทบทวนกระบวนการสรรหาในปัจจุบันโดยการเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าไปหรือเปิดให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์

 ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีรายชื่อ 73 ส.ว.สรรหาที่ออกมา ว่า อย่าพึงไปวิจารณ์ถึงขั้นว่าเป็นทายาทอสูร ติดภาพของคมช. หรือคตส. เพราะการทำงานของวุฒิสภา ต้องดูทั้ง 150 คน อย่างไรก็ตามในจำนวนส.ว.สรรหาชุดใหม่ที่ออกมา มีผู้ที่เคยปฎิบัติหน้าที่ส.ว.ในชุดที่ผ่านมา เข้ามาถึง 31 คน ซึ่งในภาพรวมถือว่าดี ส่วนคนใหม่ เช่น นายสัก กอแสงเรือง อดีตกรรมการคตส. ถือว่าเป็นคนที่เก่งมาก และใช้ได้ สมัยที่ดำรงตำแหน่งส.ว.รุ่นตนนั้น ก็เคยทำผลงานให้เห็นแล้ว ส่วนพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตเลขาคมช. ตนไม่ขอวิจารณ์ ต้องรอดูผลงานกันต่อไป

 " วุฒิสภาไม่ได้มุ่งประเด็นการตรวจสอบเรื่องในอดีต แต่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร์ ดังนั้นต้องมองในภาพรวม " นายชุมพล กล่าว

 นายชุมพล กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันในความเห็นส่วนตัว อยากเห็นส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่ามาจากการสรรหา เพราะการสรรหาใครเลือกเข้ามา ส.ว.คนนั้นก็จะต้องไปรับใช้คนที่เลือกเข้ามา แต่การเลือกตั้งส.ว.ต้องมารับใช้ประชาชน เพราะว่ามาจากประชาชน ซึ่งในอดีตส.ว.เลือกตั้ง ทำให้เห็นแล้วว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงกว่าหากปลอดจากการเมืองอย่างแท้จริง และหากกลับไปใช้ส.ว.ที่มาจากเลือกตั้ง จะเป็นการขจัดข้อครหา และเรื่องอิทธิพล ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 50 นั้นได้แก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดแล้ว ส่วนข้อเสียของส.ว.ที่ผ่านมา ก็จะมีแต่เรื่องการสรรหาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเท่านั้น

 นายชุมพล กล่าวถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ว่า ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นขอให้เป็นคนดี มีใจเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน และมุ่งทำงานเพื่อประเทศ " สังคมไทยในวันนี้ ถึงขั้นแตกแยก ถือข้างเหลือง ถือข้างแดง ผมมองว่าไม่ถูกต้อง เพราะยิ่งทำให้บ้านเมืองไม่สงบ การทำงานก็จะไม่ราบรื่น ส.ว.ที่สรรหาเข้ามาอย่าถือว่าเป็นพวกคมช. หรือพวกใคร วุฒิสภาต้องไม่เห็นแก่พวกนี้ และต้องทำงานให้ราบรื่น"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเห็นหน้าตาของส.ว.แล้ว จะสามารถฝากความหวังได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ตนไม่เคยตั้งความหวังไว้ เพราะติดใจที่ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่สนิทใจ ส่วนกลุ่มส.ว.ที่มาจากกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ได้รับสรรหาให้เข้ามา ที่ผ่านมาถือว่าได้ทำงานตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้น แต่ขออย่างเดียว อย่าตีความเป็นรายวัน